กาฟักไข่

กาฟักไข่ เป็นประเพณีหรือว่าเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งของบ้านเรานั่นเองที่เราจะเห็นได้ว่าสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นนั่นเอง แต่ว่าเดี๋ยวนี้อาจจะไม่เห็นมีใครหรือว่ามีเด็กๆรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเล่นกันเหมือนเด็กสมัยก่อนนั่นเอง

เพราะว่าส่วนใหญ่เด็กๆสมัยนี้อาจจะได้ยินแต่ชื่อว่ากาฟักไข่แต่อาจจะไม่รู้ว่ากติกาหรือว่าการเล่นนั้นเป็นอย่างไรนั่นเองซึ่งในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับกติกาและการเล่นกาฟักไข่ที่ถูกต้องและที่ไม่มีใครเอาออกมาเล่นเอง   การเล่นกาฟักไข่นั้น

โดยที่เราจะเล่นจะต้องมีเพื่อนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 คนนั่นเองโดยที่จะมีเพื่อนทั้งหมดที่เล่นเป็นกา 1 คน และอีก 4 คนนั้นจะอยู่รอบนอกวงกลมโดยวิธีการเล่นนั้นก็คือ

     เราจะต้องขีดเป็นวงกลมวงใหญ่ๆประมาณซัก 4 ฟุตนั่นเองจากนั้นเราก็วงกลมเอาไว้แล้วให้เพื่อน  4 คนนั่งอยู่รอบนอกของวงกลม จากนั้นก็จะมีเพื่อน 1 คนที่เล่นเป็นกาและมีวงกลมเล็กๆประมาณสักเล็กๆ 1 วงที่อยู่ข้างในวงกลมใหญ่เพื่อเอาไว้สำหรับเป็นการวางไข่นั่นเอง

ส่วนไข่นั้นเราก็จะดัดแปลงในการเล่นที่แตกต่างออกไปบางคนอาจจะเอาเป็นรองเท้าของเพื่อนๆมาวางเป็นไข่หรือว่าเราจะหาอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่เป็นลูกกลมๆนำมาแทนเป็นไขของกานั่นเอง  จากนั้นก็จะมีเพื่อน 1 คนที่อยู่ในวงกลมจะเป็นกาที่คอยดูแลไข่ของตัวเองเพื่อที่จะไม่ให้เพื่อนๆที่อยู่รอบนอกวงกลมใหญ่เข้ามาแย่งไข่ออกไปได้นั่นเอง

สำหรับคนที่เป็นการนั้นก็จะเป็นคนที่คอยดูแลไขที่อยู่ในวงกลมเล็กเพื่อที่จะไม่ให้เพื่อนๆคอยเข้ามาแย่งได้นั่นเอง  ส่วน กติกาในการเล่นก็คือ กาฟักไข่ก็คือคนที่อยู่ข้างนอกจะต้องเข้ามาแย่งไข่ให้ได้แต่ว่าจะต้องไม่ให้กาหรือว่าคนที่เล่นเป็นการนั้นสามารถแตะแขนหรือว่าถูกอวัยวะส่วนของเราได้นั่นเอง

โดยเป็นการที่เราค่อยๆหาวิธีในการที่จะเข้าไปหยิบไข่ของตาในวงกลมข้างในให้ได้นั่นเองแต่ห้ามเอาตัวเข้าไปแต่สามารถที่จะเอาแขนหรือว่าขานั้นเข้าไปได้นั่นเองส่วนคนเป็นกลางก็ต้องคอยดูไม่ให้คนที่อยู่รอบนอกเข้ามาเอาไข่ของตัวเองไปได้และถ้าเมื่อใดที่เพื่อนสามารถที่จะขโมยไข่หรือว่าแย่งไข่ออกไปได้หมดแล้ว

ให้เพื่อนปิดตาของคนที่เป็นกาแล้วนำไข่เอาไปซ่อนจากนั้นเราก็เปิดตาของกา เพื่อที่จะให้เพื่อนที่เล่นเป็นกาตามหาไข่และถ้าเผื่อที่เล่นเป็นกาสามารถตามหาใครเจอเพื่อนคนที่อยู่ข้างนอกที่เอาไข่ไปซ่อนนั้นจะต้องมาเล่นเป็นกาแทน 

    

