เมืองลับแลเป็นเมืองลี้ลับ

เมืองลับแล

คนในจังหวัดอุตรดิตถ์มักจะได้ยินเรื่องเล่านี้มาบ้างไม่มากก็น้อย และเป็นเมืองที่มีตำนานเล่าขานให้ฟัง เมืองลับแลมีความเป็นอยู่คล้ายมนุษย์กึ่งเทพและกึ่งมนุษย์และบรรดาสัตว์เดรัจฉานก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ และข้าวของเครื่องใช้ก็ใช้ด้วยการเนรมิตขึ้นมา และห้ามพูดปดโกหก ในบริเวณที่อยู่ในเมืองนี้

เมืองลับแลเป็นเมืองลี้ลับ

  เมืองลับแลเป็นเมืองที่ลี้ลับ มีทางเลี้ยงลดซับซ้อนกว่าจะเข้าไปถึงได้ และผู้คนในหมู่บ้านจะเป็นหญิงม่ายเป็นส่วนใหญ่ และจะยึดมั่นในความดี มีศีลธรรมและวาจาสัตว์เป็นหลัก และต่อมาได้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินหลงป่ามาได้เห็นผู้หญิงหลายคนเดินออกมา ด้วยความสงสัยและอยากรู้จึงเดินตามพวกผู้หญิงและได้หลงเข้าไปในเมืองลับแลนั้น และได้เห็นว่าเมืองนี้มีแต่ผู้หญิง และได้เกิดรักใคร่ชอบพอกับผู้หญิงในหมู่บ้านคนหนึ่งและได้อยู่กินกันตามประสา ผัว เมีย และฝ่ายหญิงขอสัญญาจากฝ่ายชายว่าห้ามพูดเท็จ ฝ่ายชายก็ตกลง

และทั้งสองก็อยู่กินกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งมีลูกด้วยกันคนหนึ่ง วันหนึ่งฝ่ายหญิงได้ออกไปเก็บผักหาฟื้น และลูกก็ร้องไห้ด้วยความหิวนม ผู้เป็นพ่อไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้บอกลูกว่าแม่กลับมาแล้ว ลูกจึงหยุดร้องไห้ และเมื่อภรรยาทราบว่า สามีของตัวนั้นโกหก จึงต้องให้สามีออกจากเมืองลับแลนี้ไป

ชาวบ้านต่างก็มาไล่ให้ผู้เป็นสามีออกไป นางจึงเกิดความสงสารสามีจึงหยิบขมิ้นใส่กระเป๋าจนเต็มให้สามีไปด้วย แต่ด้วยระยะการเดินทางนั้นไกล สามีจึงหยิบขมิ้นนั่นทิ้งไปตลอดทางจนเหลือหัวเดียว เมื่อตนมาถึงบ้านจึงหยิบขมิ้นที่เหลือนั่นออกมา พบว่ากลายเป็นทอง และจึงได้วิ่งกลับมาคิดจะเก็บขมิ้นที่ทิ้งไปแล้ว แต่ก็ไม่พบขมิ้นนั้นเลย

ตำนานเมืองลับแล

ในสมัยก่อนนั้นเมืองลับแลเป็นป่าชุกชุมไปด้วยสัตว์มากมาย และนายพรานที่สามารถเข้าไปได้ นั้นต้องมีวิชาแกร่งกล้า แต่ก็มีเรื่อเล่าเมื่อได้เข้าไปแล้วไม่มีพรานคนไหนออกมาได้อีกเลยต่างก็สูญหายกันไปหมด และได้มีการเล่าว่าเมื่อนายพรานเข้าไปแล้วจะมีผีป่า มาจำแลงกายมาเป็นสาวงามมาล่อลวงนายพรานและถูกกินเป็นอาหารแก่ผีป่ากันหมด และต่อมาได้มีนายพรานที่มีวิชาอาคมหรือจอมขมังเวทได้ชักชวนเพื่อนอออกไปล่าสัตว์อีกสองคน จึงมีเพื่อนเดินทางสามคนและก็ได้หลงเข้าไปในป่าของเมืองลับแล

