ไขควง 6 เหลี่ยม ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

อุปกรณ์สำคัญอย่างเจ้าไขควงที่เราอาจจะไม่สนใจมัน จริงๆแล้วเจ้าตัวนี้คนคงจะงงกันว่ามันมีความจำเป็นอะไร มันจะไม่จำเป็นสำหรับคนที่พกแต่เพียงตัวกล้องเดี่ยวๆไป ไม่ได้พกขอตั้งกล้อง ก็คงไม่จำเป็นหรอกครับ

แต่ถ้าเป็นนักถ่ายภาพที่เน้นทางภาพที่ต้องการใช้ขาตั้งกล้อง ก็ต้องยอมในการพกเจ้าไขควงหกเหลี่ยมนี่ไปด้วยนะ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยสำหรับขาตั้งกล้อง ในกรณีนี้เราจะไม่ถือว่าขาตั้งกล้องเป็นของที่ต้องอยู่กระเป๋ากล้องนะ เพราะส่วนมากแล้วจะเป็นการพกแยกไป มันใหญ่ ถ้าเอาใส่กระเป๋ากล้องได้จริงๆ กระเป๋านั้นต้องใหญ่มากๆเลย งั้นจะถือว่าไม่ใช่ละกัน แต่ในเมื่อมีการพกพาขาตั้งกล้องไปด้วยนะ ก็ต้องมีไขควงหกเหลี่ยมนี้ด้วย

ขาต้องกล้องนั้นเราใช้เพื่ออะไร ก็ใช้เพื่อตั้งกล้องไว้แทนแขนเราเอง ประโยชน์หลักๆเพื่อลดการสั่นจากแขนเราไปนั้นเอง ถ้าต้องถ่ายอะไรที่แสงน้อยหรือชัตเตอร์ช้าๆนั้นแอง แต่อย่างสายถ่ายน้ำตกนั้น เพื่อให้น้ำตกเป็นเส้น ต่อให้เป็นตอนเช้าก็ตามก็ต้องใช้เจ้าขาตั้งกล้องนี้เช่นกัน

อีกหนึ่งประโยชน์คือการตั้งถ่ายตัวเราเอง ที่ไม่มีคนคอยกดถ่ายให้จนต้องใช้รีโมท หรือการตั้งเวลา ก็จำเป็นอย่างยิ่ง จะมาใช้กล้องใหญ่แบบนี้ในการถ่ายเซลฟี่ก็ไม่ใช่ล่ะ เมื่อทราบถึงประโยชน์ของขาตั้งกล้องแล้ว ก็คงจะทราบได้ว่า มันห้ามมีอาการหลวมหรืออาการโยกเยกอะไรทั้งสิ้นไม่ใช่นั้น

มันก็จะไม่นิ่งอย่างเราต้องการ หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือการทำให้กล้องของเรานั้นตกลงพื้นจนเกิดความเสียหายนั้นเอง พูดถึงการทำกล้องตก เพียงแค่นี้ก็รู้สึกขนลุกเลย เพราะมันคงเป็นสิ่งร้ายแรงมากสำหรับคนมีกล้อง นั้นทำให้ขาตั้งกล้องนั้นต้องทำงานได้เต็มระบบโดยไม่มีความผิดปกติใดๆเด็ดขาด

เจ้าไขควงหกเหลี่ยมนี้จึงจำเป็นอย่างมากในการเอาไว้ซ่อมบำรุงขาตั้งกล้องของเรานั้นเอง เพราะขาตั้งกล้องที่มีมาตรฐานนั้น มักจะมีสกูลหัวหกเหลี่ยมที่เป็นเบอร์เดียวกันทั้งนั้น อย่างมากก็มีสองเบอร์ นั้นก็ต้องดูให้ดูว่าขาตั้งกล้องเราใช้แบบไหน เอาจริงๆแล้วนะ ตัวขาตั้งกล้องนั้น

ส่วนมากแล้วจะมีให้มาด้วยอยู่แล้ว โดยไม่ต้องไปหาซื้อ แต่ถ้าเกิดทำหายขึ้นมาก็สามารถไปซื้อได้ตามร้านขายเครื่องมือช่าง หรือร้าน DIY ทั่วๆไป B2S ก็มีเช่นกัน อันเล็กแค่นี้ไม่ต้องกลัวเปลืองเนื้อที่กระเป๋ากล้องหรอกนะ

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

ใครอยากมีความฝัน…ต้องนอน

เด็กสมัยใหม่อยากเป็นคนมีฝัน ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะต้องไปตะกายหาฝันที่ไหน เพียงแค่คุณนอน เฝ้ารอความฝันจะปรากฏขึ้นมาเอง แล้วเมื่อถึงเวลาตื่นนอน คุณอาจจะดื่มด่ำไปกับฝันดีหรือกังวลไปกับฝันร้าย ไหนลองมาดูกันสิว่า “ความฝันมันเกิดขึ้นได้อย่างไรและมันบอกอะไรเราได้”

