ตำนานปราสาทแห่งกู๊ดโฮป 

หากพูดถึงปราสาทที่มีผีสิงส่วนใหญ่เราก็จะนึกถึงประสาทในเขตทวีปอเมริกาแต่เชื่อหรือไม่ว่าที่ประเทศแอฟริกาใต้เองนั้นก็มีปราสาทผีสิงเช่นเดียวกันซึ่งบริษัทดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณแหลมกู๊ดโฮปและปราสาทนี้ถูกสร้างมานานแล้วหลายปี   

ตำนานเรื่องเล่านี้เล่ากันถึงผู้ว่า คุณเคยเป็นผู้ว่าเมื่อในอดีตมาแล้วเขาคือปีเตอร์  กรีทเบิด แวนนู๊ด  ผู้ว่าคนนี้เขามีนิสัยดุร้ายเป็นอย่างมากเขามักจะใช้ความรุนแรงในการปกครองบ้านเมืองและเขาเคยลงโทษทหารหลายนายด้วยการใช้วิธีแขวนคอ ซึี่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1720

โดยเขาเคยสั่งแขวนคอทหารโดยยังคงใช้ผ้าคลุมหน้าของเราทหารนั้นด้วย มีตำนานเล่าเกี่ยวกับการประหารชีวิตมีครั้งนั้นด้วยว่ามีฐานจำนวนหลายคนที่ถูกประหารชีวิตซึ่งก่อนที่ทหารคนสุดท้ายจะถูกแขวนคอนั้นท่านผู้ว่าและเกิดอาการป่วยขึ้นมาอย่างฉับพลัน

และเมื่อมีการประหารทหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเพชฌฆาตก็เลยเดินมาบอกกับผู้ว่าว่าการประหารดำเนินการให้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เพชฌฆาตเดินทางมาถึงเพื่อบอกเล่าเรื่องของการประหารชีวิตกลับพบว่าท่านผู้ว่านั้นได้เสียชีวิตลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ชาวบ้านและทหารที่อยู่ในประสาทหรืออยู่ใกล้กับบริเวณประสาทก็มักจะเห็นท่านผู้ว่าเดินเล่นอยู่บริเวณรอบๆปราสาทอยู่ทุกวันเป็นประจำ และอย่างเราหรือต่อๆกันมาด้วยว่าจนทุกวันนี้ก็ยังมีคนพบเห็นวิญญาณของท่านผู้ว่ายังคงวนเวียนอยู่แถวบริเวณประสาทอยู่และยังมีการเล่าลือกันอีกแต่ว่าสาเหตุที่ท่านผู้ว่าต้องจบชีวิตลงแบบนี้ก็เพราะว่าท่านผู้ว่ามีการสั่งฆ่านักโทษ

โดยที่ไม่ยอมให้ถอดผ้าคลุมหน้าออกนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ท่านผู้ว่าเสียชีวิตนั้นก็เกิดมาจากว่านักโทษประหารคนสุดท้ายที่ถูกท่านผู้ว่าสั่งให้ประหารชีวิตนั้นเขาได้มีการสาปแช่งท่านผู้ว่าทำให้ท่านต้องเสียชีวิตจากการสาปแช่งของทหารคนดังกล่าว

ซึ่งถ้าหากท่านผู้ว่าปล่อยให้มีการถอดผ้าคลุมหน้าออกก็จะทำให้ท่านรู้ว่าทหารคนดังกล่าวกำลังสาปแช่งท่านอยู่นั่นเอง และอีกความน่ากลัวหนึ่งก็คือชาวบ้านบอกว่าในช่วงเวลาค่ำคืนมักจะเห็นวิญญาณของหญิงสาวชุดสีเทาออกมายืนร้องไห้แถวบริเวณข้างกำแพงตรงประสาทและเมื่อเวลาผ่านไปได้มีการขุดพบเจอโครงกระดูกตรงบริเวณกำแพง

ซึ่งชาวบ้านมักจะเห็นมีสาวมายืนร้องไห้อยู่นั่นเอง และเมื่อมีการนำกระดูกของเธอออกไปจากจุดนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านก็ไม่เคยพบเห็นวิญญาณของสาวชุดสีเทากันอีกเลย ซึ่งปัจจุบันนี้ตำนานเรื่องผีผู้ว่ากับผีสาวชุดเทายังคงมีการเล่าสืบต่อกันมาให้ลูกหลานได้ฟังนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ  sexybaccarat  ที่ให้การสนับสนุน

ผีย่าม่อย

         สำหรับตำนานผีม่อยนั้นเป็นตำนานที่เกิดขึ้นในประเทศลาวเช่นเดียวกันซึ่งตามตำนานบอกว่ายายมอยนั้นเป็นหญิงชราที่อาศัยอยู่ในป่าทึบแล้วหญิงชราคนดังกล่าวนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับคนแคระและที่สำคัญเธออาศัยอยู่ในป่าคนเดียว

ซึ่งถ้าหากใครหลงเข้าไปในป่าที่เธออาศัยอยู่เธอจะฆ่าคนผู้นั้นทันที ตำนานเล่าว่าอยู่มาวันหนึ่งมีเด็กหญิง 2 คนเกิดพลัดหลงเข้าไปในป่าที่เป็นป่าของผีย่าม่อย ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเด็กทั้งสองคนนั้นอาจจะไม่เคยรู้ประวัติของผีย่าม่อยมาก่อนนั่นเองเราว่าเด็กทั้งสองคนนั้นได้เดินไปถึงกระท่อมที่ย่าม่อยไม่อาศัยอยู่