และก็ได้ถูกผีสาวหลอกไปกินถึงสองคน ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นได้ถูกผีสาวนำเข้าไปอยู่ในถ้ำ และได้เอาทำสามีเมื่อผีสาวออกไปหาอาหารก็จะทำการปิดถ้ำไว้เพื่อไม่ให้สามีของตนไปไหน อยู่กันมาไม่นานก็ได้เกิดมีลูกด้วยกันเมื่อถึงเวลาที่ผีสาวจะออกไปหาอาหารกิน ลูกก็ได้เล่นอยู่บริเวณหน้าปากถ้ำและได้ทำก้อนหินถูกปากถ้ำ

ปากถ้ำจึงเปิดออกชายหนุ่มจึงวิ่งหนีออกมาได้และเมื่อผีสาววิ่งตามชายหนุ่มจึงโดดลงหลุม ผีสาวนึกว่าชายหนุ่มตายจึงได้ จึงได้โยนถุงย่ามให้สามีเอาไว้ใช้ในเมืองผี และเมื่อชายหนุ่มหนีรอดออกมาได้จึงได้เปิดถุงย่ามดูเป็นทอง จึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับต้นให้บรรดาญาติพี่น้อง และเพื่อนพ้องฟัง

 

สนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ประเพณีวันสงกรานต์

วันสงกรานต์เป็นเทศกาลที่ทุกคนรู้จักกันมาตลอด เป็นการเล่นน้ำสาดน้ำกัน แต่คนสมัยก่อนเรียกว่าวันปีใหม่ไทย เป็นเทศกาลที่มีการเล่นกันมานานมากได้รับความนิยมมากเลยทีเดียว เป็นเทศกาลหนึ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญซึ่งเป็นเทศกาลที่ทุกคนจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัว ถือว่าวันสงกรานต์เป็นเทศกาลที่ทำให้ทุกคนได้กลับบ้านมาร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัว 

สงกรานต์ถือว่าเป็นวันครอบครัววันรวมญาติพี่น้อง ทุกคนจะพากันมากราบไหว้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่กัน เทศกาลสงกรานต์นั้นก็มีกิจกรรมที่นิมทำกันมาตลอด มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่  ถือว่าทุกคนให้ความสำคัญกับกิจกรรมนี้เป็นการไปกราบไหว้ขอพรรับพรจากผู้ใหญ่ที่เรานับถือ โดยการนำพวงมาลัยหรือว่าดอกไม้พร้อมกับน้ำไปไหว้ให้ท่านรดน้ำดำหัวให้ เป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตให้มีโชคลาภ

การทำบุญตักบาตร  เทศกาลสงกรานต์ถือว่าหลายคนกลับไปก็อยากทำบุญกับครอบครัว คนส่วนใหญ่นิยมนำอาหารไปตักบาตรกันที่วัด เป็นการสร้างบุญกุศลให้กับคนที่ล่วงลับไปแล้ว ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ลูกหลานรู้จักการทำบุญให้ทานไปด้วย

กิจกรรมก่อเจดีย์ทราย  เป็นกกิจกรรมที่ทำกันมานานสมัยนี้บางวัดก็มีทำกันอยู่ โดยจัดให้คนนำทรายมาคนละถังมาเพื่อก่อเจดีย์เป็นรูปกัน เป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขให้เรานั้นมีรอยยิ้มได้   การนำทรายเข้าวัดคนสมัยก่อนถือว่าเป็นการสร้างเงินสร้างทองให้กับตนเอง ให้ชีวิตพบแต่ความสุข

การสรงน้ำพระ  โดยที่ทุกบ้านในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์จะนำพระในบ้านออกมาทำความสะอาด และนำตั้งไว้เพื่อให้ทุกคนในบ้านได้รดน้ำพระ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวเรา การสรงน้ำพระสมัยนี้สามารถเห็นได้หลายที่ก็มีการจัดทำกัน สามารถไปรดน้ำกันได้เช่นกัน

การเล่นน้ำสงกรานต์  เป็นกิจกรรมที่ทุกคนให้ความสำคัญมาก ที่ทุกคนสามารถสาดน้ำปะแป้งกันได้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยคลายความร้อนไปในตัว สร้างความชุ่มชื้นให้กับทุกคนที่เล่นน้ำ  ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความนิยมให้กับคนไทยและต่างชาติได้เล่นสนุกสนานกันเลยทีเดียว