นักวิทยาศาสตร์หลากหลายสำนักได้มีการหาว่า ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร จนเกิดเป็นหลายทฤษฎี มีการค้นพบ ความฝันมักจะเกิดในช่วงที่เราหลับแบบที่ยังมีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็ว

ซึ่งช่วงนี้เป็นเวลาที่สมองแอคทีฟมากที่สุด โดยพบว่า ความฝันจะสอดคล้องและเชื่อมโยงไปกับความคิด อารมณ์ สิ่งที่เคยประสบพบเจอ สารเคมีในสมองจะนำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้มาผสมกันจนกลายเป็นเรื่องใหม่ที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน หรืออาจเป็นเรื่องเดิมที่คุณเคยพบมาล้ว 

เมื่อคุณฝันร้าย มันกำลังแอบบอกอะไรคุณอยู่

ฝันร้าย…ฝันว่า เจอผี มีคนมาเอาชีวิต มีคนวางยาพิษหรืออาจจะเป็นเรื่องราวที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง ซึ่งฝันในแบบนี้จะแสดงออกมาในด้านลบ ฝันร้ายจะสะท้อนถึงอารมณ์หรือความเครียดรวมไปถึงความกังวลที่เกิดขึ้นในชีวิตในช่วงขณะนั้น บางทีก็สัมพันธ์กับโรคทางจิตเช่นภาวะซึมเศร้า เป็นต้น เคยไหมที่ บางครั้งเมื่อเราฝันร้ายแบบหนักจริงๆก็อาจจะตะโกน ร้องไห้จนทำให้ตื่นจากความฝันนั้นเลยก็เป็นได้ 

อยากเก็บฝันดีเอาไว้ตราบนานเท่านานต้องทำอย่างไร

ฝันดี ใครๆก็อยากมี เคยไหมที่เรากำลังฝันหวาน ฝันถึงใครสักคนที่เราคิดถึง หรือกำลังฝันถึงช่วงวันเวลาที่เราจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตนเองวางไว้ แต่พอตื่นมาได้สักพักก็ดันลืมความฝันอันน่าจดจำเหล่านั้นไปจนหมด เคล็ดลับที่อยากจะจดจำความฝันนั่นไว้คือ เมื่อตื่นลืมตาขึ้นมา

พยายามนั่งนึกถึงเรื่องราวความฝันที่เกิดขึ้นและจดใส่สมุดไดอารีเพราะบันทึกเหล่านี้จะไม่มีวันลบเลือนหายไป อยากซึมซับความฝันนี้อีกทีก็เพียงแค่นำไดอารีมาเปิดอ่านก็สร้างความสุขได้อีกแบบ 

ความฝันที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝันดีหรือฝันร้าย ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในหัวสมองเราเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้น ดังนั้น ความฝันนั้นอาจจะสร้างความสุขให้คุณก็พยายามเก็บไว้ในความทรงจำ แต่ถ้าฝันนั้นทำให้คุณกังวลจนปวดใจก็ปล่อยให้มันหายไปตามกาลเวลาเพราะเมื่อคุณตื่น ฝันร้ายต่างๆก็จะหายไปในไม่กี่นาที 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ศิลปะกับการถ่ายรูป

การถ่ายรูปนั้นถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะการถ่ายรูปถือเป็นความสวยงามทางศิลปะนั่นเองการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามนั้นจึงต้องมีเทคนิคหลายอย่างและผู้ถ่ายจะต้องมีมุมมองที่แตกต่างจึงจะสามารถสร้างสรรค์รูปถ่ายให้ออกมาสวยงามได้ การถ่ายรูปบางครั้งนั้นหากมองเป็นเรื่องที่ง่ายก็เป็นเรื่องที่ง่าย แต่หากมองเป็นเรื่องที่ยาก ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากอยู่เหมือนกัน

การถ่ายรูปไม่เพียงแต่ว่าใช้กล้องถ่ายแล้วจบไป แต่บางครั้งอาจจะใช่สำหรับคนที่ถ่ายเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นไม่ได้เน้นความสวยงามหรืออาจจะถ่ายเพื่อเป็นกิจกรรมยามว่างเท่านั้นแต่สำหรับคนที่ถ่ายรูปอย่างจริงจังนั้นอย่างเช่นอาชีพตากล้อง

