เทคโนโลยีเครื่องแรกสร้างในปี1957

เครื่องแรกสร้างในปี1957 ถ้าจะเล่าประวัติศาสตร์Internetโลกก็ตองย้อนกลับไป50ปีหรือก่อนนปี1957ในสมัยที่คอมพิวเตอร์ยังมีขนาดใหญ่เท่าห้องอยู่แล้วก็สามารถทำงานได้เพียงทีละอย่างเดียวคือไม่สามารถดูวีดีโอไปด้วย

เล่นfacebookไปด้วยคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้นสร้างขึ้นเพื่อให้นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ใช้คิดคำนวณอะไรบางอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถคิดและคำนวณได้เองในเวลาอันสั้น

ซึ่งตอนนั้นมีปัญหาว่านอกจากจะเก็บไว้เครื่องนึงเต็มห้องเพราะเครื่องใหญ่มากแล้วต้องใช้ผู้เชียวชาญมากๆในการเข้าไปคีย์คำสั่งข้าวในดังนั้นในเวลาที่ทำงนกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงจะต้องเขียนใส่กระดาษเสร็จแล้วให้ผู้เชียวชาญเอาไปคีย์ใส่คอมพิวเตอร์วัดผลออกมาผิดหรือถูกใส่กระดาษเขียนๆและเอากลับมารายงานอีกทีนึง

ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่ามันไม่สะดวกสบายซึ่งมนุษย์ก็จะมีความรู้สึกว่ามันไม่สะดวกสะบายมนุษย์จะพัฒนาจากเหตุการณ์นี้เลยเกิดการพัฒนาคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้นขึ้นโดยเริ่มมีการต่อสายออกมานอกห้องและให้เหล่าdeveloperสามารถทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

แต่ว่ามันเป็นการสั่งงานระยะไกลและการสั่งงานระยะไกลแบบนี้ก็เลยทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์เริ่มจิตนาการว่าหรือว่าจริงๆแล้วคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องไม่จำเป็นจะต้องอะไรเพียงแค่อย่างเดียวเราสามารถต่อหลายๆสายได้ไหมต่อเอาไว้สี่ทางเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ไปพร้อมๆกัน

นอกจากนี้จึงทำให้เกิดสิ่งของมาอย่างหนึ่งเรียกว่าTime Sharingดังนั้นแล้วเรื่องทั้งหมดเกิดจากความพยายามประหยัดเวลาประหยัดทรัพยากรหลังจากนั้นก็เกิดแรงกระตุ้นขึ้นมาและทั้งหมดนี้มันได้เกิดขึ้นมาเพราะการทหารในช่วงเวลาที่เราพูดถึงกันอยู่ช่วงปี1947-1991มันเป็นช่วงเวลาของสงครามเย็น

ซึ่งมันเป็นการปะทะกันระหว่างโลกเสรีประชาธิปไตยกับโลกคอมมิวนิสต์โดยแกนนำก็คือสหรัฐอเมริกากับสหภาพโวเวียตหรอที่ปัจจุบันกลายมาเป็นรัสเซียนั่นเองทีนี้ทั้งสองฝ่ายเขาไม่ปะทะกันตรงๆเขาจะต้องรบกันด้วยการชิงไหวอะไรต่างๆส่งสงครามตัวแทนบ้างอะไรบ้างและที่สำคัญที่ปะทะกันบ่อยๆก็คือเรื่องเทคโนโลยีนั่นเอง

เขาพยายามจะดูว่าเขามีเทคโนโลยีที่ดีกว่าอีกฝั่งมีเทคโนดลยีที่แย่กว่าจะต้องกลัวฉันเอาไว้และตอนนี้ก็เกิดเหตุการร์ที่ทำให้อเมริกามีความรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้วนั่นก็คือในปี1957สหภาพโซเวียตประดิษฐิ์ดาวเทียมขึ้นมาสำเร็จชื่อว่าดาวเทียมสปุตนิก1ไม่ได้ประดิษฐิ์ขึ้นมาเฉยๆจากนั้นก็ยิงออกไปนอกโลกไปโคจรอยู่รอบโลก

นอกจากนี้คุณลองนึกถึงคนในสหรัฐอเมริกาตกตลึงมากว่าเขาได้ไปอวกาศกันแล้วเราจะต้องรีบพัฒนาอะไรบางอย่างแล้วทำให้อเมริกาหันไปพัฒนาดเทคโนโลยีของตัวเองหนักขึ้นมาเพื่อที่จะไปแข่งกับสหภาพโวเวียตนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า Ufabet มือถือ

ตำนานหอในในมหาลัยเชียงใหม่

สำหรับ ตำนานหอในในมหาลัยเชียงใหม่ นี้จะเป็นตำนานที่โด่งดังมากที่สุดในเชียงใหม่นั่นเองกับตำนานห้องสีชมพูต้องขอบอกก่อนเลยว่าตำนานห้องสีชมพูที่ มช. หรือ มหาลัยเชียงใหม่เรื่องนี้จะต้องใช้การวิเคราะห์กันให้ดีๆ

โดยตำนานเรื่องเล่าในมหาลัยเชียงใหม่ถือว่าเป็นเรื่องเล่าที่สยองขวัญประจำ มช. เลยก็ว่าได้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นที่หอพักนักศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เป็นตำนานที่เด็กนักศึกษาหน้าใหม่จะต้องรู้จักกันดีสำหรับเรื่องราวนี้เขาว่ากันว่าเด็กนักษาน่าใหม่ทุกคนจะต้องรู้จักกันดี

โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงที่จะต้องพักอยู่ที่หอ8 ซึ่งรุ่นพี่ที่พักอยู่ในหอนี้ก็มักจะพูดต่อๆกันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหอ8มันมีความสยองที่แบบว่าจะต้องเตือนกันทุกๆรุ่นอยู่เรื่อยมาเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นราวๆปีพ.ศ.2532ย้อนกลับไปหลายปีพอสมควรตอนนั้นมีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งเธอได้พักอยู่ที่หอใน

ซึ่งตามประเพณีของ มช. เด็กนักเรียนจะต้องมาอยู่ที่หอใน

เพื่อเวลาที่พี่เรียกมาทำกิจกรรมรับน้องก็จะสามารถมาด้วยกันพร้อมเพียงแล้วก็รวดเร็วบางคนที่บ้านใกล้ก็ไม่ได้อยู่หอในแต่ถ้าใครอยู่ไกลส่วนใหญ่แล้วปี1ก็จะได้อยู่หอในกันเรื่องเล่าตำนานสุดหลอนห้องสีชมพูนี้มันได้เกิดขึ้นเมื่อในอดีต

จะมีรุ่นพี่ต่างคณะแอบชอบนักศึกษาใหม่ที่เป็นนักศึกษาหญิงที่เพิ่งเข้ามาปี1ที่เข้ามาเป็นสาวสวยเลยความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับวันยิ่งรักกันมากขึ้นจนมาถึงกลางเทอมรุ่นพี่ก็ได้ชวนนักศึกษาคนนั้นให้ได้อยู่ด้วยกันที่หอหลัง มช. ทุกๆเย็นวันศุกร์ที่หน้าหอ8รุ่นพี่ก็จะมารอรับนักศึกษาคนนี้ทุกครั้งเลย

นอกจากนี้รุ่นพี่ที่มารับน้องก็จะขับรถมาส่งในวันอาทิตย์ทุกครั้งเป็นแบบนี้เป็นเวาลานานอยู่พอสมควรที่ทั้งสองได้ชอบกันอยู่ครบกันมาได้5ปีในระห่างนั้นทั้งคู่ก็เป็นที่น่าอิจฉาของเหล่านักศึกษาหญิงคนอื่นๆเป็นอย่างมากเพราะว่ารุ่นพี่คนนี้ค่อนข้างที่จะดูแลผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดีใครเห็นก็มักจะแซวอยู่ตลอดเวลาและทำให้เธอนั้นรู้สึกรักรุ่นพี่คนนี้มากขึ้นทุกวัน

ซึ่งมันก็ต่างไปจากรุ่นพี่ที่เริ่มอยากจะตีตัวออกห่างจากแฟนสาวคนนี้ไปเรื่อนพอเริ่มรู้สึกว่าน้องนักศึกษารุ่นน้องคนนี้เริ่มที่จะจริงจังกับตัวเองมากเกินไปทำให้รุ่นพี่คนนี้รู้สึกเบื่อตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ที่เริ่มจะเต็มอิ่มกับความรักแล้วอาจจะได้บางสิ่งบางอย่างที่ต้องการแล้วก็พยายามที่จะตีตัวออกห่าง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub สล็อตฟรี

สงครามไทยฝรั่งเศส

สงครามไทยฝรั่งเศส 28 พฤษจิกายน พุทธศักราช2483 การต่อสู้ทางอากาศครั้งแรกของไทยได้ถูกจารึกเอาไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ เครื่องบินโปเตซ 1เครื่อง

พร้อมกับเครื่องบินโมราน5เครื่องของฝรั่งเศสได้บินเข้ามาทางทิศใต้ของจังหวัดนครพนมเสียงดังของเครื่องยนต์ ทำไมนายเรืออากาศตรีศานิต นวลมณีและจ่าอากาศโทประยูรสุกุมลจันทร์ต้องพลาดจากอาหารเช้าวิ่งไปประจำเครื่อง

ซึ่งเครื่องบินคอแซคู่ใจของ นายเรืออากาศตรีศานิต นวลมณี ได้ทยานขึ้นฟ้าเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ด้านหลังมีคู่หูอย่าง จ่าอากาศโทประยูร สุกุมลจันทร์ บรรจุกระสุนปืนพร้อมยิงเวลาแห่งการสู้รบดำเนินไปอย่างดุเดือดทุกครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามปักหัวดำลงมายิงเราจากมุมสูงแล้วดึงเครื่องขึ้นนั่นเป็นโอกาศเหมาะเพราะทำให้มีมุมยิงกว้างพอที่กระสุนปืนกล97นัดจะถูกยิงสาดไปยังเครื่องบินโมราน5เครื่องนั้นอย่างถนัด

สิ่งที่ทำให้หัวใจของ จ่าอากาศโทประยูร สุกุมลจันทร์  ต้องเต้นแรงกว่าเดิมคือภาพเครื่องบินของฝรั่งเศสม้วนตัวดิ่งตัวลงสู่พื้นและหมายความว่ากระสุนจำนวน1ใน97นัดนั้นสัมฤทธิ์ผลเมื่อกระสุนหมด นายเรืออากาศตรีศานิต นวลมณี มีพยายามที่จะเอาเครื่องบินกลับเข้ามาในเขตจังหวัดนครพนม โดยจะต้องหนีการติดตามของเครื่องบินฝ่ายศัตรูด้วย