             เทศกาลวันสงกราต์ถือว่าทุกคนให้ความสำคัญมากเลยทีเดียว ซึ่งหลายคนก็รอถึงวันนี้จะได้กลับบ้านกัน เป็นเทศกาลที่ควรอนุรักษ์สืบสานต่อกันไปให้มีวัฒนธรรมที่งดงาม เป็นเทศกาลดีที่ทุกคนได้ทำบุญอยู่กับครอบครัว วันสงกรานต์ถือว่าเป็นเพณีไทยที่ทุกคนควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

เหตุผลที่ทำไม พระแก้วมรกตจึงมีเครื่องทรงให้เปลี่ยนมากถึง 3 ฤดู

 เชื่อว่าในที่นี้คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักกับพระแก้วมรกต พระพุทธรูปที่มีรูปองค์สีเขียวตลอดทั้งองค์ ซึ่งตลอดทั้งองค์ของพระแก้วมรกตนั้นทำมาจากหยก

และเป็นหยกก้อนเดียวกันทำให้องค์ของพระแก้วมรกตนั้นไม่มีรอยต่อที่องค์พระพุทธรูปเลย ตามประวัติของพระแก้วมรกตนั้นมีอายุมานานหลายร้อยปี เคยประดิษฐานอยู่ที่เชียงใหม่ และเวียงจันทร์มาก่อน ก่อนที่จะถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งปัจจุบันวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงเทพนั่นเอง โดยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันแล้วพระแก้วมรกต ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือกันเป็นอย่างมาก

ซึ่งสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 ท่าน ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีหรือก็คือเมืองหลวงนั่นเอง โดยท่านได้สั่งให้มีการสร้างพระราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามไว้ในเขตพื้นทีของพระบรมมหาราชวัง โดยมีการสั่งให้สร้างวัดไว้ใกล้กับวัง และเมื่อสร้างวัดเสร็จแล้ว รัชกาลที่ 1 ก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ที่โบสถ์ หลังจากนั้นก็ทรงมีรับสั่งให้สร้างเครื่องทรงขึ้นมาจำนวน 2 ชุดเพื่อถวายแด่พระแก้วมรกต

โดยชุดแรกคือชุดฤดูร้อน ส่วนชุดที่สองคือ ชุดฤดูฝน ซึ่งเครื่องทรงของพระแก้วมรกตจะถูกสร้างมาจากทองคำทั้งสิ้น เมื่อมีการสร้างเครื่องทรงเสร็จแล้ว พระองค์จึงถวายเป็นพุทธบูชา และต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3  พระองค์ได้ทรงสั่งให้มีการสร้างชุดเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตเพิ่มอีกจำนวน 1 ชุดเป็นเครื่องทรงสำหรับเอาไว้เปลี่ยนในช่วงฤดูหนาว

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม พระแก้วมรกตจึงมีเครื่องทรงให้เปลี่ยนถึง 3 ชุดซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ทุกฤดูกาล ซึ่งหลังจากที่พระแก้วมรกตมีเครื่องทรงที่ทำมาจากทองคำทั้ง 3 ชุดแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 จึงได้ทรงโปรดให้มีการกำหนดพระราชพิธีให้มีการเปลี่ยนเครื่องทรงทั้ง 3 ชุดให้กับพระแก้วมรกตด้วย โดยจะให้ใส่สลับกันไปทุกฤดู ซึ่งการเปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตนั้นจะต้องเป็นพระมหากษัตรแห่งราชวงศ์จักรีเท่านั้นในการที่จะเปลี่ยนเครื่องทรงให้พระแก้วมรกต

ยกเว้นว่าพระมหากษัตรไม่ว่าติดราชกรณียกิจ จึงจะให้เหล่าเชื้อพระวงศ์มากระทำหน้าที่เปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตแทน ซึ่งกำหนดวันที่จะมีการเปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตมีดังนี้

  1. ชุดฤดูร้อนจะเปลี่ยนประมาณเดือนมีนาคม โดยจะทำในวันแรม  1 ค่ำ เดือน4 
  2. ชุดฤดูฝนจะเปลี่ยนประมาณเดือนกรกฎาคมโดยจะทำในวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 
  3. ชุดฤดูหนาวจะเปลี่ยนประมาณเดือนพฤศจิกายน โดยจะทำในวันแรม 1 ค่ำเดือน 12 