การถ่ายรูปนั้นไม่ได้เพียงแต่ถ่ายเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นแต่จะเน้นในเรื่องความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่แปลกใหม่ด้วย ทำให้คนที่รักในการถ่ายรูปหรือตากล้องนั้นจะต้องมีการศึกษาทั้งภาคทฤษฎีต่างๆและภาคปฏิบัติในการถ่ายรูปควบคู่กันไปทั้งสองอย่างด้วยและต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามเป็นรพยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนานเลยทีเดียว

แต่ในสำหรับคนมีพรสวรรค์ในการถ่ายรูปนั้นถือว่าคนเหล่านั้นโชคดีมากๆเลยทีเดียว เพราะคนเหล่านี้จะใช้เวลาศึกษาเพียงไม่นานก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามได้ และแน่นอนว่าเมื่อมีพรสวรรค์และมีการฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอก็จะทำให้คนๆนั้นมีฝีมือที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ

จนกลายเป็นตากล้องมืออาชีพในอนาคต และต้องบอกว่าอาชีพตากล้องนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวเพราะเนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายรูปนั้นมีราคาที่สูงจึงทำให้ค่าจ้างนั้นสูงตามเช่นกันแต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยความยากลำบากกว่าจะสามารถไต่เต้าขึ้นไปเป็นตากล้องมืออาชีพที่รายได้สูงด้วย

แต่ในปัจจุบันอาชีพาตากล้องนั้นเป็นที่แพร่หลายทำให้มีคนที่ผันตัวมาเป็นคชตากล้องค่อนข้างมาก ทำให้รายได้นั้นอาจจะต้องมีการแข่งขันกันที่ขึ้นนั่นเอง โดยการแข่งขันก็จะต้องวัดจากผลงานของตากล้อง

และสำหรับผลงานของตากล้องนั้น แน่นอนว่าร้อยคนร้อยความคิด ร้อยความสร้างสรรค์ จึงทำให้ตากล้องแต่ละคนนั้นมีการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันออกไป อย่างที่บอกว่าการถ่ายรูปก็ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง จึงทำให้คนที่มองศิลปะนั้นก็อาจจะมีความชอบที่แตกต่างกันไปนั่นเอง

บางครั้งอาจจะมองว่าตากล้องคนนี้นั้นถ่ายรูปสวย แต่ตากล้องอีกคนถ่ายรูปไม่สวย ซึ่งความเป็นจริงแล้วตากล้องทั้งสองคนนั้นถ่ายรูปสวยทั้งคู่ เพียงแต่เราอาจจะชอบในมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ในตากล้องอีกคนมากกว่ามุมมองและความคิดสร้างสรรค์ในตากล้องอีกคนนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

ถ่ายภาพให้ดีต้องรู้จักและปรับปรุงตัวเอง

เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นชอบการถ่ายภาพ ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพเพียงเพราะอยากจะถ่ายแล้วลงโซเชียล หลังจากนั้นก็ลบไปมันคงจะไม่มีอะไรมากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบการถ่ายภาพ และอยากที่จะถ่ายภาพออกมาให้สวยไม่ใช่แค่สำหรับตัวของคุณเอง

แต่ยังสวยสำหรับคนอื่นอีกด้วยนั้น ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการที่ทำให้คุณได้พัฒนาฝีมือการถ่ายภาพของคุณให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น การที่คุณจะถ่ายภาพให้สวยได้นั้นมันไม่เป็นต้องมีตัวใหญ่ๆ หรือกล้องราคาตัวแพงๆ ท๊อปๆ หรอก ถ้าคุณไม่ได้อยากเป็นมืออาชีพหรือทำงานในสายนี้

แค่กล้องโทรศัพท์มันก็เพียงพอแล้ว โดยบทความนี้นั้นเราไม่ได้ส่งถึงคนที่เริ่มฝึกถ่ายภาพ หรือมือสมัครเล่นเท่านั้นนะ ใครที่มีความสนใจทางด้านการถ่ายภาพจนสมัครเรียนถ่าย หรือเรียนในมหาวิทยาลัยด้านวิชาการถ่ายภาพอยู่ ก็สามารถมาทำความเข้าใจกันได้ ซึ่งเรื่องที่เราจะพูดถึงนั้นคือ การเข้าใจและรู้จักปรับปรุงตัวเอง

แน่นอนว่าการเข้าใจตัวเองนั้นคือ คุณจะต้องลองทำมันก่อนว่ามันเป็นสิ่งที่คุณชอบหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่สนใจแต่ไม่ได้ถึงขั้นที่จะต้องทดลองทำ อย่างการถ่ายภาพคุณอาจจะมองว่า ใครก็สามารถถ่ายได้กันทั้งนั้น มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ? ลองคิดดูนะว่าในกลุ่มเพื่อนของคุณจะต้องมีสักคนใช่หรือไม่ที่คุณเปรียบเสมือว่าเข้าเป็นช่างภาพประจำตัว เพราะเขาคนนั้นถ่ายภาพถูกใจของคุณ เห็นแล้วใช่หรือไม่ว่ามันสำคัญอย่างไร