นอกจากนี้ พันจ่าอากาศเอก ทองใบ พันธุ์สบาย และ จ่าอากาศ เอกนาม พุ่มรุ่งเรืยง ได้นำเครื่องบินฮอว์ค 3 เข้าสกัดกั้นยุธเวหาครั้งแรกของประเทศไทยปิดฉากลงโดยที่ฝ่ายไทยมิได้รับอันตรายในวันที่30พฤศจิกายน พ.ศ.2483  นายเรืออากาศตรีศานิต นวลมณี ได้รับพระราชทานยศเป็นนายเรืออากาศโท

เนื่องจากนี้ รุ้งเช้าของวันที่ 10 ธันวาคม พุทธศักราช2483 กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบิฝูงใหญ่ไปตี ( นครเวียงจันทร์ )วันนั้นเครื่องบินคอแซที่ นายเรืออากาศโทศานิต นวลมณี ทำหน้าที่นักบิน และ จ่าอากาศเอก เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ เป็นคนดูหลังได้เข้าโจมตีที่ตั้งทหารของฝ่ายตรงข้ามแต่ได้ถูกระดมยิงจากภาคพื้นโดนถังเชื้อเพลิงทะลุและเกิดไฟไหม้ จ่าอากาศเอก เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ได้เสียชีวิต

ส่วน นายเรืออากาศโทศานิต นวลมณี ถูกกระสุนที่หัวเข่าได้พยายามบินประคองเครื่องกลับมาฝั่งไทยจนถูกไหม้ลวกจำเป็นต้องโดดลงหนองน้ำบริเวณ บ้านพานพร้าวอําเภอท่าบ่อ จ.หนองคาย ก่อนถูกนำตัวมารักษายังโรงพยาบาลทหารกรุงเทพ

นอกจากนี้ข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ นายเรืออากาศโทศานิต นวลมณี ได้นำเอาความเศร้ามาสู่คนไทยแต่วีรกรรมของนายทหารกล้าผู้นี้ก็ได้ถูกจารึกเอาไว้ในใจของพวกเราเช่นกันและในช่วงเวลานั้นก็ได้ทำให้ไทยได้รับเอกราชชัยชนะมาอีกครั้งที่ได้โจมตีทางฝรั่งเศสได้สำเร็จ

 

สนับสนุนโดย.    UFABET เว็บหลัก

นาค มาจากไหน?

นาค มาจากไหน? ในคัมภีร์ศาสนาของอินเดียต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวความสัมผัสระหว่างลัทธิพราหมณ์พุทธกับความเชื่อ “ เรื่องนาค “ มันได้กลายมาเป็นแรงบันดานให้ศิลปินมากมายสรรค์สร้างผลงานอันงดงามตามศาสนสถานต่างๆทั่วทั้งอุษาขเณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย “ นาค “ คือสิ่งที่ผู้คนในดินแดนแห่งนี้เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังอำนาจและมีอิฐฤทธิ์สามารถแปลงกายเป็นคนได้นาคยังได้รับความเคารพในฐานะเทพเจ้าแห่งน้ำและยังสามารถดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้แก่โลกแท้จริงแล้วความเชื่อเรื่อง พญานาคปรากฏขึ้นใน อินเดีย ก่อนการกำเนิดพระพุทธศาสนา

ซึ่งมีการกล่าวถึงนาคในคัมภีร์อาถรรพ์พระเวทอันเก่าแก่แน่นอนแล้วว่าพุทธศาสนาตั้งแต่ยุคต้นได้หลอมรวมเอาความเชื่อเรื่องพวกนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งอีกด้วย คำว่า นาค มีรากรากศัพท์มาจากภาษาอินโดยูโรเปียน แปลว่า เปลือย หรือว่า แก้ผ้า คำนี้มีการใช้กันมามายในหมู่ชาวชมพูทวีปหรืออินเดียมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์

จิตรภูมิศักดิ์ นักปราชญ์คำสำคัญของไทยเคยเขียนคำอธิบายความหมายของคำว่า นาค เอาไว้ว่า ชาวอารยัน ยุคสมัยเก่าถ้ามองย้อนไปที่ยังไม่เกิดเป็นรัฐนั้นมีการถากถางดูถูกพวก นาค เพราะถือว่าเป็นพวกพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งที่ล้าหลัง จิตรเชื่อมานาคมาจากภาษาฮัดสันเขียนว่านากาแต่อ่านออกเสียงเป็น NAGA แปลว่าเปลือยหรือแก้ผ้า

นอกจากนี้คำว่า นาค อาจจะมาจากภาษาฮินดูว่า NAG แปลว่า คนชาวเขา และคำว่า นาค นี่เองในที่สุดได้กลายมาเป็นภาษาอังกฤษคำว่า NAKED ที่แปลว่าเปลือย นาค จึงได้มีความหมายที่พวกชาวอารยันในชมพูทวีปใช้เรียกกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมต่ำกว่าในดินแดนทางตะวันออกดั่งปรากฏชนเผ่ากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ใน นากาแลนด์ ของอินเดียจนถึงปัจจุบัน