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

4 บุคคล ซึ่งเป็นยอดศิลปินในช่วง 100 ปีนี้

บุคคลมากมายที่มีความสามารถ ในด้านศิลปะ ต่างๆ ทุกคนต่างก็ได้ค้นหากลอุบายอันนานาประการเพื่อให้ผู้ชมมีส่วนร่วมต่องานศิลปะเยอะขึ้น พวกเขาสร้างผลงานอันยอดเยี่ยม และสะดุดตาได้อย่างเร็ว ซึ่งก็มีผลต่อความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมทำให้ได้เป็นบุคคลสุดยอดทางด้านศิลปะ

โดยพวกเขาจุดประกายความกระตือรือร้นในตลาดศิลป์ จนถึงเมื่อเศรษฐกิจฟื้นจากวิกฤติการณ์ทางด้านการเงินในช่วงปลายทศวรรษก่อนหน้าที่ผ่านมา

การประลองในกลุ่มนักสะสมก็ได้มีผลทำให้ราคาผลงานศิลป์สูงมากขึ้น ตลาดศิลป์เองก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วมาโดยตลอด จนกระทั่งนับว่าเป็นทศวรรษที่ผู้คนต่างพอใจสะสมงานศิลปะมากยิ่งกว่าหลายปีที่ล่วงมาแล้ว และ 4 บุคลลที่สร้างแรงกระตุ้นต่อผู้คนในวงการศิลป์เยอะที่สุด มีดังต่อไปนี้

Ai Weiwei งานที่ทำให้เขาดังแบบฉุดไม่อยู่ คือ งานที่ทำให้ TATE MODERN มันคือผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา โดยเป็น เครื่องลายครามมีรูปร่างคล้ายกับเมล็ดทานตะวันปริมาณหนึ่งร้อยล้านชิ้น ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจและกล่าวถึงโดยทันที เป็นผลงานที่ถูกถ่ายภาพสูงที่สุด

เกือบจะพูดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่เลยทีเดียว โดยผลงานของเขาได้สะท้อนความเป็นระบบทุนนิยมสากล เริ่มจากครั้งที่เขามานะจะขึ้นเที่ยวบินจากกรุงปักกิ่งไปยังประเทศฮ่องกง แต่ดันถูกคุมตัวไว้อย่างนั้นเกือบ 4 วัน โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เลี่ยงภาษีพยายามหนีออกนอกประเทศ ว่ากันว่าต้นเหตุที่จริงแล้วมาจากแนวความคิดด้านการเมืองที่เขามักวิภาควิจารณ์ โดยเขามักแสดงความเป็นศัตรูต่อแผนการของรัฐบาลจีนอย่างเปิดเผยกระทั่งทำให้ถูกขู่เข็ญอยู่บ่อยมาก

Marina Abramovic อีกหนึ่งบุคคลผู้เป็นส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ของงานศิลปะ โดยในตอนที่เขาได้แสดงงานกว่า 50 รายการ โดยเป็นงานที่เขาได้แสดงในนิทรรศการที่ MOMA นิวยอร์ค และได้รับรางวัล Peabody Award รวมทั้งมีผู้ร่วมชมงานของเขาเกือบ 800,000 คน โดยการแสดงนี้กลายเป็นการแสดงที่มีชื่อและโด่งดังในตอนนั้น เกิดปรากฏการณ์ที่ผู้ชมต้องมาต่อแถวนั่งเก้าอี้ประจันหน้านักแสดงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ด้วยกัน

Kara Walker เป็นบุคคลผู้สร้างงานศิลป์แนวภาพเงาดำที่แสดงถึงความร้ายแรงรวมทั้งทารุณ โดยมันได้สร้างชื่อให้กับเขาอย่างมากมาย แนวความคิดหลักของเขาเป็นการประมือกับการนำเสนอภาพในแง่ลบที่มีต่อชาวผิวสีอันเป็นแบบอย่างของการกระตุ้นจิตสำนึก

โดยใช้การเสียดสีหรือกระทบกระแทกแดกดันผ่านภาพวาดที่แสดงความสนุกสนานร่าเริง แต่ทว่าซ่อนเร้นซึ่งความห่อเหี่ยวซึ่งมาจากความรู้สึกส่วนลึกของเขาเองล้วนๆ เพื่อเสนอคำถามต่อปัญหาด้านสีผิวของคนในโลก แล้วก็การวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมในช่วงเวลานั้น

BANKSY ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นศิลปินร่องหน เพราะไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าเขาสักครั้ง เขาได้สร้างความอัศจรรย์ให้กับตลาดศิลป์ของโลกมาแล้วหลายครั้ง เพราะผลงานของเขาขึ้นแท่นผลงานที่ติดอันดับของโลก เนื่องจากมีราคาที่สูงเป็นที่ต้องการของคนในวงการศิลป์