แต่เอาเถอะเราข้ามไปเรื่องที่ว่า ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่สนใจในการถ่ายรูปและพร้อมที่จะเรียนทำความเข้าใจกับมันให้มากขึ้น สิ่งแรกเลยคือ คุณต้องกล้าที่จะได้คำติชมหรือคำวิจารณ์ แน่นอนว่าการถ่ายภาพให้ตามใจเรานั้นเราต้องมองว่าสวยอยู่แล้ว เพราะเรานั้นเป็นคนถ่ายเอง

แต่ในทางกลับกันคนอื่นที่ไม่ใช่คุณเขาอาจจะมองว่า ภาพที่คุณถ่ายนั้นไม่สวย หรือมีจุดบกพร่อง สิ่งแรกเลยคือคุณอาจจะต้องทำความเข้าใจของคำวิจารณ์เหล่านั้น เพราะหลายคนเลือกที่จะมองข้ามและโต้ตอบด้วยการที่ว่า “มาถ่ายเองเลยไหม” ต้องบอกเลยว่าไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะถ้าเขาถ่ายภาพได้สวยเขาคงจะไปเองแล้ว แต่ขณะที่เราเองนั้นคือบุคคลที่เรียนรู้หรือต้องการฝึกความสามารถด้านนี้ให้เพิ่มมากขึ้น

เราก็ควรที่จะยินดีดีรับฟังสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเราจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง อย่างน้อยแล้วมันทำให้ทราบว่า มุมมองบางมุมมองของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน เพื่อตัวเราเองที่จะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น และตัวเราเองก็จะพัฒนาเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

ดนตรีเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

ในทุกยุคทุกสมัยนั้น ต่างก็ย่อมมีการใช้ดนตรีและมีการละเล่นให้เห็นกันอยู่ตลอดๆ ซึ่งดนตรีเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ให้ความสนุกสนานและสร้างความเพลิดเพลินไปกับมัน หรือจะเป็นการฟังหรือเต้นต่างก็สนุกได้และมีความสุข

ดนตรีมีผลดีอย่างไรให้กับเรา

  • ฟังดนตรีช่วยในเรื่องของอารมณ์ให้ดีขึ้นและสนุกไปกับเพลงที่เราชอบ
  • ฟังดนตรีสร้างความสุขและให้ความเพลิดเพลินและยังลดปัญหากับความเครียดได้ดีอีกด้วย
  • ฟังดนตรีช่วยในการพัฒนาการของสมองเด็กและยังคิดสร้างสรรค์ไปในทางที่ดี
  • ฟังดนตรียังสามารถช่วยในเรื่องของความเครียดและความคิด

ซึ่งคนเราถ้ามีหัวใจดนตรีอะไรก็ย่อมดีไปหมด และถ้าหากคนเรามีดนตรีในหัวใจมันอาจจะทำให้เรานั้นอารมณ์ดีขึ้นไปจากเดิม และจะนิ่งขึ้นเยอะความคิดก็จะพัฒนาไปจากเดิม ซึ่งอาจจะพูดได้ว่ามีสติมากกว่า สิ่งสำคัญนั้นเราต้องมีดนตรีในหัวใจ ซึ่งมันก็ไม่ได้แย่ไปจากเดิมสักเท่าไร มันมีแต่จะเพิ่มความคิดและพัฒนาสิ่งที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

เครื่องดนตรีชนิดไหนเหมาะสมแก่วัยเรามากที่สุด

ต้องขอบอกก่อนเลยว่าเรื่องเครื่องดนตรีนั้นเราจะบอกเจาะจงไม่ได้เลยว่า เหมาะกับเครื่องดนตรีไหนมากที่สุดซึ่งเครื่องดนตรีนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไปเป็นอย่างมาก และนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นเหตุให้คนนั้นมีมุมมองเลือกเครื่องดนตรีที่มันมีความแตกต่างกันออกไป

ซึ่งเครื่องดนตรีนั้นก็มีเสียงที่แตกต่างกันออกไป และมีวิธีลูกเล่นที่ไม่เหมือนกับเครื่องดนตรีอื่นๆอีกมากมาย

ดนตรีและศิลปะคือการผสมผสานเข้าด้วยกัน

ศิลปะและดนตรีนั้นเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่เป็นการสื่อสารสำคัญของมนุษย์  และยังสามารถสร้างความบันเทิงใจและให้ความเพลิดเพลินกับเรามากที่สุด ช่วยไม่ให้เครียดจากเรื่องต่างๆ และยังสามารถทำให้การใช้ชีวิตที่เป็นอยู่ดีขึ้นไปจากเดิมอีกด้วย