และยังไปเคาะประตูบ้านของย่าม่อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามมีการเล่ากันว่าเมื่อผีย่าม่อยได้รับการทักทายจากเด็กๆหญิงชราก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับบอกเด็กๆว่า พวกเธอเป็นใครมาทำอะไรกันที่นี่แล้วมาอยู่ในป่าของฉันได้อย่างไร เธอไม่รู้หรือว่าถ้าเข้ามาในนี้แล้วจะต้องมาเป็นอาหารของฉันหลังจากนั้น

หญิงชราก็กลายร่างเป็นผีเพื่อหลอกเด็กๆทันทีแต่เด็กๆกลับไม่วิ่งหนีและยังบอกย่าม่อยอีกด้วยว่าพวกเขานั้นถูกทิ้งเข้ามาในป่าแห่งนี้ และพวกเขาไม่รู้จะไปไหนพวกเขาจึงจำเป็นที่จะมาขออาหารกับย่าม่อยนั่นเอง เด็กน้อยทั้ง 2 คนร้องขออาหารจากผีย่าม่อยพร้อมทั้งบอกว่าถ้าได้อ่านแล้วทั้งสองคนก็จะออกจากป่าของหญิงชราทันที

และจะไม่กลับมากวนหญิงชราอีก เมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็ได้มีการมอบท่อนอ้อยให้กับเด็กน้อยทั้งสองคนเลยบอกให้เด็กทั้งสองคนนั้นเดินกินอ้อยกลับไปยังบ้านของตนเองแล้วให้ข้าวเปลือกอ้อยทิ้งระหว่างทางด้วยเพราะอ้อยนั้นกินได้

เฉพาะแค่น้ำอ้อยเท่านั้นส่วนเปลือกจะไม่สามารถกลืนลงท้องได้เด็กน้อยทั้งสองคนได้ทำตามที่หญิงชราบอกพวกเธอนั้นเดินกินอ้อยไปตลอดทางและเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านของตนเอง และเมื่อตกดึกผีย่าม่อยก็เดินตามรอยกากอ้อยที่พวกเด็กๆนั้นทายทิ้งเป็นทางเอาไว้จนหญิงชราไปเจอกับหมู่บ้านที่เด็กๆอาศัยอยู่

เครื่องเด็กทั้งสองคนนั้นได้บังเอิญเห็นยาวๆตามเข้ามาเด็กๆจึงรู้ได้ทันทีว่ายาไม่น่าจะตามมากินพวกเขาเสียแล้วดังนั้นพวกเขาจึงได้มีการขึ้นไปแอบซ่อนบนหลังคาซึ่งยาวๆก็เห็นหมดทุกขั้นตอนที่เด็กๆปีนขึ้นไปแต่ก็ไม่สามารถตามเด็กๆขึ้นไปบนหลังคาได้ด้วยความชราภาพของตนเองทำได้แค่เพียงการตะโกนคุยกับเด็กๆเท่านั้นเมื่อตะโกนคุยกันไปนานๆหญิงชราเกิดปวดฉี่ขึ้นมาจึงได้เดินไปที่ห้องข้างๆที่เป็นห้องน้ำแล้ว

เข้าไปทำการฉี่แต่ระหว่างนั้นก็ตะโกนคุยกับเด็กๆไปด้วยโดยพยายามเกลี้ยกล่อมให้เด็กๆนั้นปีนลงมาจากหลังคา แต่เด็กสาวตะโกนตอบกับหญิงชราว่าเธอลงไปไม่ได้เพราะต้องรอพี่สาวอยู่ข้างบนนี้พี่สาวของเธอกลับไปที่บ้านของหญิงชราเพื่อไปขออาหารเมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็กลัวว่าอาหารที่เธอเก็บตุนไว้จะหายไปหมดเธอจึงได้รีบกลับไปที่บ้านของตนเอง

พร้อมกับกำชับให้เด็กที่อยู่บนหลังคารอเธอก่อนเดี๋ยวเธอจะกลับมาคุยด้วยเมื่อเธอกลับไปได้สักพักเด็กน้อยทั้งสองคนก็ไปหาที่ซ่อนแห่งใหม่ซึ่งขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ที่สูงกว่าเดิมยิ่งชรากลับมาก็เรียกร้องให้เด็กน้อยทั้งสองคนลงมาข้างล่างแต่เด็กทั้งสองคนก็ปฏิเสธพร้อมกับบอกว่าพวกเขาต้องรอให้พี่อีกคนนึงที่ไปบ้านของหญิงชราอีกรอบกลับมาก่อนเมื่อได้ยิน

ดังนั้นหญิงชราก็ไม่พอใจก็เก่งว่าอาหารที่ตนเองเก็บเอาไว้นั้นจะหมดไปจึงได้กลับไปที่บ้านของตนเองอีกรอบหนึ่ง เด็กๆพากันปีนต้นไม้ให้ส่งไปอีกจนในที่สุดเด็กๆก็มากันมองเห็นวิญญาณของพ่อกับแม่ที่อยู่บนสวรรค์เด็กๆร้องขอให้พ่อกับแม่ช่วยเหลือพวกเขา

ซึ่งพ่อกับแม่ก็ได้ช่วยเหลือด้วยการหย่อนเชือกลงมาเมื่อหญิงชรามองเห็นก็ได้มีการร้องขอพ่อแม่ของเด็กว่าเธอนั้นรักเด็ก 2 คนนี้มากเพราะไม่มีใครพูดคุยกับเธอเลยนอกจากเด็กทั้งสองคนนี้หญิงชราอ้อนวอนไม่ให้พ่อกับแม่ของเด็กนั้นพาเด็กไป