โดยเหตุการณ์ที่คนทั้งโลกเกือบจะรู้จักเขาหมด เป็นในตอนเมื่อครั้งประมูลงานศิลปะในงานหนึ่ง เมื่อการประมูลจบลงก็เกิดเหตุการณ์ที่ผลงานนั้นได้ทำลายตนเองลง ย้ำว่าทำลายตนเองโดยเครื่องตัดกระดาษที่แอบซ่อนอยู่กับผลงานนั้น นอกจากนี้ยังมีผลงานอีกมากมายของเขาที่สร้างความตกตะลึงเช่นนี้

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบุคคลคุณภาพในแวดวงศิลปะ เพราะศิลปะนั้นมีการพัฒนาอยู๋เสมอและปรับเปลี่ยนวิถีทางไปตามอิทธิพลของสังคม ทำให้ศิลปะยังคงอยู่ในจิตใจของทุกคน และไม่สูญสลายไปง่ายๆ อีกทั้งมีศิลปินรุ่นใหม่เกิดขึ้นอยู่ทุกที่ ทุกเวลา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub

ตำนานบ้านขังวิญญาณ

    เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงโดยมีครอบครัวหนึ่งเป็นผู้ประสบพบเจอซึ่งครอบครัวนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวว่าพวกเขาได้ไปซื้อบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านมือสองโดยบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีอาณาเขตกว้างขวางและสวยงามตัวบ้านมีสภาพสมบูรณ์และขายในราคาที่ไม่แพงมากนัก

และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาพากันย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวในช่วงแรกๆนั้นพวกเขารู้สึกว่ามีคนอยู่ภายในบ้านโดยที่พวกเขานั้นไม่เห็นซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะได้ยินเสียงเดินหรือเสียงหัวเราะหรือเป็นเงาของคนสูงใหญ่เดินอยู่ภายในบ้าน ทำให้คนในครอบครัวนี้อยู่กันแบบไม่เป็นสุขแล้

หวาดผวาเป็นอย่างมากจนในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจทำบุญบ้านครั้งยิ่งใหญ่เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับวิญญาณที่อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวแต่ในขณะที่พวกเขากำลังกรวดน้ำให้นั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงผู้ชายตอบกลับมาว่าเขาไม่เอาซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ไปหาสาเหตุของเสียงที่มาของวิญญาณที่อยู่ภายในบ้านหลังนั้น

โดยทราบมาว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ ซึ่งอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้แล้วโดยครอบครัวนี้มีพ่อแม่แล้วก็ลูกสาวซึ่งคุณเป็นพ่อนั้นมักจะดื่มสุราเมามายอยู่เป็นประจำอยู่มาวันหนึ่งคนเป็นพ่อได้ก่อคดีฆาตกรรมฆ่าภรรยาและลูกสาวของตนเองเสียชีวิตหลังจากนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหากใครมาอยู่บ้านหลังดังกล่าวนั้นก็มักจะเจอกับวิญญาณของครอบครัวนี้มาคอยหลอกหลอนที่สำคัญหลังจากที่ครอบครัวของชายหนุ่มคนนี้ได้ย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวก็มีอีกหลายครอบครัวที่ย้ายเข้ามาอยู่แทนซึ่งทุกครอบครัวที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้

ก็จะต้องพบเจอกับเรื่องราวสยองขวัญซึ่งบางครอบครัวนั้นก็ได้รับอันตรายจนถึงกับบาดเจ็บสาหัสหรือบางครอบครัวก็ทำให้มีคนตายเกิดขึ้นด้วยนั่นเองทำให้บ้านหลังดังกล่าวนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านได้มีการบอกกล่าวถึงความสยองขวัญของบ้านขังวิญญาณนั้น

และไม่มีใครที่จะกล้ามาซื้อบ้านหลังดังกล่าวต่ออีกเลยทำให้ปัจจุบันนี้บ้านหลังนี้ยังคงถูกปล่อยรกร้างเอาไว้และมีมีใครกล้าที่จะมาเข้าใกล้บ้านหลังนี้เพราะต่างก็เกรงกลัววิญญาณที่อยู่ในบ้านหลังนี้จะเกิดความอาฆาตและทำร้ายนั่นเอง 