   ในช่วงสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อถึงกำหนดต้องเปลี่ยนเครื่องทรง ทางกรมธนารักษ์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องทรง ได้เห็นว่าเครื่องทรงของพระแก้วมรกตมีอายุมาหลายร้อยปีแล้วและได้รับความเสียหายจนไม่สามารถที่จะซ่อมได้ จึงได้ทำการขออนุญาตรัชกาลที่ 9 เพื่อจัดทำเครื่องทรงทั้ง 3 ชุดขึ้นมาใหม่และเมื่อทำเสร็จทางกรมธนารักษ์ก็จัดถวายรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสที่ท่านขึ้นครองราชย์ครบรอบ 50 ปีพอดีซึ่งชุดดังกล่าวยังมีการใช้มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  v9bet

การทอดกฐิน

 

การทอดกฐินนี้ถือเป็นประเพณีหนึ่งของคนไทย โดยการนำผ้ามาถวายแก่พระภิกษุ ที่ได้จำพรรษามาครบ สามเดือนและการทอดกฐินจะทำได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น จะทำพิธีทอดกฐินหลังจากออกพรรษาแล้ว มีระยะเวลาในการรับกฐินได้หนึ่งเดือน นับจากวันออกพรรษาจนถึงวันลอยกระทง จะทำก่อนหรือหลังวันที่กำหนดนี้ไม่ได้เป็นอันขาด จึงเรียกช่วงนี้ว่าเทศกาลกฐิน ในสมัยก่อนการทอดกฐินคือการที่ชาวบ้านนำผ้าที่ทำไว้เพื่อจะไปถวายพระ แต่ไม่สามารถเจาะจงได้ว่าพระรูปไหน จึงได้นำผ้าที่เตรียมไว้ไปวางพาดบนต้นไม้ และเมื่อมีพระภิกษุสงฆ์รูปไหนมาเจอ ก็เก็บผ้านั้นนำไปใช้ได้เลย

กฐินมีอยู่ 2 ประเภท คือ กฐินหลวง กับ กฐินราษฎร์

กฐินหลวง 

ผ้ากฐินด้วยพระองค์เอง หรือบางที่ก็จะส่งตัวแทนพระองค์ไป ไม่ว่าจะเป็นวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชาธิวาส วัดอรุณราชวราราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นต้น กฐินหลวงยังแบ่งได้อีก2ประเภท กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่หน่วยงานราชการและคณะบุคลที่สำคัญ ที่สามารถ มาทูลขอผ้ากฐินของหลวงได้ แต่จะต้องทำเรื่องในการขอผ้ากฐินล่วงหน้า ต้องติดต่อไปยังกรมการศาสนาของกระทรวงวัฒนธรรมมิฉะนั้นก็จะไม่ได้ และจะต้องเป็นวัดหลวงในจังหวัดเท่านั้นถึงจะทูลขอได้ กฐินต้น เป็นกฐินที่พระเจ้าอยู่หัวทรงนำผ้าไปทอดกฐินด้วยพระองค์เอง แต่ไปอย่างไม่เป็นทางการ และจะไม่ใช่วัดหลวง เป็นการทำส่วนพระองค์เอง

กฐินราษฎร์ 

เป็นกฐินที่ประชาชนได้ทำการนำผ้าไปถวายตามวัดต่างๆ ยกเว้นวัดหลวงที่เข้าไปถวายผ้าไม่ได้ ส่วนกฐินราษฎร์ยังสามารถเรียกได้อีกหลายอย่างกฐินสามัคคี คือกฐินที่เกิดจากการรวมใจของชาวบ้าน ที่มีจุดประสงค์เดียวกันที่จะนำผ้ากฐินไปถวายวัดใด วัดหนึ่ง การทอดกฐินยังสามารถแยกได้อีกอย่างเช่นจุลกฐิน คือการทำกฐินแบบรีบเร่งและต้องทำให้จบในวันเดียว มหากฐิน คือการทอดกฐินในวัดที่ตัวเองศรัทธาเป็นพิเศษและจะถวายของใช้รวมได้ด้วย กฐินตกค้าง คือการทอดกฐินตามวัดที่ไม่ค่อยมีคนไปถวายผ้ากฐิน และผู้มีจิตศรัทธาในศาสนาก็จะตามหาวัดเหล่านี้ เพื่อจะนำถวายผ้ากฐินแต่ส่วนมากจะทำใกล้หมดเทศกาลทอดกฐิน