ซึ่งเรานั้นไม่อาจจะพูดได้เลยว่าเครื่องดนตรีแต่ละชนิดแต่ละประเพศนั้นเป็นศิลปะ ซึ่งเครื่องดนตรีนั้นมันก็ต่างมีความหมายที่ต่างกันออกไป ล้วนต่างก็ใช้อารมณ์และความคิดและบวกกับความจินตนาการที่แตกต่างกันออกไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย alpha88

Ralph Lauren 1 ใน 15 ดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนแปลงโลก

ดีไซเนอร์ผู้นี้เปรียบดั่งสัญญาลักษณ์ของวงการแฟชั่นอเมริกาเลยล่ะ

เขานั้นเป็นผู้นำแฟชั่นยุคแรกแล้วก็เป็นผู้ที่ทำให้วงการแฟชั่นที่อเมริกาเปลี่ยนแปลงไปตลอดการ ดังนั้นเขาจึงถูกจดจำว่าเป็นบิดาแห่งวงการแฟชั่นของโลกใบนี้

ไม่ว่าจะเป็นบุรุษผู้ใดก็มักเอาสไตล์แฟชั่นของดีไซเนอร์ผู้นี้เป็นแบบอย่าง ยิ่งภาพลักษณ์แนวนักธุรกิจสุดเนียบแล้วละก็ ยิ่งอินกับงานดีไซของเขาอย่างแน่นอน

ดีไซเนอร์ผู้นี้ไม่ได้เพียงแต่มีสไตล์แบบหนุ่มธุรกิจเนียบเท่านั้น

แต่เขานั้นยังมีสไตล์อื่นๆที่โด่งดังอีก อย่างเช่นคาวบอยบนหลังม้าอีก นั้นก็ทำให้หนุ่มชาวอเมริกันคลั่งไคล้เขาแล้วเอาเป็นแบบอย่างอย่างมาก ซึ่งเอาเป็นว่างานดีไซของเขานั้นทำให้คนทุกคนต้องเอาตามเป็นเยี่ยงอย่างอยู่ตลอด เพราะฉนั้นเขาจึงเป็นดั่งศูนย์รวมแฟชั่นที่ทุกคนคอยตามอยู่เสมอ

สุดยอดดีไซเนอร์นี้ ราล์ฟ ลอเรน เขานั้นเป็นผู้สร้างอณาจักรอันยิ่งใหญ่ของโลกแฟชั่นในยุคนั้นแบบที่ไม่มีใครสามารถทำได้ ดังนั้นเหล่าวงการดีไซเนอร์จึงยกย่องให้เขาเป็นบิดาแห่งดีไซเนอร์ แล้วก็ยังบันทึกเขาเป็นดีไซเนอร์ระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อย

แม้แต่ในการเรียนวิชาดีไซต่างๆยังต้องนำสไตล์การดีไซของเขามาเป็นบทเรียนอยู่ทั่วไปอีกด้วย

ยุคสมัยนี้ที่เห็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษหลายๆแบบหลายๆสไตล์ยังคงได้เห็นสไตล์ที่ ราล์ฟ ลอเรน เป็นคนออกแบบอยู่บ้างอย่างแน่นอน คิดดูละกันว่าผ่านมากี่ยุคกี่สมัยแล้ว การดีไซน์ของเขาก็ยังคงอยู่เป็นอมตะ นี่แหละคือดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนแปลงโลกของจริง แล้วในยุคๆนึงกว่าจะมีคนที่เกิดมาสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับนี้ก็ต้องบอกเลยว่า 1 ใน ล้าน

เหล่านักดีไซเนอร์ยุคปัจจุบันยังต้องเรียนรู้วิธีการคิดการดีไซน์ของเขาผ็นี้ แล้วจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงแต่ละยุคแต่ละสมัย จนสุดท้ายก็ต้องหาสไตล์แยกเป็นของตัวเองแบบที่จะต้องทำให้โลกจาลึกด้วยเช่นกัน นี่คือวัฎจักรของการเป็นดีไซเนอร์ยังไงล่ะ

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

เจดีย์ สถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย

สมัยสุโขทัยอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 – 20 ศิลปะในยุคนั้นเกิดขึ้นราวๆปีพ.ศ. 1780

เมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้สถาปนากรุงสุโขทัย เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมยุคสมัยสุโขทัยนั้น จะถูกออกแบบมาให้มีความรู้สึกถึงการเคารพ การศรัทธา สถาปัตยกรรมในยุคสมัยของสุโขทัยมีมากมาย ได้แก่ วัด อาคาร บ้านเรือน โบสถ์ วิหาร เจดีย์ วัง สถูป และสิ่งก่อสร้างอื่นๆอีกหลายอย่างที่ในปัจจุบัน