ซึ่งเรื่องเล่าความน่ากลัวนี้ได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ให้ผู้คนได้ชมกัน จนถึงปัจจุบันนี้ตำนานเรื่องเล่าของบ้านสยองขวัญนี้ก็ยังคงมีการเล่ากันมารุ่นต่อรุ่น และยังมีรายการผี บางรายการเข้าไปถ่ายทำเผื่อหวังจะเจอกับวิญญาณเหล่านั้นอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนสด

ประวัติกีฬาปิงปอง

      สำหรับกีฬาปิงปองนั้นมีในประเทศไทยมาแล้วหลายปีแต่จุดเริ่มต้นจริงๆนั้นเกิดขึ้นที่ต่างประเทศโดยประเทศที่มีการเล่นกีฬาปิงปองประเทศแรกก็คือประเทศอังกฤษนั่นเอง

ซึ่งปีแรกที่มีการเริ่มเล่นกีฬาปิงปองกันนั้นเริ่มขึ้นมาในปีคริสต์ศักราช 1890 โดยสมัยนั้นปกรณ์ในการตีลูกปิงปองยังไม่เกินเหมือนในปัจจุบันซึ่งคนในสมัยก่อนนั้นมีการนำไม้มาใช้สำหรับตีลูกปิงปองโดยจะเอาหนังสติ๊กหม้อหุงต้มทำให้เกิดความนุ่มขึ้นแต่ลักษณะของไม้ตีปิงปองในสมัยก่อนกับสมัยปัจจุบันก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก

และคนในสมัยก่อนยังใช้พลาสติกมาผลิตเป็นลูกปิงปองซึ่งพลาสติกดังกล่าวนั้นเป็นพลาสติกผสมการสังเคราะห์ และเวลาเล่นการเล่นกับโต๊ะซึ่งโตก็จะเป็นโต๊ะไม้ดังนั้นเวลาตีลูกจะเกิดเสียงระหว่างลูกกระทบกับพื้นโต๊ะทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมาซึ่งเสียงที่ดังขึ้นนั้นมีลักษณะคล้ายกับ การออกเสียงปิ๊ก ป๊อก ทำให้กีฬาชนิดนี้ถูกตั้งชื่อเรียกว่าปิงปอง

โดยมีการตั้งชื่อขึ้นมาให้สอดคล้องกับเสียงที่ลูกบอลกระทบกับโต๊ะนั่นเองหลังจากที่เป็นที่นิยมกันมากในประเทศอังกฤษกีฬาชนิดนี้ก็มีการเผยแพร่ออกไปอีกหลายประเทศโดยตอนที่ได้รับการเผยแพร่ต้นแรกๆนั้นก็คือกลุ่มประเทศในโซนยุโรปซึ่งหลังจากที่กลุ่มประเทศทางโซนยุโรปได้มีการเข้ามาเริ่มเล่นปิงปองก็ได้มีการพัฒนา

ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเล่นวิธีการจับไม้หรือแม้แต่รูปแบบของอุปกรณ์ในการแล่นเพราะหลังจากที่มีการเล่นปิงปองด้วยการใช้อุปกรณ์แบบเดิมมาได้สักระยะหนึ่งช่วงประมาณปีคริสตศักราช 1914 การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ในการผลิตไม้ตีปิงปองและลูกปิงปองโดยไม้ตีปิงปองนั้น

จากเดิมที่จะใช้หนังของสัตว์มาหุ้มกับไม้ปิงปองก็ถูกเปลี่ยนมาใช้เป็น ยางมาหุ้มกับไม้ปิงปองแทนจากเดิมที่เคยใช้เป็นหนังสัตว์ซึ่งอย่างนี้จะมีการติดเม็ดยางเอาไว้ด้วย  หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาวิธีการเล่นและวิธีการจับไม้ปิงปองเรื่อยมาซึ่งในปีคริสต์ศักราช 1922

ได้มีการออกกฎใหม่เกี่ยวกับเรื่องของการจดทะเบียนทางด้านการกีฬาโดยมีการเปลี่ยนชื่อจากกีฬาปิงปองมาเป็นกีฬาเทเบิลเทนนิสแทน แต่นักกีฬาปิงปองหรือกีฬาเทเบิลเทนนิสก็กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายถึงขนาดที่ว่าได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาปิงปองขึ้น

โดยเป็นการแข่งขันระดับโลกซึ่งเชิญหลายประเทศมาร่วมในการแข่งขันซึ่งการจัดการแข่งขันครั้งแรกนั้นจัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษโดยจัดที่กรุงลอนดอนสำหรับการจัดแข่งขันในปีแรกนั้นมีการจัดขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1926 โดยจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนั่นเอง และหลังจากนั้น กีฬาปิงปองก็เริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศแถบเอเซีย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย      ีดฟิำะ