ซึ่งพ่อกับแม่ของเด็กก็ได้หลงเชื่อใจว่าหญิงชรานั้นจะรักเด็กจริงได้อย่างเชือกที่มีเด็กเกาะอยู่ลงมาได้ขณะที่หญิงชรากำลังจะไปเชื่อเพื่อที่จะปีนขึ้นไปดึงตัวเด็กลงมานั่นเองเด็กน้อยเห็นท่าไม่ดีกลัวว่าหญิงชราจะจับตนเองไปกินจึงได้กัดเชือกที่หญิงชราเกาะอยู่ค่ะทำให้ร่างของหญิงชรานั้น

ร่วงลงมาจากท้องฟ้าตกลงไปในบ่อน้ำแห่งหนึ่งซึ่งบ่อน้ำนั้นเป็นบ่อน้ำที่เป็นปล่องภูเขาไฟซึ่งมีความลึกมากตั้งแต่หญิงชราตกลงไปนั้นก็ไม่เคยโผล่ขึ้นมาอีกเลยทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของประเทศลาวต่างก็เรียกบ่อน้ำนี้ว่าบ่อน้ำวนย่าม่อยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  หรือวังน้ำวนยายม่อม

 

สนับสนุนโดย  ufabet บาคาร่าออนไลน์

ตำนานเกม kindred spirit 

       หากพูดถึงเรื่องของการเล่นเกมแล้วเราก็ปกติแล้วคนที่เล่นเกมนั้นจะมีการเล่นกันแทบทุกจะช่วงอายุคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก  วัยรุ่น  คนไปทำงานหรือแม้แต่คนที่สูงอายุแล้วก็ยังเล่นเกมแต่การเล่นเกมส่วนใหญ่ผู้คนมักจะไม่ค่อยสนใจกันหรอกว่าเกมนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งบางเกมนั้นก็มีเรื่องเล่าและตำนานที่จะบอกถึงที่มาของเกมนี้ด้วยว่าเกมนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของเกมซึ่งเกมที่เราจะพูดถึงกันนี้ก็คือเกมที่ชื่อว่า  kindred spirit  ด้วยเกมนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะมีอายุอยู่ในช่วง 8 ถึง 12 ปีเท่านั้นซึ่งเป็นเกมสำหรับเด็กแต่ก็เป็นเกมที่น่าสนใจและน่าลองเล่นเป็นอย่างมากเรามาดูกันว่าเกมนี้จะมีตำนานที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

      เกมนี้นั้นอาจจะยังไม่ค่อยอยากจะเท่าไหร่แต่ก็มีความสนุกมากซึ่งเราอาจจะรู้กันดีว่าเกมหลายๆเกมนะจะมีตำนานของเกมเป็นของตัวเองทุกวันนี้เราก็จะมาพูดถึงตำนานของเกมนี้กันตั้งนานมีอยู่ว่า ณ สรวงสวรรค์แห่งหนึ่งมีผู้สาวซึ่งเธอนั้นเป็นคนที่สวยเป็นอย่างมากนี่หลายๆคนเลยที่หลงรักเธอมีอยู่วันหนึ่งที่องค์รัชทายาทของสวรรค์เดินทางออกไปตามหาคู่รักในใจของตัวเองหวังจะหา รักคู่รักในอนาคต

ซึ่งพระองค์ก็ได้ไปเจอกับผู้สาวคนนั้นและพระองค์ก็ได้หลงรักผู้สาวซึ่ง นางฟ้าสาวคนนั้นก็หลงรักพระองค์เช่นเดียวกันทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะแต่งงานกันแต่ไม่ทันที่ทั้งสองนั้นจะสามารถที่จะได้แต่งงานกันพระราชาและราชินีแห่งความมืดและความชั่วร้ายก็ได้อิจฉาริษยาคิดทั้งสองคนนั้นจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุข

พระราชาและพระราชินี แห่งความมืดซึ่งได้เสกให้มีพายุทรายพัดโหมกระหน่ำทำให้ทั้งสองต้องแยกจากกันองค์ชายรัชทายาทได้ถูกจับตัวไปให้ไปอยู่ที่วังต้องคำสาปส่วนนางฟ้าสาวไม่ได้ถูกจับไปถูกปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังรักชายมากถึงกับยอมเสี่ยงตายออกไปตามหาเจ้าชาย

แต่ก็มีหลายครั้งที่นางต้อง สู้กับอุปสรรคมากมายจนปากเจ็บไปหลายแผลแต่นางนั้นก็พักรักษาตัวให้หายไม่ย่อท้อและยังคงตามหาเจ้าชายต่อไปโดยสิ่งที่เราต้องทำนั่นก็คือการช่วยเหลือนางฟ้า ให้สามารถตามหาเจ้าชายเจอได้ และนี่คือตำนานของเกมนี้ค่ะใครสนใจลองไปเล่นกันดูได้นะคะในต้นของเกมจะมีการเล่าเรื่องของตำนานแบบฉบับย่อให้ดูค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

หลอนวัดปทุมคงคาที่เขตสัมพันธวงศ์

         ในกรุงเทพฯซึ่งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์นั้นมีวัดที่โด่งดังมากอยู่วัดหนึ่งในปัจจุบันนี้นั่นก็คือวัดปทุมคงคาซึ่งเมื่อก่อนในอดีตนั้นวัดปทุมคงคาถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งเพราะมีความเชื่อกันว่าประวัติการสร้างวัดปทุมคงคานั้นมีการสร้างมานานแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเลยทีเดียว

ซึ่งตามตำนานและมีประวัติที่สามารถเชื่อถือได้มีการระบุเอาไว้ว่าแต่เดิมนั้นวัดปทุมคงคาเป็นวัดเล็กๆซึ่งภายหลังก็ได้มีการถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ไม่มีใครที่จะเดินทางมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ไม่มีพระสงฆ์คอยดูแลวัดจนกลายเป็นวัดร้างในที่สุดแต่ต่อมาภายหลังวัดแห่งนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นลานประหารชีวิต

โดยผู้คนที่ถูกนำมาประหารชีวิตที่วัดปทุมคงคาแห่งนี้นั้นจะเป็นกลุ่มคนที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ค่อนข้างสูงเป็นกลุ่มพวกเชื้อพระวงศ์ต่างๆโดยเฉพาะในสมัยของพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งในสมัยนั้นที่พระเจ้าตากสินถูกสำเร็จโทษด้วยการประหารชีวิต

และไม่ใช่แค่พระเจ้าตากเท่านั้นที่ถูกนำมาสำเร็จโทษที่นี่ทายาทของพระเจ้าตากอีกหลายพระองค์ด้วยกันก็ถูกนำมาสำเร็จโทษที่นี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่ามีหนึ่งคนที่สามารถรอดพ้นการสำเร็จโทษในครั้งนี้ไปได้นั่นก็คือพระเจ้าเหม็น ซึ่งในขณะนั้นว่ากันว่าที่พระเจ้าเหม็นไม่ถูกสำเร็จโทษตามพระเจ้าตากสินไปด้วยนั้น

ก็เนื่องมาจากว่าพระเจ้าเหม็นนั้นเป็นหลานคนโปรดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 นั่นเองแต่อย่างไรก็ตามเพียงไปไม่กี่วันเท่านั้นพระเจ้าเหม็นก็ถูกใส่ความว่าต้องการที่จะยึดอำนาจ และกำลังกรอกการใหญ่ตั้งตัวเป็นกบฏดังนั้นเมื่อรัชกาลที่ 2 ทราบเรื่องจึงได้สั่งประหารพระเจ้าเหม็นในที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีการสั่งประหารชีวิตข้าราชบริพารที่ดูแลพระเจ้าเหม็นรวมถึงพระมเหสีเอกซึ่งเป็นน้องสาวของพระเจ้าเหม็นอีกด้วยโดยมีการนำทุกคนมาประหารที่วัดปทุมคงคาแห่งนี้นี่เอง ส่วนพระโอรสของพระเจ้าเหม็นที่มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 พระองค์ทุกพระองค์นั้นถูกทหารนำจับไปถ่วงน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งในช่วงที่รัชกาลที่ 3 ทรงขึ้นครองราชย์ก็ยังคงใช้พื้นที่ของวัดปทุมคงคานั้นในการสำเร็จโทษกล่องควบคุมเจ้าฟ้าและข้าราชการชั้นสูงอยู่เหมือนเดิมและบุคคลที่ถูกประหารชีวิตที่วัดปทุมคงคาเป็นคนสุดท้ายก็คือ กรมหลวงลักษณ์รณเรศในโทษฐานที่คิดก่อการกบฏ หลังจากนั้นวัดปทุมคงคาก็ถูกบูรณะซ่อมแซมใหม่

แต่เรื่องเล่าหลอนก็ยังคงไม่หมดไปเมื่อที่วัดแห่งนี้มีต้นอโศกต้นหนึ่งซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่มีอายุหลายร้อยปีว่ากันว่าชาวบ้านมักจะเห็นคนแต่งชุดในสมัยโบราณเดินเข้าไปในต้นอโศกแล้วหายไปกับตาซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากจนในที่สุดก็มีการตัดสินใจตัดต้นอโศกต้นนั้นทิ้งไปและปัจจุบันก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณเดินภายในวัดอีกเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet เว็บตรง

สมัยคริสเตียนและประวัติศาสตร์ของศิลปะ 

คริสเตียนเป็นหนึ่งสมัยที่ทั้งความเชื่อและงานศิลปะมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากทุกคนในยุคนั้นได้รับความอุปถัมภ์จากมหาเศรษฐี ให้ทำงานเสร็จเพราะสิ่งที่ต่างๆมีความเชื่อว่าเมื่อเรามีเงินเป็นจำนวนมากแล้วเราต้องแสดงให้เห็นถึงสุนทรียภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ผู้ที่มีเงินเดือนเท่านั้น

เตรียมเป็นผู้ที่มีจิตใจในการเผยแพร่ทางด้านงานศิลปะทั้งสิ้นจึงทำให้ในยุคนั้นเป็นยุคที่มีการรวมอำนาจของอาจารย์ว่าเป็นอย่างมากมีศิลปินมากมายหลายคนได้รับการอุปถัมภ์ในยุคนี้อย่างไรก็ตามยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาทางด้านศิลปะจนมีอิทธิพลต่อในยุคหลัง การส่งต่อทางด้านความเชื่อทางด้านงานศิลปะหมายถึงแม้จะเป็นศาสนา

ซึ่งในยุคปัจจุบันเราก็เห็นได้ชัดว่าเวลาเราไปในโบสถ์คริสต์หรือว่าสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเราจะได้เห็นงานปั้นแกะสลักหรือแม้จะเป็นภาพวาดต่างๆที่แสดงถึง เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเพราะบุคคลต่างๆมีศรัทธาเกี่ยวกับศาสนาที่ค่อนข้างเยอะและศิลปะต่างๆ