เมื่อราว2,500ปีมาแล้วเมื่อชาวชมพูทวีปเดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนกับกลุ่มคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังล้าหลังพวกเขาพบว่าชาวพื้นเมืองยังนุ่งห่มเพียงใบไม้หรือผ้าผืนเล็กๆจตึงเป็นที่มาของคำเรียกอย่างดูแคลนว่า นาค ซึ่งหมายถึงคนพื้นเมืองที่เปลือยเปล่านั่นเอง

เนื่องจากนี้ยังได้มีตำนานอันเก่าแก่เกี่ยวกับการกำเนิดอาณาจักรฟูนันในกัมพูชาว่า ในราวพุทธศตวรรษที่10พรามพระโกทันยะจากอินเดียได้เดินทางมายังฟูนันโดยได้แต่งงานกับ “ นางนนาค “ ซึ่งเป็นพระธิดาของ  “พญานาค “ และได้ครองอาณาจักรแห่งนี้

ตำนานนี้ยังได้ถูกเล่าต่อมาเป็นนิทาน “นางนาคกับพระทอง” โดยเป็นดินแดนนิทานอุษาขเณที่แพร่หลายอย่างมากนาอกจากนี้ยังมีบันทึกนิทานกำเนิดลัทฟูนันโดยนักภสจีนที่เล่าเรื่องนางนาคที่ชื่อหลิวเย่หมายถึงนางที่นุ่งห่มด้วยใบมะพร้าวซึ่งได้แต่งงานกับพรามที่มาทางทะเลด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝากออโต้

ตำนานคำสาปลาว

โดยเรื่องนี้เราได้ไปหาข้อมูลมาจากเหล่าภาษไทยเราพยายามที่จะอ่านให้มันเป็นภาษาลาวแล้ว ตำนานคำสาปลาว แต่มันอ่านไม่ออกในบทความนี้อาจจะมีความผิดพลาดทางข้อมูลไปบ้างหากมีเนื้อหาผิดพลาดไปอย่างไรที่ผิดไปจากเนื้อหาจริงที่ทาฝังนั้นเขามีความคิดเห็นกันอย่างไรดังนั้นเราก็ต้องขออภัยหากมีอะไรผิดพลาดไป

จุดเริ่มต้นของคำสาปต้องท้าวความไปไกลมากสาเหตุที่เกิดเพราะช้างล้วนๆเลยในสมัยนั้นนครเวียนจันทร์ของประเทศลาวได้เป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองแต่ทว่ามันก็ได้ประสบเข้ากับภัยช้างป่าที่อยู่ช้างมันก็ได้วิ่งตกมันมาเหยียบไร่นาของชาวบ้านแค่นั้นยังไม่พอยังวิ่งไล่ขับชาวนาทำให้เหล่าชาวบ้านไม่เป็นอันทำอะไรเลย

ซึ่งเรื่องนี้เองมันก็เลยเดือดร้อนไปถึงทางเจ้าเมืองของ เวียงจันทร์เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนทางเจ้าเมืองเวียงจันทร์ก็จะต้องหาผู้คนที่จะเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์นี้

โดยได้บอกว่าหากใครที่ทำสำเร็จแล้วก็จะมีของรางวัลมอบให้และสิ่งนั้นก็คือจะมอบเมืองให้เลยครึ่งหนึ่งพร้อมกับลูกสาวสุดสวยให้ไปเป็นคู่ครองเลยและถ้าเป็นแบบนี้เพื่อนๆก็คงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่าจะต้องมีบุคคลมากู้สถานการณ์

ปรากฏว่ามันก็เป็นจริงได้มีบุคคลผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวมาเพื่อจะทำการสงบช้างตัวนี้จะเป็นชายที่มีรูปร่างใหญ่โตอีกทั้งยังมีกระบองที่เป็นอาวุธคู่กายแต่ทว่าเรื่องมันได้หักมุมอยู่อย่างหนึ่งเพราะบุคคลนี้มีหน้าตาที่ไม่ผ่านเกณฑ์คือมีรูปร่างผิวดำไม่ค่อยถูกใจสาวๆในสมัยนั้นกัน

เนื่องด้วยที่ว่าบ้านเมืองมันได้ปั่นป่วนขนาดนี้เจ้าเมืองก็บอกไหนๆก็มาแล้วจัดการเลยมันไม่ได้เสียหายอะไรชายหนุ่มผู้นี้เขาได้มีชื่อว่าท้าวสีโคดตะบองตามอาวุธที่เขานั้นได้ถือขึ้นมาว่ากันว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นคนที่มีกำลังมากมายมหาศาลเลยและที่สำคัญเขาก็มีวิชาไสยเวทที่แกร่งกล้ามากๆดาบยังไม่สามารถทำอะไรผิวร่างกายเขาได้เลย

ดังนั้นแล้วชายคนนี้ได้เป็นผู้มีวิชาอาคมวิเศษจากนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้าได้วิ่งหายเข้าไปในป่าหาช้างป่าวิ่งสู้กับช้างจนไปถึงช้างตัวใหญ่หลังจากนั้นท้าวสีโคดตะบองท่านก็ได้ใช้วิชาที่ท่านนั้นได้ไปเรียนมาใส่ไปในตัวช้างป่าที่เป็นจ่าฝูงจึงได้ทำให้ช้างป่าที่ได้อยู่ในฝูงนั้นก็เกิดอาการเชื่องขึ้นมา

โดยช้างที่มันโดนเวทนั้นแทนที่มันจะวิ่งไล่เข้ามาชนมาทำร้ายก็เปลี่ยนเป็นคานเข้ามาทำหัวคำนับท้าวสีโคดตะบองหลังจากนั้นมันก็ได้หันหัวกลับไปจากนั้นไม่ทันไรช้างตัวนั้นมันก็ได้ล้มตายลงไป