การทอดกฐินถือได้ว่าเป็นการทำบุญที่ได้กุศล ผลบุญดีเพราะการทอดกฐินนี้จะทำได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น และยังทำให้ชาวบ้านรักใคร่ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานถวายกฐินและการทอดกฐินนี้ทำได้ทุกภาค ทุกจังหวัดไม่ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของภาคใดภาคหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

ถ่ายภาพให้ดีต้องรู้จักและปรับปรุงตัวเอง

เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นชอบการถ่ายภาพ ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพเพียงเพราะอยากจะถ่ายแล้วลงโซเชียล หลังจากนั้นก็ลบไปมันคงจะไม่มีอะไรมากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบการถ่ายภาพ และอยากที่จะถ่ายภาพออกมาให้สวยไม่ใช่แค่สำหรับตัวของคุณเอง

แต่ยังสวยสำหรับคนอื่นอีกด้วยนั้น ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการที่ทำให้คุณได้พัฒนาฝีมือการถ่ายภาพของคุณให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น การที่คุณจะถ่ายภาพให้สวยได้นั้นมันไม่เป็นต้องมีตัวใหญ่ๆ หรือกล้องราคาตัวแพงๆ ท๊อปๆ หรอก ถ้าคุณไม่ได้อยากเป็นมืออาชีพหรือทำงานในสายนี้

แค่กล้องโทรศัพท์มันก็เพียงพอแล้ว โดยบทความนี้นั้นเราไม่ได้ส่งถึงคนที่เริ่มฝึกถ่ายภาพ หรือมือสมัครเล่นเท่านั้นนะ ใครที่มีความสนใจทางด้านการถ่ายภาพจนสมัครเรียนถ่าย หรือเรียนในมหาวิทยาลัยด้านวิชาการถ่ายภาพอยู่ ก็สามารถมาทำความเข้าใจกันได้ ซึ่งเรื่องที่เราจะพูดถึงนั้นคือ การเข้าใจและรู้จักปรับปรุงตัวเอง

แน่นอนว่าการเข้าใจตัวเองนั้นคือ คุณจะต้องลองทำมันก่อนว่ามันเป็นสิ่งที่คุณชอบหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่สนใจแต่ไม่ได้ถึงขั้นที่จะต้องทดลองทำ อย่างการถ่ายภาพคุณอาจจะมองว่า ใครก็สามารถถ่ายได้กันทั้งนั้น มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ? ลองคิดดูนะว่าในกลุ่มเพื่อนของคุณจะต้องมีสักคนใช่หรือไม่ที่คุณเปรียบเสมือว่าเข้าเป็นช่างภาพประจำตัว เพราะเขาคนนั้นถ่ายภาพถูกใจของคุณ เห็นแล้วใช่หรือไม่ว่ามันสำคัญอย่างไร

แต่เอาเถอะเราข้ามไปเรื่องที่ว่า ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่สนใจในการถ่ายรูปและพร้อมที่จะเรียนทำความเข้าใจกับมันให้มากขึ้น สิ่งแรกเลยคือ คุณต้องกล้าที่จะได้คำติชมหรือคำวิจารณ์ แน่นอนว่าการถ่ายภาพให้ตามใจเรานั้นเราต้องมองว่าสวยอยู่แล้ว เพราะเรานั้นเป็นคนถ่ายเอง

แต่ในทางกลับกันคนอื่นที่ไม่ใช่คุณเขาอาจจะมองว่า ภาพที่คุณถ่ายนั้นไม่สวย หรือมีจุดบกพร่อง สิ่งแรกเลยคือคุณอาจจะต้องทำความเข้าใจของคำวิจารณ์เหล่านั้น เพราะหลายคนเลือกที่จะมองข้ามและโต้ตอบด้วยการที่ว่า “มาถ่ายเองเลยไหม” ต้องบอกเลยว่าไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะถ้าเขาถ่ายภาพได้สวยเขาคงจะไปเองแล้ว แต่ขณะที่เราเองนั้นคือบุคคลที่เรียนรู้หรือต้องการฝึกความสามารถด้านนี้ให้เพิ่มมากขึ้น

เราก็ควรที่จะยินดีดีรับฟังสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเราจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง อย่างน้อยแล้วมันทำให้ทราบว่า มุมมองบางมุมมองของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน เพื่อตัวเราเองที่จะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น และตัวเราเองก็จะพัฒนาเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