ถูกผลิตออกมาเกี่ยวข้องกับพระเจ้า โดยตรงส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพระเยซูทั้งสิ้นแต่จะมีงานภาพประติมากรรมภาพวาดหรือแม้แต่ใช้งานกับคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้คนที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิลนี่เองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆ

ทางด้านงานศิลปะที่ได้รับสนับสนุนต่างๆในยุคปัจจุบันก็สามารถค้นหางานต่างๆเหล่านี้ได้ใน Museum รวมถึงมีหอศิลปะมากมายซึ่งแสดงถึงว่าผู้คนแต่ละยุคสมัยมีความต้องการในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับงานศิลปะและการสื่อสารต่างๆเหล่านี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ทุกคนต่างมีการพัฒนาในส่วนของการทำงานหรือลักษณะของความเชื่อและแสดงออกถึงการพัฒนางานอยู่ตลอดเวลา งานภาษาลาวนี้เกี่ยวข้องกับศาสนาก็ทำให้มีการเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น ใน 1 หน้าที่ผู้คนมีการสนับสนุนเกี่ยวกับการศึกษาหรือเกี่ยวกับศาสนานั้นเป็นเพราะว่างานศิลปะสามารถเข้าถึงผู้คนง่ายมากยิ่งขึ้น

จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่การเผยแพร่ศาสนาเป็นสิ่งที่ง่ายมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ศิลปะในการถ่ายทอดนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนามีการพัฒนาผู้คนให้สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ดีมากยิ่งขึ้น นี่จะทำให้สมัยคริสเตียนเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคประวัติศาสตร์มีการจดบันทึกไว้ว่างานศิลปะเกี่ยวข้องกับศาสนาโดยตรง

ทุกคนต่างมีศรัทธาความกลัวความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็น ความเลื่อมใสในพระเจ้าหนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปินต่างๆและเทศกาลต่างๆนำความเชื่อต่างๆเหล่านี้มาทำงานศิลปะเพราะว่าสามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักนูนต่ำงานแกะสลักไม้ของศิลปะในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 5 ที่ได้รับความนิยมอย่างมากนักศิลปะของคริสเตียนเป็นสิ่งที่มีการถ่ายทอดและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็ยังมีการศึกษาศิลปะแขนงนี้อยู่ 

 

 

ขอบคุณ  เซ๊กซี่บาคาร่าเกมส์66  ที่ให้การสนับสนุน

ร่องรอยแห่งอดีต 

เป็นเวลาช้านานที่งานศิลปะต่างๆที่เข้ามากล่อมเกลาจิตใจผู้คนอื่นและแสดงการส่งต่อเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์หรือการศึกษาตามผู้คนที่อยู่ข้างหลังก็สามารถศึกษางานประวัติศาสตร์เกี่ยวกับงานศิลปะได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นงานร่วมสมัยเลยแม้แต่เป็นการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะในยุคปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งเดียว

เพราะผู้คนต่างๆสามารถเข้าถึงงานศิลปะที่ง่ายมากขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือความเป็นอยู่ ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่เป็นอุปกรณ์ Notebook ต่างๆซึ่งตอนนี้สามารถเข้าถึงผู้คนได้

โดยเฉพาะในส่วนของอินเทอร์เน็ตที่มีข้อมูลจำนวนมหาศาลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามบนโลกของเรามีงานประวัติศาสตร์หรือประติมากรรมต่างๆ งานศิลปะต่างๆก็มีเป็นจำนวนมากผู้คนต่างๆมีกิจวัตรประจำวันตามยุคตามสมัยต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการรวมอำนาจของเมือง

นี่คือทำให้งานศิลปะทั้งสิ้นคือร่องรอยแห่งอดีตในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ หากมองให้ดีๆผู้คนต่างๆมีการจดบันทึกเรื่องราวผ่านตัวอักษรหรือตัวหนังสือต่างๆ แต่ศิลปะก็เป็นหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตของเมืองต่างๆหรือการรุกรานตามสถานที่ต่างๆ ศึกสงครามรวมถึงกิจวัตรในการใช้ชีวิตของผู้คนต่างๆในแต่ละยุคสมัยนี้จึงทำให้ร่องรอยแห่งการศึกษาต่างๆสามารถศึกษาได้ผ่านทางงานศิลปะทั้งสิ้น ยุคสมัยของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันงานศิลปะสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาต่างๆหลักสูตรการสอนการเรียนในยุคปัจจุบันก็มีความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาน่าจะผ่านทั้งสิ้น ให้เป็นการระบายอารมณ์สุนทรีย์ภาพหรือการพัฒนาการของเด็กต่างๆ

อุปกรณ์การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันก็สามารถค้นหาได้ไงมันขึ้นไม่ว่าจะเป็นดินสอปากกายางลบ หรือแม้แต่จะเป็นอุปกรณ์การเขียนการทำงานต่างๆแกะสลักต่างๆ นี่เอง