 

สนับสนุนโดย.  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

นายตำรวจ ถูกหวย 30 ล้านหลังจากขอหลวงพ่อเพชร ด้วยการบนให้เงินซ่อมแซมโบสถ์ 1 ล้านบาท

   นายตำรวจ ถูกหวย 30 ล้าน  เมื่อวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 เป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศเฝ้ารอคอยเป็นอย่างมากเพราะหลังจาก 16:00 น ไปแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเฝ้ารอคอยว่าจะถูกรางวัลจากการซื้อหวยใต้ดินหรือถูกรางวัลจากการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือไม่  ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นช่วงหลัง 16:00 น เป็นต้นไป

แล้วที่จังหวัดพิจิตรมีการรายงานข่าวเข้ามาว่า  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งดวงดีเป็นผู้โชคดีที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และถูกไปทั้งหมด 5 ใบด้วยกันทำให้นายตำรวจรายดังกล่าวนั้นได้รับเงินรางวัลสูงถึง 30 ล้านบาทเลยทีเดียว

     สำหรับนายตำรวจที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาทประจำงวดวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 นั้นชื่อว่าร้อยตำรวจเอกวินัยซึ่งในขณะนี้เหลือเพียงอีกแค่ประมาณ 4 เดือนเท่านั้น

นายตำรวจคนนี้ก็จะทำการเกษียณอายุแล้วโดยนายตำรวจท่านนี้ระบุว่าตัวเขาเองนั้นมีหนี้สินเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาได้มีการไปออกรถตู้มา 1 คันและไม่มีเงินผ่อนจ่ายค่างวดมาแล้วถึง 3 งวดด้วยกันซึ่งก็ยังอยู่ระหว่างการหวาดกลัวว่าทางด้านไฟแนนซ์จะมาเอารถไป

     อย่างไรก็ตามในระหว่างที่กำลังสิ้นหวังอยู่นั้นปรากฏว่าร้อยตำรวจเอกวินัยได้มีการขอพรกับหลวงพ่อเพชรซึ่งเป็นพระประธานอยู่ที่วัดอารามหลวงแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตรโดยมีการบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อเพชรเอาไว้ว่าถ้าหากลอตเตอรี่ที่ออกในวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 นี้

เขาถูกรางวัลใหญ่เขาจะมีการมาแก้บนด้วยการถวายเงิน 1 ล้านบาทซึ่งจะให้ทางวัดนั้นใช้ในการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์เพราะในขณะนี้วัดอารามหลวงดังกล่าวกำลังทำการซ่อมแซมโบสถ์ที่ได้รับความชำรุดเสียหายอยู่

     ให้หลังจากที่นายตำรวจวินัยใดมีการบนบานกับพระพุทธรูปของหลวงพ่อเพชรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้ออกมาซื้อลอตเตอรี่ซึ่งเป็นคุณยายท่านหนึ่งขายลอตเตอรี่อยู่ภายในบริเวณวัดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการซื้อเพื่อช่วยเหลือคุณยายไว้จำนวน 5 ใบด้วยกันโดยถูกคุณยายคิดค่าลอตเตอรี่ 5 ใบอยู่ที่ 500 บาท  

     อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผลการสลากกินแบ่งออกประกาศออกมานั้นนายตำรวจคนดังกล่าวก็ถึงกับดีใจลั่นโรงพักเลยทีเดียวเพราะเขานั้นมีเงินใช้หนี้และมีเงินไปจ่ายค่ารถตู้ของเขาแล้วนอกจากนี้ยังมีเงินที่จะเอาไว้ใช้หลังจากที่เขาเกษียณอายุอีกด้วยซึ่งในขณะนี้หนี้สินของเขามีเป็นจำนวนมากโดยเงินที่ได้มานั้นก็จะมีการนำไปใช้หนี้และเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกเพราะในตอนนี้เขามีลูก 2 คน

ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่นอกจากนี้ก็ยังเก็บเอาไว้ใช้ในบั้นปลายของชีวิตของตัวเขาและภรรยานั้นเอง   อย่างไรก็ตามสำหรับเงิน 1 ล้านบาทที่มีการบนกับหลวงพ่อเพชรเอาไว้ก็ไม่มีการลืมอย่างแน่นอนโดยจะนำเงินไปถวายให้กับทางวัดเพื่อใช้ในการบูรณะซ่อมแซมอุโบสถนั่นเอง 

 

ผู้ให้การสนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ความรักแห่งภูพระบาทอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทจังหวัดอุดรธานี

ความรักแห่งภูพระบาทอุทยาน ที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท  มีลักษณะภูมิประเทศเป็นขนหินและเพิงผาที่เกิดจากการผุพังและการสลายตัวของหินทรายจนกลายเป็นเสาหินโขดหินเพิงผารูปร่างแปลกๆ

และจัดการค้นพบภาพเขียนรูปสัตว์และลายเส้นต่างๆตามผนังเพิงผาทำให้สันนิษฐานได้ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่บริเวณนี้เมื่อประมาณ 20 ถึง 30 ปีมาแล้วส่วนที่มาของชื่อภูพระบาท