การเลือกปลุกต้นไม้ในบริเวณบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย 

เชื่อว่าหลายหลายคนคงรักการปลุกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจแต่การปลุกต้นไม้ในบริเวณบ้านของตัวเองนั้นก็ควรจะดูฮวงจุ้ยให้เหมาะสมด้วยเพราะการปลุกต้นไม้โดยไม่ดูทิศทางลมก็มีผลทำให้บ้านมีแต่ความร้อนลุ่มดังนั้นหากต้องการให้คนในบ้านมีแต่ความสุขความเจริญมีแต่ความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ก็ควรจะเลือกจุดที่ปลุกต้นไม้แล้วเป็นการเสริมสร้างบารมีให้กับคนภายในบ้านให้ความรุ่งโรจน์รุ่งเรืองสืบต่อไป 

คุณรู้หรือไม่ว่าการปลุกต้นไม้ที่ดีควรจะปลูกไว้ตรงมุมไหนของบ้านบ้างวันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลดีดีให้คุณทราบกันค่ะ 

1 หลายคนอยากสร้างบ้านเพื่อให้บ้านมีความแตกต่างจากบ้านของคนอื่นและมีความร่มรื่นของต้นไม้บางคนปลูกต้นไม้ไว้กลางบ้านซึ่งการปลุกต้นไม้ไว้กลางบ้านไม่ใช่ผลดีกับฮวงจุ้ยของบ้านเลยเพราะมันจะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องของการเงินของคนภายในบ้านดังนั้นหากใครที่มีการปลูกต้นไม้ไว้กลางบ้านควรตัดต้นไม้ทิ้ง 

2เชื่อว่าหลายคนมักจะมีการปลูกต้นไม้ไว้หน้าบ้านซึ่งหากปลุกไว้ด้านข้างก็จะไม่มีปัญหาอะไรแต่ถ้าหาบ้านหลังไหนปลุกต้นไม้ไว้ขวางประตูทางออกเข้าบ้านจะเป็นการเหมือนปลุกต้นไม้ขวางทางเข้าออกของเงินซึ่งจะเน้นเป็นการขวางทางเข้ามากกว่าทางออกจะได้ซ้ำดังนั้นถ้าอยากให้มีเงินทองไหลเข้าบ้านเยอะเยอะห้ามปลูกต้นไม้ขวางประตูทางออกเข้าบ้านหรือถ้าหากว่าปลุกไปแล้วก็ควรจะตัดทิ้งซะ 

3การปลุกต้นไม้หากปลูกไว้หลังบ้านจะช่วยเสริมสร้างพลังงานเป็นแรงผักดันหนุนหลังให้บ้านมีความมั่นคงแข็งแรงให้มีเงินทองไหลมาเทมาดังนั้นการปลุกต้นไม้ไว้หลังบ้านจึงเป็นทิศทางที่ดีแต่การปลุกต้นไม้ที่ดีห้ามปลูกติดกับบ้านจนเกินไปอย่าให้กิ่งใบของต้นไม้มาชนกับหลังคาบ้านหรือตัวบ้านเพราะจะทำให้เงินทองที่สะสมไว้ไหลไปกับใบไม้และกิ่งไม้ดังนั้นหากต้นไม้มีขนาดใหญ่และมีการยืนกินก้านเข้ามาใกล้กับบริเวณบ้านจึงควรมีการตัดตบแต่งกิ่งไม้ให้เรียบร้อยสวยงาม 

4การปลูกต้นไม้ที่ดีควรปลูกทั้งสองฝั่งซ้ายขวาของบ้านอย่าปลุกเฉพาะฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพราะการปลุกต้นไม้ทั้งสองฝั่งจะเป็นการเสริมสร้างพลังงานเชิงบวกให้กับบ้านทั้งสองฝั่งได้ดังนั้นถ้าปลูกฝั่งเดียวอีกฝั่งหนึ่งก็จะไม่ได้รับพลังงาน +ซึ่งพลังงานบวกที่บ้านจะได้รับนี้จะส่งผลให้กับคนในบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและร่ำรวยเงินทองดังนั้นถ้าไม่อยากให้ครอบครัวมีปัญหาควรปลูกต้นไม้ไว้ทั้งสองฝั่งของตัวบ้าน

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่ไดให้นำเสนอจาก  แทงหวยไม่มีขั้นต่ำ