จึงทำให้การพัฒนาวัฒนธรรมของผู้คนในการพัฒนาค่อนข้างเยอะอย่างไรก็ตามในประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเยอะเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นศิลปะการแกะสลักผลไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาเป็นเวลาช้านานผู้คนต่างๆสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการทำงานหรือวัฒนธรรมต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ยุคสมัยของผู้คนจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของการทำงานหรือการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ผู้คนในอดีตต่างๆมีการส่งต่อเรื่องราวมาถึงคนในยุคปัจจุบันผ่านทางตัวอักษรการจดบันทึกหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะ งานศิลปะคือสิ่งที่ทุกยุคทุกสมัยมีการทำอยู่ตลอดเวลานี้จึงทำให้แต่ละยุคแต่สมัยเราสามารถศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตได้อยู่เสมอ

การเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนจึงทำให้มีการสร้างงานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามนี้จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้มีงานร่วมสมัยต่างๆเกิดขึ้นมามากมาย และในอนาคตคนรุ่นหลังก็จะสามารถศึกษาได้จากงานที่มีในปัจจุบัน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming ทดลองเล่น

ประติมากรรมและงานศิลปะในยุคหิน 

งานศิลปะและงานประติมากรรมที่มีมากในยุคหินหรือยุคประวัติศาสตร์โบราณมีจำนวนมหาศาล จากการศึกษาของนักวิชาการหรือการสืบค้นเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตหรือการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคหินยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง จนเรียกได้ว่าเป็นยุคศิลปะแห่งยุคหินเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับสังคมการอยู่อาศัยหรือแม้จะเป็นวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะที่เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาเรื่องราวต่างๆศิลปะคือการจดบันทึกเรื่องราวว่าผู้คนมีประวัติศาสตร์ในการใช้ชีวิตอย่างไรหรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมก็ มีการจดบันทึกไว้ในงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตาม

ผู้คนมีความต้องการในการระบาย ความหวาดกลัว ความหวาดระแวง ความเชื่อ หรือสิ่งต่างๆที่มีความต้องการในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆของมนุษย์ในการอยู่อาศัยหรือการอยู่รอดนั้นความหวาดกลัวนั่นคือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ก็มีความกลัวเราจะใช้ชีวิตอย่างระวังและสิ่งต่างๆเหล่านี้เองต้องการการระบาย

จากการตรวจสอบในยุคหินนั้นผู้คนต่างๆเริ่มรู้จักการระบายสีโดยเฉพาะในส่วนของงานศิลปะหรืองานประติมากรรมที่ผนังกำแพง จึงทำให้รู้ว่ามนุษย์มีการรู้จักกับการปั้นหรือการแกะสลักทั้งสิ้น การขูดขีดหรือการระบายสีข้อสำคัญอย่างยิ่งในการระบายลมนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันงานประติมากรรมเกี่ยวกับงานศิลปะในยุคหินก็ยังหลงเหลือมาอยู่ ให้ผู้คนในยุคปัจจุบันได้เห็น

ยุคหินเป็นยุคที่ถูกแบ่งได้เป็น 3 ยุคที่ใหญ่นั่นก็คือ หินเก่า หินกลาง หินใหม่ 3 ยุคนี้เป็น 3 ยุคที่มีการแตกต่างกันเกี่ยวกับงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามในยุคแรกเป็นยุคที่มีการทำเกี่ยวกับงานโนนสูงหรืองานลอยตัวสันนิษฐานได้ว่ามนุษย์มีการใช้สิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่ว่าจะเป็นดินเหนียวหรือแม้แต่จะเป็นอุปกรณ์ต่างๆทางด้านหิน

อาจจะมีการสร้างงานศิลปะด้วยความบังเอิญแต่ ก็ตามในยุคต่อมาก็เริ่มมีการพัฒนางานที่ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆหรือแม้แต่ส่วนเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นของผู้คนเพราะผู้คนเริ่มมีการพัฒนา สังคมความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นการเริ่มการทำเกษตรกรรม ลักษณะทางสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงทำให้ผู้คนต่างมีการพัฒนาความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างรูปแบบเพื่อชีวิตรอด

เปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ทำให้งานศิลปะทั้งสิ้นมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอแม้แต่ในลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คน ผู้คนในแต่ละยุคสมัยก็มีลักษณะการใช้ชีวิตที่แตกต่างกับตัวอย่างไรก็ตามที่จุดประสงค์สำคัญที่การเปลี่ยนแปลงด้านสังคมในการทำงานต่างๆ

ช่วยผู้คนในการพัฒนางานที่ดีมากขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงงานหรือขณะนี้ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ ผู้คน ที่อยู่ในยุคข้างหลังได้มีการเรียนรู้เกี่ยวกับประติมากรรมหรือว่าแนวคิดของผู้คนในอยู่กันก่อน โดยเฉพาะยุคหินซึ่งเป็นยุคที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ความสว่างและการใช้งานของแสง

ความสว่างและการใช้งานของแสงงานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานที่แสดงความสดใสความมืดมนหรือแม้แต่ใช้ในส่วนของ การแสดงลักษณะต่างๆของยุคสมัยของงานศิลปะต่างๆได้ถูกเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่มีการเรียนรู้ในการใช้งานศิลปะต่างๆเพื่อพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตถ่ายทอดความเชื่อถือแม้จะเป็นความต้องการต่างๆ

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่อยู่ปัจจุบันงานศิลปะต่างๆได้ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น สถาบันการศึกษาเกี่ยวกับทางด้านศิลปะมากมายออกมาเปิดตัวคอร์สการเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ หรือแม้แต่จะเป็นการเปิด Academy ซึ่งสอนงานศิลปะโดยเฉพาะโดยเฉพาะในประเทศไทยก็มีความสนใจในการสนับสนุนงานศิลปะท่วมมาก