         เนื่องจากมีการค้นพบรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ที่นี่โทษทีนะเพิ่งผ่ารูปร่างประหลาดบนภูพระบาทถูกเรียงร้อยผูกเรื่องเล่าเป็นตำนานเกี่ยวกับนางผู้มีกลิ่นกายหอมนามว่านางอุษาพูดถึงกำเนิดจากดอกบัวฤาษีจันทรารับเลี้ยงนางไว้กระทั่งข้าวกงพานแห่งเมืองพาน

ลูกศิษย์ของฤาษีจันทราขอรับนางมาเป็นลูกบุญธรรมเมื่อเข้าสู่วัยสาวความงามของนางเป็นที่เลื่องลือมีเจ้าชายจากเมืองน้อยใหญ่มาสู่ขอและท้าวกงพานห่วงลูกสาวไม่ยอมยกหนักให้ใคร แถมยังสร้างหอสูงให้นางอยู่อาศัย

           วันหนึ่งนางอุสาร้อยมาลัยเป็นรูปโค้งและปล่อยลอยตามน้ำเพื่อเสี่ยงทายหาคู่ มาลัยของนางอุษาลอยไปถึงเมืองปะโควัวของท้าวบารสพระองค์จึงเก็บมาลัยและออกเดินทางตามหานางอุสาจนได้พบรักกันเมื่อเช้าคงผ่านทราบเรื่องก็เพียงแต่จะประหารท้าวบารสก็ไม่ได้

เพราะเสียงอำนาจของบิดาของท้าวบารสจึงคิดอุบายให้มาแข่งขันสร้างวัดมีกำหนดเวลาตั้งแต่เช้าจนดาวประกายพรึกภูมิแพ้ต้องถูกตัดศีรษะฝ่ายท้าวบารสมีกำลังพลน้อย

แต่พี่เลี้ยงนางอุสาออกอุบายให้นำโคมไฟไปแขวนบนเสาไม้หลวงให้เท้าของผ่านเข้าใจว่าหมดเวลาแล้วก็หยุดสร้างวัดและให้ท้าวบารสใช้โอกาสนี้สร้างวัดจุดเสร็จเมื่อท้าวกงพานแพ้จึงถูกตัดศีรษะ

           และท้าวบารสก็พระนางอุสากลับเมืองและท้าวบารสมีพระชายาอยู่แล้วนางอุสาจึงถูกพระชายากลั่นแกล้งครั้งหนึ่งพระชายาหลอกให้ท้าวบารสไปแก้เคราะห์กรรม เดินป่าคนเดียวนานถึง 1 ปีทิ้งนางอุสาให้ถูกกลั่นแกล้งอยู่เพียงลำพังจนนางทนไม่ไหวต้องหนีกลับเมืองของนาง

และตรอมใจตายเมื่อทราบว่านางอุสาหนีไปแล้วก็ออกตามหาแต่ได้พบเพียงแค่หลุมศพของนางทำให้ท้าวบารสตรอมใจตายตาม ท้าวบารสถูกฝังไว้เคียงข้างนางอุสาปิดฉากโศกนาฏกรรมรักแสนเศร้าบนภูพระบาทจึงเต็มไปด้วยโคตรหินเพิงผาที่มาจากตำนานลับของนางอุสาท้าวบารสเช่น แท่นหินวัดพ่อตาลูกเขย  แท่นหินห*บศพนางอุสาท้าวบารสหอนางอุสาที่ท้าวกงพานสร้างให้นางอุสาอยู่เป็นตน 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่า

มังกรเคยมีอยู่จริงๆบนโลกเราหรือไม่?

มังกรเคยมีอยู่จริงๆ ซึ่งมังกรเป็นสัตว์ในตำนานที่ทุกคนคงจะรู้กันหมดเพราะว่าพบกันในทุกตำนานไม่ว่าจะเป็นของทางยุโรปเอเซียก็ตามมังกรนั้นถือว่าได้เป็นสัญลักษณ์พลังอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ความแกร่งกล้า

โดยในแต่ภูมิภาคทั่วโลกก็จะมีหลากหลายชนิดที่แตกต่างกันออกไปแต่ที่มังกรต่างๆจะมีเหมือนกันก็คือมันจะเป็นสัตว์เลื้อยคานที่มีขนาดใหญ่มีเขาและก็เคี้ยวที่แหลมยาวตาโตออกไปทางลักษณะของงู

ดังนั้นเกล็ดของมันก็จะมีต่างสีกันออกไปมีร่างกายที่กำยำและมีพลังที่มหาศาลในบางตำนานมันอาจจะมีเวทมนต์ประกอบด้วยอย่างเช่นเรียกสายฟ้ามีมนต์ดำพ่อไฟหรือจะพ่อน้ำต่างๆนานาก็ตามและจุดเด่นอีกอย่างที่มักจะมีหลายๆมังกรชนชาติก็คือมันจะมีปีกที่ดูคล้ายๆกับค้างคาวสามารถทำให้มันบินได้สูงและเร็วมาก

นอกจากนี้หากเราจะแบ่งมังกรเป็นสองพวกใหญ่ๆก็จะแบ่งเป็นมังกรทางตะวันตกกับตะวันออกและในมังกรตะวันตกนั้นจะมีลำตัวที่ออกไปทางใหญ่อ้วนกลมมีหางแหลมคอยาวและเขาก็จะแบ่งได้ย่อยๆอีกอย่างเช่นมังกรเทพที่จะมีสีทองหรือมังกรชั่วร้ายที่มีสีดำไปถึงมังกร5หัว9หัวทั้งหลาย