ยังคงเหลือไว้ให้ลูกหลานได้ชมเพื่อศึกษาข้อมูลในทางประวัติศาสตร์ และในบทความนี้จะมาพูดถึงสถาปัตยกรรมสมันสุโขทัยที่ถูกสร้างแบบออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ และเห็นชัดเจนว่าคือสถาปัตยกรรมเมื่อครั้งสมัยสุโขทัย “เจดีย์”

สำหรับเจดีย์ในสมัยสุโขทัยนั้น ได้รับอิทธิพลศิลปะมาจากแบบต่างๆหลายทิศทาง

จนเกิดเป็นเจดีย์ที่มีลักษณะเฉพาะในรูปแบบสุโขทัยขึ้นมา ซึ่งเจดีย์แบบสุโขทัยมีความเป็นเอกลักษณ์ ความงดงาม และมีความโดดเด่น ด้วยการสร้างรูปทรงในเชิงของสัญลักษณ์

อาทิเช่น เจดีย์ทรงกลม การออกแบบเจดีย์ทรงดอกบัวตูม และการปั้นรูปช้างล้อมรอบเจดีย์ เป็นต้น เจดีย์แบบยุคสุโขทัยสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้ดังนี้

1.เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมหรือเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์

เจดีย์ทรงนี้เป็นเจดีย์แบบสุโขทัยไทยแท้ จะมีลักษณะที่ทำฐานเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ตั้งซ้อนกันขึ้นไปจนถึงองค์เจดีย์เหลี่ยมย่อมุม บนยอดเจดีย์ทำเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือ ทรงดอกบัวตูม เจดีย์ที่มีลักษณะนี้คือ พระเจดีย์องค์กลางที่วัดเจดีย์เจ็ดแถว อำเมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

2.เจดีย์ทรงกลมแบบลังกาหรือทรงระฆัง

ที่เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา หรือ ทรงระฆัง นั้นเป็นเพราะว่าได้รับอิทธิพลมาจากเกาะลังกา พร้อมกับพุทธศาสนานิกายลังกาวงศ์ พระเจดีย์ช้างล้อม ที่ศรีสัชนาลัย ก็จัดอยู่ในลักษณะของเจดีย์รูปแบบนี้ โดยมีข้อสังเกตคือ เจดีย์ที่เป็นทรงกลมในยุคสมัยสุโขทัย

จะยังไม่มีเสาหานเหนือบัลลังค์ ยอดองค์ระฆังจะรองรับปล้องไฉน เช่น เจดีย์ทรงกลมสมัยอยุธยา ที่มีส่วนด้านล่างขององค์ระฆัง มักจะมีลวดลายกลีบดอกบัวประกอบ ซึ่งอาจจะได้รับอิทธิพลศิลปะมาจากทางฝั่งพม่า ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะมาจากทางอินเดียอีกทอด

3.เจดีย์ทรงปราสาทยอด

เป็นเจดีย์ที่มีฐานและองค์ระฆังมีความสูงทำเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ในบางครั้งก็อาจจะมีหรือไม่มีคูหาประดิษฐานพระพุทธรูป ในส่วนของช่วงด้านบนจะเป็นเจดีย์รูปทรงกลมในแบบของลังกา และจะมีเจดีย์องค์เล็กๆจัดวางประกอบอยู่ที่สี่มุมของเจดีย์ ในวัดเจดีย์เจ็ดแถว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

สถาปัตยกรรมของพุทธศาสนาแบบสุโขทัยที่มีการเลียนแบบของสถาปัตยกรรมของลพบุรี คือ รูปปรางค์ขอม แต่ถูกแก้เป็นแบบปรางค์ไทย คือ การทำเป็นทรงสูงขึ้นมากกว่าเดิม

 

ขอบคุณที่มาของบทความ แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

เบิ้ล นนทวัฒน์ นำเบญจพล

ลองมาดูผู้กำกับสายหนังสารคดีกันบ้าง

ถึงจะเป็นหนังเรื่องแรกของเขาที่เป็นลูกผสมหนังสายสารคดีกับหนังทั่วไปก็จริงแต่ก็ถือเป็นหนังที่เรียกกระแสได้ไม่น้อยเลย เพราะว่าเป็นหนังที่ดูได้เหมือนหนังปกติแต่ว่ามีกลิ่นอายของสารคดีอยู่เต็มเปียม