อย่างไรก็ตามหน้าศิลปะที่แสดงอารมณ์และความต้องการต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สี ซึ่งสามารถจำแนกแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนต่างๆที่ได้ความสว่างของแสงต่างในการรับรู้ของสิ่งต่างๆมีลักษณะที่แตกต่างกันทุกคนต่างๆเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการนำสีมาพัฒนาการใช้ชีวิตต่างๆ

ความสดใส ความมืดมน หรือแม้แต่จะเป็นความเข้มสว่างก็สามารถกำหนดได้ อย่างไรก็ตามนี้จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสีต่างๆและการพัฒนารูปแบบในการทำงานศิลปะต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เราสามารถรับรู้แสงได้ผ่าน 3 อย่างได้คือ แสง วัตถุ แล้วก็ตาของมนุษย์ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้แสงจะถูกกำเนิดขึ้นจากธรรมชาติมากระทบกับวัตถุและถ่ายทอดมาสู่ตาของมนุษย์และถูกส่งต่อไปที่สมองนิดนึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในการเข้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตในการพัฒนาการทำงานต่างๆ

อะไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่สุดในยุคปัจจุบันการเข้าถึงรูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นลักษณะของงานศิลปะต่างๆได้ถูกเปลี่ยนแปลงและถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วพวกคนต่างๆมีการเรียนรู้ในการถ่ายทอดอารมณ์ทางด้านต่างๆศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งในนั้น

ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสีต่างๆมีความเข้มความอ่อน ความสว่าง งานศิลปะมากมายก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้สี ใช้เพียงแค่ความสว่างและความมืด ค่าน้ำหนักของแสงแต่เพียงเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างๆความสนใจในการเรียนรู้ลักษณะของแสงสีต่างๆซึ่งพัฒนารูปแบบในการทำงานศิลปะมากมายโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันการเรียนรู้รูปแบบการทำงานศิลปะต่างๆเหล่านี้มีการแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโลกออนไลน์ในปัจจุบัน

ก็มีคอร์สการเรียนการสอนเกี่ยวกับงานศิลปะเช่นข้างมากซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในยุคปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจในการพัฒนาการใช้ชีวิตต่างๆ ซึ่งการแสดงงานศิลปะต่างๆมีลักษณะแสดงให้เห็นถึงข้อสอดคล้องในการใช้ชีวิตสังคมหรือแม้แต่จะเป็นรูปแบบในการทำงานต่างๆ 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

การใช้สีในงานศิลปะของบาโรก 

 

งานศิลปะสมัยบาโรกเป็นส่วนที่อยู่ในศตวรรษที่ 17 ของศิลปินจากฮอลแลนด์ มีภาพเขียนมากมายเป็นส่วนหนึ่งของยุคสมัยในการเขียนภาพวาดจิตรกรรมต่างๆก็ตามผู้คนต่างๆมีการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆผ่านงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ความเป็นอยู่ของผู้คนความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นศิลปะต่างๆที่ถูก Express ออกมาเป็นผลงานต่างๆ

สำคัญอย่างนี้ที่ดินปัจจุบันการพัฒนาศิลปะต่างๆด้วยความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการในการเสพสื่อต่างๆสามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอินเตอร์เน็ตคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่จะเป็นส่วนต่างๆนี้ก็มีความได้มากยิ่งขึ้นในการเข้าถึงงานศิลปะที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ในยุคปัจจุบันการแพร่กระจายทางด้านงานศิลปะเก่าๆที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมาให้ผู้คนสามารถเห็นได้ง่ายมากที่สุด ทุกคนมีความต้องการในการสื่อสารต่างๆของการกล่อมเกลาจิตใจหรือว่าการเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ของงานศิลปะได้

เพราะในแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้หรือแม้จะเป็นกิจกรรมต่างๆได้มีการพัฒนาอย่างเหมาะสมกับคนนั้นๆซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้คนในการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการเรียนรู้หรือไม่ว่าจะเป็นในส่วนของงานภาพเขียนเองก็ตามก็มีการพัฒนาเช่นเดียวกัน

ในส่วนของมนุษย์ในศตวรรษที่ 17 ศิลปินที่อยู่ในประเทศฮอลแลนด์ หรือนิกายโปรเตสแตนต์ได้มีการก้าวผ่านกิจกรรมต่างๆมากมายเป็นการแสดงเนื้อหาจากความเชื่อในศาสนาหรือคัมภีร์ไบเบิลนั่นเอง ไม่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดภาพเขียนหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของภาพที่แสดงให้เห็นเทพนิยายประวัติศาสตร์นำไปสู่ กิจกรรมมากมายที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนอาจมีการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย

ทางความเชื่อ ไปสู่การถวายตัวเพื่อทำงานเกี่ยวกับในส่วนของศาสนาทั้งสิ้น มีทั้งวาดภาพวิวทิวทัศน์ ภาพฝาผนัง จิตรกรรมภาพนิ่ง ภาพเหมือน หรือลักษณะต่างๆการเลือกใช้สีจะเลือกใช้สีที่สดใสค่อนข้างเยอะการมีจุดมุ่งหมายซึ่งมีความชื่นชอบในการทำงานต่างๆเหล่านั้นจะช่วยให้มีการแสดงลักษณะของงานศิลปะมากมายที่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มีบทบาทในการเข้าใจของผู้คนอย่างไรก็ตามกลุ่มศิลปินต่างๆเหล่านี้