ส่วนมังกรทางด้านตะวันออกเราก็คงจะคุ้นเคยกับมังกรจีนที่จะมีลักษณะตัวยาวเรียวหัวโตราวกับสิงโตและก็มีเขากวางกับหนวดสองเส้นที่เป็นเอกลักษณ์

ซึ่งมันก็จะมีหลากหลายสีเลยตั้งแต่สีเขียวขาวแดงทองส่วนของไทยนั้นจะเรียกว่าเป็นมังกรดีหรือเปล่าถ้าเป็นพญานาคก็จะเรียกว่าเป็นงูน้ำมากกว่าแต่เอาง่ายๆว่าชนชาติไหนมีอารยธรรมที่นั่นก็ต้องมีสัตว์ประหลาดเหล่านี้อยู่ด้วยเสมอโดยทฤษฎีของมังกรเราอาจจะสรุปได้สามแบบก็คือ

ทฤษฎีแรกก็คือมันเป็นมโนล้วนๆเลยและมันอาจจะเป็นอะไรที่คนเราเห็นตาไม่ดีหรือว่าได้รับแรงบันดานใจจากสัตว์ที่มีอยู่แล้วหรือว่ามันอาจจะเคยมีอยู่จริงๆบนโลกใบนี้แต่มันได้สูญพันธุ์ไปแล้วถ้าหากจะให้เลือกหนึ่งกับสองจบเลยไม่ต้องพูดต่อกันแล้วแต่เราจะเลือกข้อสามที่บอกว่ามังกรนั้นมันได้มีอยู่จริง

นอกจากนี้มันก็ได้มีคนไม่น้อยที่เชื่อในทฤษฎีนี้ถึงแม้ว่าหลักฐานตอนนี้ที่เรามีเกี่ยวกับเจ้ามังกรมันได้มีอยู่น้อยมากอย่างเช่นพวกเรื่องเล่าจะพวกคนโบราณต่างๆซากกระดูกฟอสซิลของใดโนเสาร์ที่ค่อนข้างดูคล้ายกับว่ามันนั้นเป็นมังกร

เพราะฉะนั้นแล้วในหลักฐานอื่นๆเราแทบจะไม่ได้เห็นกันอีกเลยมันก็เป็นเรื่องที่อยากลำบากที่จะพอหาทฤษฎีที่จะอธฺบายได้ว่าอะไรมันคือปัจจัยที่ทำให้มังกรเหล่านี้มันบินได้พพ่นไฟได้

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า sbobet ใหม่ล่าสุด

อาถรรพ์เลข13

อาถรรพ์เลข13 สำหรับเรื่องของศุกร์13ก็ไม่มีที่ไหนที่จะมายืนยันได้อย่างชัดเจนว่ามันได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อแต่ว่าเราก็ได้ไปค้นหามาหลายๆเรื่อง

ซึ่งในแต่ละเรื่องมันก็ยังได้มีเหตุผลเป็นของตัวมันเองโดยเราจะขอเมจากเรื่องหลักๆที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินมาก่อนแล้วกันก็จะเป็นมื้ออาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูก่อนที่พระเยซูจะทำการแยกห่างว่ากันว่าในวันนั้นก็ได้มีหนึ่งได้เข้ามาทรยศพระเยซูยูดาสนั่นเอง

นอกจากนี้ในวันกินอาหารมื้อสุดท้ายดังกล่าวก็ว่ากันว่ายูดาสได้ครองเก้าอี้13ของโต๊ะหรือไม่เขาก็ได้เชื่อกันว่าเก้าอี้ตัว13มันไม่ใช่ยูดาสนั่งหรอกแต่ว่าเป็นองค์พระเยซูเองที่ได้ไปนั่งบนตัวนี้แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นใครก็ตามเอาเป็นว่าทั้งสองก็ได้ประสบกับเรื่องคือพระเยซูได้โดนประหารจับตรึงกางเขน 

เนื่องจากนี้ยูดาสที่ทรยศว่ากันว่าต่อมาเขาก็สำนึกบาปแล้วก็ไปแขวนคอตายแต่มันก็ยังได้มีตำนานที่ออกไปในทางที่เล่ามาจากนักบุญเขาได้บอกว่ายูดาสนั้นได้ตัวบวมขึ้นถึงขั้นที่ว่าไม่สามารถเดินทางที่รถจะผ่านไปได้เลยและด้วยความที่ตัวใหญ่แบบนี้นี่เองก็เลยทำให้เขาโดนรถม้าชนไส้แตกออกมาเลยทีเดียว

ดังนั้นเองมันก็เลยได้ทำให้เลข13นั้นเลยมาเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวของฝรั่งคือเขากลัวว่าอาจจะจบไม่สวยอย่างสองคนนี้แต่จริงๆแล้วเรื่องเลข13บนโต๊ะอาหารมันไม่ได้เกิดขึ้นมาในยุคของพระเยซูลากไปไกลกว่านั้นมากมันก้มีตำนานของเทพนอร์ส

โดยเขาได้มีการจัดงานเลี้ยงอยู่บนสวรรค์แต่ทันใดนั้นเองได้มีองค์เทพองค์หนึ่งชื่อว่าโลกิได้เข้ามาปรากฏตัวด้วยแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็เลยได้มาเป้นแขกคนที่13