ซึ่งที่ทำให้เป็นหนังที่มีกระแสนิยมก็คงต้องบอกเลยว่าเป็นหนังที่สารคดีที่มีความจริงสูงมากมาย แล้วก็ยังเป็นหนังที่รวมรวมความคิดแปลกแยกแต่เป็นความจริงในสังคมที่ไปเก็บข้อมูลสัมภาษณ์มามากมายถึง 100 คน

แล้วทั้งหมดนรั้นก็คือวัยรุ่นที่อยู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงจากนักเรียนสู่นักศึกษาใครที่เคยภายวัยนั้นมาดูเรื่องนี้ก็จะรู้สึกอินแล้วก็นึกหวนไปยังยุคนั้นที่ตัวเองได้เผชิญอย่างแน่นอน

หนังเรื่องนี้เป็นหนังส่อสังคมที่บาดลึกเข้าไปในใจของผู้ดูเลยละว่ามันเป็นความจริงที่เรามักจะไม่ยอมรับกันในสังคมแต่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆนะ

โดยการเดินเรื่องของตัวเอกของเรา โจโจ้ เด็กผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ

ที่ไม่อาจหลีกหนีอารมณ์ภายในตัวแล้วต้องเผชิญกับมาอย่างหนักซึ่งก็กล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆของเธอที่เกี่ยวกับความรักในเพศเดียวกันแถมยังกับเพศตรงข้ามที่ได้สัมผัสมาอีกด้วยในเรื่องรวมร่วมความจริงของความสัมพันธ์ของหลายๆความสัมพันธ์อย่าง

ความรักต่อเพื่อน ต่อความใคร่ ต่อครอบครัวแล้วก็นำเสนอถึงการเป็นเพศสัมพันธ์อย่างจริงจังเรื่องทั้งหมดดำเนินผ่านการจดไดอารี่อีกด้วยเป็นหนังที่เรียกได้ว่าทั้งแหวกแนวแล้วก็มีแผนการสร้างโครงเรื่องมาอย่างดีซึ่งที่มาของชื่อหนัง หลายๆคนคงไม่เข้าใจที่มา

แต่จริงๆแล้วมันก็ตรงๆง่ายๆนั้นก็คือ BKKY กรุงเทพบวกกับเยาวชน แต่มีการเล่นกิมมิกกับตัว Y ที่ออกเสียงเป็น Why

เผื่อให้สอดคล้องกับความหมายของหนังเรื่องนี้ที่มีแต่วัยรุ่นช่วงที่มีคำถามอย่างมากมายไม่รู้จบหนังเรื่องนี้โดงดังในต่างประเทศด้วยนะแล้วก็ยังได้รางวัลสารคดียอดเยี่ยมจากเยอรมนีอีกด้วยแล้วยังได้ฉายในเกาหลีเป็นประเทศแรกก่อนไทยอีกด้วย

คิดนอกกรอบ แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

ความสามารถที่ต้องฝึกอย่างเรื่องความคิดนอกกรอบนี้

เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะพูดอธิบายได้ยากว่าการออกนอกกรอบคืออะไร แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยให้นักออกแบบสร้างสรรค์สิ่งใหม่พร้อมกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว มันค่อนข้างจะกว้างแล้วจำกัดความได้ยากสักหน่อยแต่ ใครที่ฝึกมันอย่างสม่ำเสมอแล้วจะทำให้เป็นคนที่ไม่กลัวต่ออุปสรรคใดๆเลย

ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมายที่ช่วยให้เป็นเครื่องมือที่สร้างอะไรออกมาก็ได้อย่างง่ายดาย

ฝึกใช้จนกลายเป็นมือเป็นเท้าเราได้จนคล่องแล้วก็ตาม ก็ไม่อาจมาช่วยเหลือการคิดนอกกรอบได้ ต่อให้คุณทำภาพสเก็ตซ์หรือแบบพรีเซ็นได้ออกมาสวยไม่มีที่ติ ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นคนละเรื่องกับความคิดนอกกรอบที่ไม่มีบทนิยามนี้

การคิดนอกกรอบจริงๆแล้วมันจะถูกสร้างมาจากทัศนคติของตัวนักออกแบบ

ต้องฝึกฝนให้เป็นคนคิดบวกก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยตามมาด้วยการคิดนอกกรอบ ถ้าเราคิดบวก สิ่งที่อยู่นอกกรอบมันจะเป็นไปได้เสมอ แล้วเมื่อเวลาที่นักออกแบบเจอปัญหาแบบเร่งด่วน จำเป็นต้องคิดนอกกรอบเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ บางดีถ้าคิดนอกกรอบได้พอดี อาจจะสร้างสิ่งใหม่ๆให้ดูน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย ความคิดนอกกรอบนั้นบางทีก็ต้องแหกกฏเกณฑ์ไปบ้าง