ได้มีความสนใจในการพัฒนาในส่วนของงานศิลปะต่างๆให้มีความพอใจของตัวเอง โดยเฉพาะในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่เรียกได้ว่าเสียปะบาโรกเริ่มมีการประยุกต์หรือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่แสดงให้เห็นว่าเกี่ยวกับทางด้านการเมืองอยู่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรนี่จะเป็นเหตุผลที่ผู้คนต้องการความสนใจในการเข้าถึงงานศิลปะต่างๆ สีที่มาเลือกใช้ชนิดเป็นสีที่มีความรุนแรง หรือมีความสดใสเช่นเครื่องมาก ในตัวศิลปินเองก็มีความสนใจในการพัฒนาการทำงานหรือว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอโดยเฉพาะในยุคของบาโรกนี่เองที่มีการแสดงเกี่ยวกับความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิลถ่ายทอดมาเป็นภาพวาดจิตรกรรมรวมทั้งที่มีในส่วนของงานภาพเขียนต่างๆมากมายที่มีชื่อเสียงซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีการศึกษางานต่างๆเหล่านี้อยู่ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บคาสิโนเปิดใหม่

ศิลปะในยุคหินกลาง

จากหลักฐานการค้นพบทางด้านศิลปะ ทำให้เรารู้ว่าศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้ว และอาจจะเกิดมากกว่า 10,000ปีแล้วก็เป็นได้ ซึ่งศิลปะมีการเกิดขึ้นก่อนสมัยประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ เพราะจากหลักฐานที่มีการค้นพบในแต่ละอย่างนั้น ล้วนมีอายุมากเลยทีเดียว

ทำให้เชื่อว่าการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะ เป็นสิ่งที่มนุษย์ในทุกยุคทุกสใยนั้นมีการจินตนาการและสื่อออกมาจากความคิดโดยผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั่นเอง แต่ในยุคหินนั้นไม่แน่ใจว่าการสร้างสรรค์ศิลปะเหล่านี้ เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อการใดกันแน่ เพราะจากการสันนิษฐานก็มักจะมีการสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นการสร้างสรรค์เพื่อเป็นสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องบันทึกเหตุการณ์หรือการระทำต่างๆในยุคนั้น

ไม่ว่าจะเป็นการทำพิธีการต่างๆ การบูชาเทพเจ้า รวมทั้งการฆ่าสัตว์ด้วย และสำหรับในยุคหินกลาง Middle Age หรือบ้างก็เรียกว่า Mesolithic นั้น ก็มีการค้นพบที่คาดว่าเกิดการสน้างสรรค์ในช่วงยุคหินกลาง ซึ่งในยุคนี้นั้นเป็นช่วงยุคที่มีการเกิดขึ้นของสิ่งต่างๆรวมทั้งศิลปะที่มีอายุต่ำกว่า 9,000ปีลงมากก่อนคริสตกาล 

โดยมนุษย์ในช่วงยุคหินกลางนั้นเริ่มมีวิวัฒนาการในการนำสิ่งต่างๆรอบตัวมาประยุกต์ใช้แล่ว ไม่ว่าจะเป็นการนำไฟมาสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายและการประกอบอาหารต่างๆด้วยการใช้ไฟและในยุคนี้นั้นการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นงานด้านศิลปะ

จะมีการสร้างสรรค์ผลงานด้วยหินและงาช้างเป็นหลักโดยงานที่มีการสร้างสรรค์นั้นก็จะเน้นเป็นผลงานทางด้านประติมากรรม โดยการสร้างสรรค์งานนั้นก็จะมาจากการจินตนการของผู้สร้างสรรค์ด้วยและเป็นสิ่งที่อาจจะสร้างสรรค์มาจากรูปแบบหรือสิ่ที่พักเห็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เป็นต้น 

ไม่เพียงความสร้างสรรค์ทางด้านประติมากรรมเท่านั้น ในยุคหินกลางก็มีการสร้างสรรค์ด้านจิตรกรรมด้วย ซึ่งการสร้างสรรค์ด้านจิตรกรรมในยุคหินกลางนั้นจะเน้นการสร้างสรรค์ในบริเวณหน้าผาต่างจากในยุคหินเก่าที่มีการสร้างสรรค์และวาดภาพต่างๆในถ้ำ แต่สำหรับยุคหินกลางนั้น

จะมีการสร้างสรรค์ที่รู้สึกว่ามีการพัฒนาทางด้านฝีมือในการสร้างสรรค์ขึ้นมาอีกระดับ เพราะนอกจากเป็นการสร้างสรรค์ที่หน้าผาเป็นหลักแล้ว การจินชตนาการและการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ดูแล้วรู้ว่าผู้ที่สร้างสรรค์นั้นต้องการจะถ่ายทอดอะไรออกมาหรือพูดได้ว่า เภาพวาดเหล่านั้นมีลักษณะที่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นจากในยุคหินเก่านั่นเอง

โดยภาพวาดจะเน้นเป็นการวาดทั้ง คน สัตว์ รวมทั้งสภาพแวดล้ม เป็นการสร้างสรรค์ที่แสดงถึงการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคหินกลางนั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้ค้นพบและเป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เรานั้นนอกจากจะเห็นถึงิวิวัฒนาการความเป็นอยู่ของคนยุคหินกลางแล้วนั้น ยังแสดงถึงวิวัฒนาการในการสร้างสรรค์กระบวนการความคิดและจิตนาการที่มีการพัฒนามาจากยุคหินเก่าได้อย่างดีด้วย

 

สนับสนุนโดย  ufabet บนมือถือ