ซึ่งเทพโลกิก็เป็นเทพแห่งเกรียนเลยก็ว่าได้โดยเทพทั้งหลายก็ไม่อยากจะให้เทพโลกิเข้ามาร่วมด้วยในงานหรอกเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีเข้าและมันก็ได้เป็นจริงแบบนั้นเทพโลกิก็ได้ป่วนงานทุกคนที่มางานในวันนั้นกันเลย

นอกจากนี้ในการป่วนในครั้งนั้นของเทพโลกิก็ถึงกับทำให้องค์เทพองค์หนึ่งต้องตายไปเลยทีเดียวและก็นำไปสู่ของสงครามที่เหล่าเทพจะออกมาต่อสู้กันจนกระทั่งทำให้สวรรค์ดับสิ้นกันไปเลยทีเดียวหรือว่าจะเป้นตามความเชื่อของชาวสุเมเรียนที่เขาเชื่อว่าเลข12จะเป้นเลขแห่งความสมบูรณ์และอะไรที่มันได้เกินไปหนึ่งตัวมันก็จะกลายมาเป็นความโชคร้ายนั่งก็คือเลข13นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

ส่อทุจริตงบประมาณบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในโรงเนียน

ส่อทุจริตงบประมาณ สำหรับเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใกล้ๆตัวกับลูกๆหลานๆของเขาก็คือที่โรงเรียนวัดยานนาวาจะเห็นได้ว่าเหล่านเด็กที่เข้าแถวมาหยิบอาหารเช้าไปกินปรากฏว่ามันเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ซึ่งก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณค่าทางโชนาการมันไม่เหมาะสมกับวัยมันเอาไว้กินในยานที่ขาดแคลนหรือว่าอยากกินจริงๆได้ไม่ใช่ว่าจะเอาไปบรรจุเป็นเมนูให้กับนักเรียนในโรงเรียน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือระดับประถมเป็นวัยที่ต้องการโภชนาการอย่างครบถ้วน

อาหาร5หมู่แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนี้นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเป็นอาหารเช้าและนำเอานมโรงเรียนมาขาย (คำว่ามาขายมันผิด ) เพราะว่านมโรงเรียนนั้นมันเป็นงบจากกระทรวงมันเป็นงบประมาณของแผ่นดินที่มีดำริมาอย่างจะให้เด็กไทยนั้นเข้าถึงคุณค่าทางโภชนาการ

ซึ่งก็คือโปรตีนที่เป็นหมู่อาหารหลักในการพัฒนาร่างกายสติปัญหาและสมองของเด็กๆและทำไมถึงได้นำเอามาขายเพราะว่าเขาได้แจกให้แก่เด็กๆฟรีถ้าหากว่าเหลลือยังแจกให้เด็กเอากลับบ้านไปกินเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือช่วงโควิดที่ผ่านมาหลายโรงเรียนต้องแจกนมโทรศัพท์แจ้งผู้ปกติครองการุณามารับนมด้วยที่โรงเรียนนมเยอะ

ปรากฏว่าที่โรงเรียนได้นำเอานมเทลงใส่หม้อแล้วต้มแล้วนำเอาไปชงโอวัลตินบ้างชงน้ำหวานบ้างก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปชงทำไมมันผิดไปทั้งหมด

คราวนี้โรงเรียนที่ วัดยานนาวา เขาก็ได้ออกมาปฏิเสธ โรงเรียนวัดยานนาวาโดยผู้อำนวยการซึ่งเป็นตำบลกระสุนตก จับมือกันไปแตะมือกันไปพร้อมกับบริษัทเอกชนน่าจะเป็นบริษัทที่ได้รับหน้าที่มาว่าให้ประกอบอาหารให้กับโรงเรียน โดรงเรียนนี้เขตสังกัดเขตสาทร คือสังกัดกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้งบประมาณที่ได้ไปไม่ใช่น้อยๆ เดือนธันวาคม 62 ได้ไป2แสนกว่าบาท เดือนนึง2แสนกว่าบาททุกวัน เฉลี่ยหัวนึงประมาณ40บาทต่อคนอาหารกลางวันของเด็กสังกัดในกรุงเทพมหานคร นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาปรุงขายแล้วนำเอาบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหลายที่ได้รับงบประมาณมามาใส่เอาไว้ให้เป็นวิญญาณไก่วิญญาณหมูบ้างวิญญาณผักบ้างบนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเอาไปขาย

เนื่องจากนี้คำว่าขายมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้นเพราะไปรับงบประมาณมาต้องปรุงให้กับเด็กได้กินฟรีบริษัทพระฟู้ดตั้งอยู่บนถนนอิสรภาพแขวงบ้านช้างหล่อ เขตบางกอกน้อย ประกอบอาหารกันอย่างไรเรามาดูเมนูว่าเขาเอาเงินไปซื้ออะไรบ้างรายการส่งของ ซื้อหมูบด เนื้อไก่ เลือดไก่ ขิงซอย ต้นตั้งโอ๋ ผักชี แตงกวา ขิงแก่ ไข่ไก่ มีใบอนุญาตเอกสารถูกต้องแต่พอเรื่องนี้แดงเราก็ได้ไปถามทั้งสองฝั่งได้ถามคนที่เขาเอาออกมาแฉแล้วก็ถามบุคลากรในโรงเรียนส่วนอีกฝั่งนึงท่านที่ถูกกล่าวหาก็คือผู้อำนวยการโรงเรียน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เครดิตฟรี gclub