แต่เชื่อเถอะถ้าการแหกกฏเกณฑ์นั้น

นักออกแบบสามารถอธิบายให้ผู้จ้างงานเข้าใจได้ละก็ คุณจะเป็นนักออกแบบที่ดูเหนือทันที  ถ้าวันนึงเกิดปัญหาเฉพราะหน้าการคิดนอกกรอบออกจากสิ่งที่คุณทำอยู่จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายเวลาของการแก้ไขงานนั้นเลย คุณอาจจะแก้ไขงานได้ทันทีหรือว่าแก้ไขงานได้ช้าเป็นวันเป็นอาทิตย์ก็ขึ้นอยู่กับการคิดนอกกรอบนี้

ความสามารถด้านนี้พึงจำเป็นสำหรับนักออกแบบมากๆต่อจากการที่คุณมีความคิดสร้างสรรค์จนเป็นผลงานที่คุณภูมิใจกับมัน เพราะว่าถ้าตัวนักออกแบบยึดติดอยู่ในกรอบแล้วละก็ งานจะไม่สามารถเดินไปขั้นต่อไปได้ เพราะว่าไม่มีทางที่นักออกแบบทุกคนจะมีวันที่ดีทุกวันหรอกนะ

ฝึกฝนให้เชียวชาญ พื้นฐานของนักออกแบบเสื้อผ้า

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่อยู่หลังจากการที่ทำเสื้อผ้าเสร็จไปแล้ว ถือว่าเป็นการทำขั้นตอนนี้เพื่อการพัฒนาตัวเองขึ้นไป ซึ่งถ้าคุณคิดจะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าที่มีระดับสูงขั้นเรื่อยๆ อยากจะไต้เต้าไปให้สูงๆนั้น ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้

เพราะถ้าไม่มีขั้นตอนนี้ ฝีมือของนักออกแบบก็จะอืดเป็นเต่าคลาน

ตามเทรนแฟชั่นก็ไม่ทัน ชุดที่ออกแบบมาก็อย่างจะเชย ไม่ทันยุคทันสมัย เพราะสมัยนี้นั้นทุกอย่างบนโลกหมุนรอบตามเทรนอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดบนโลกก็ตามที เพราะว่าคนที่มีหัวแนวหน้าบนโลกนี้ เขาก็ทำอะไรใหม่ๆขึ้นมาแข่งกันเสมอๆแหละ เพราะชั้นนั้นนักออกแบบต้องหมั่นฝึกฝนเพื่อให้ได้มาซึ่งความทันโลกกว่าใคร หรือเป็นผู้นำแฟชั่นเลยก็จะยิ่งดี

นักออกแบบจะต้องตามโลกจากการดูโลกกว้างทั้งในโซเชียวทั้งหลาย

หรือเทรนของอย่างอื่นที่ไม่ใช่เสื้อผ้าด้วยซ้ำ เพราะจะได้ไอเดียวใหม่ๆที่ไม่เหมือนใคร แล้วเมื่อมีไอเดียใหม่ๆก็ต้องนำมาทำวนตั้งแต่ขั้นตอนแรกใหม่ๆทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆก็จะทำให้แต่ละแบบของเรามีความทันสมัยแล้วก็มีความแปลกใหม่อยู่เสมอๆ บางแบบอาจจะรู้สึกว่าเร็วไปยังไม่ควรปล่อยก็อาจจะเป็นได้ แต่ก็เก็บไว้ถึงเวลาที่พอเหมาะพอควรปล่อยออกมาก็ไม่มีปัญหาอะไร 

เพียงแต่ต้องมีสมองที่คิดทันโลกด้วย อะไรเร็วไป ช้าไป ก็ไม่ค่อยดีนัก

แล้วสิ่งที่จะได้มาไม่ใช่แค่หัวอินเทรน แต่ก็จะได้ฝึกฝีมือในพื้นฐานต่างๆให้แน่นขึ้น แล้วก็ได้เทคนิคใหม่ๆอยู่เสมอ บางเทคนิคอาจจะเป็นเราคนเดียวเลยก็ได้ที่สามารถทำมันขึ้นมาได้ แล้วนั้นแหละจะกลายเป็นจุดขายอีกอย่างที่ทำให้การออกแบบเราไม่เหมือนใครในทางเทคนิค

แต่แล้วเรื่องการฝึกฝนให้เชียวชาญนี้ จุดประสงค์หลักจริงๆคือทำมาเพื่อให้ผู้ใช้นั้นพอใจ ยิ่งคนกลุ่มใหญ่พอใจก็จะทำให้การออกแบบของเรานั้นถือว่าประสบความสำเร็จมากขึ้นไปด้วย อย่าลืมข้อนี้ซะละ