ตำนานปราสาทแห่งกู๊ดโฮป 

หากพูดถึงปราสาทที่มีผีสิงส่วนใหญ่เราก็จะนึกถึงประสาทในเขตทวีปอเมริกาแต่เชื่อหรือไม่ว่าที่ประเทศแอฟริกาใต้เองนั้นก็มีปราสาทผีสิงเช่นเดียวกันซึ่งบริษัทดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณแหลมกู๊ดโฮปและปราสาทนี้ถูกสร้างมานานแล้วหลายปี   

ตำนานเรื่องเล่านี้เล่ากันถึงผู้ว่า คุณเคยเป็นผู้ว่าเมื่อในอดีตมาแล้วเขาคือปีเตอร์  กรีทเบิด แวนนู๊ด  ผู้ว่าคนนี้เขามีนิสัยดุร้ายเป็นอย่างมากเขามักจะใช้ความรุนแรงในการปกครองบ้านเมืองและเขาเคยลงโทษทหารหลายนายด้วยการใช้วิธีแขวนคอ ซึี่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1720

โดยเขาเคยสั่งแขวนคอทหารโดยยังคงใช้ผ้าคลุมหน้าของเราทหารนั้นด้วย มีตำนานเล่าเกี่ยวกับการประหารชีวิตมีครั้งนั้นด้วยว่ามีฐานจำนวนหลายคนที่ถูกประหารชีวิตซึ่งก่อนที่ทหารคนสุดท้ายจะถูกแขวนคอนั้นท่านผู้ว่าและเกิดอาการป่วยขึ้นมาอย่างฉับพลัน

และเมื่อมีการประหารทหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเพชฌฆาตก็เลยเดินมาบอกกับผู้ว่าว่าการประหารดำเนินการให้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เพชฌฆาตเดินทางมาถึงเพื่อบอกเล่าเรื่องของการประหารชีวิตกลับพบว่าท่านผู้ว่านั้นได้เสียชีวิตลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ชาวบ้านและทหารที่อยู่ในประสาทหรืออยู่ใกล้กับบริเวณประสาทก็มักจะเห็นท่านผู้ว่าเดินเล่นอยู่บริเวณรอบๆปราสาทอยู่ทุกวันเป็นประจำ และอย่างเราหรือต่อๆกันมาด้วยว่าจนทุกวันนี้ก็ยังมีคนพบเห็นวิญญาณของท่านผู้ว่ายังคงวนเวียนอยู่แถวบริเวณประสาทอยู่และยังมีการเล่าลือกันอีกแต่ว่าสาเหตุที่ท่านผู้ว่าต้องจบชีวิตลงแบบนี้ก็เพราะว่าท่านผู้ว่ามีการสั่งฆ่านักโทษ

โดยที่ไม่ยอมให้ถอดผ้าคลุมหน้าออกนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ท่านผู้ว่าเสียชีวิตนั้นก็เกิดมาจากว่านักโทษประหารคนสุดท้ายที่ถูกท่านผู้ว่าสั่งให้ประหารชีวิตนั้นเขาได้มีการสาปแช่งท่านผู้ว่าทำให้ท่านต้องเสียชีวิตจากการสาปแช่งของทหารคนดังกล่าว

ซึ่งถ้าหากท่านผู้ว่าปล่อยให้มีการถอดผ้าคลุมหน้าออกก็จะทำให้ท่านรู้ว่าทหารคนดังกล่าวกำลังสาปแช่งท่านอยู่นั่นเอง และอีกความน่ากลัวหนึ่งก็คือชาวบ้านบอกว่าในช่วงเวลาค่ำคืนมักจะเห็นวิญญาณของหญิงสาวชุดสีเทาออกมายืนร้องไห้แถวบริเวณข้างกำแพงตรงประสาทและเมื่อเวลาผ่านไปได้มีการขุดพบเจอโครงกระดูกตรงบริเวณกำแพง

ซึ่งชาวบ้านมักจะเห็นมีสาวมายืนร้องไห้อยู่นั่นเอง และเมื่อมีการนำกระดูกของเธอออกไปจากจุดนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านก็ไม่เคยพบเห็นวิญญาณของสาวชุดสีเทากันอีกเลย ซึ่งปัจจุบันนี้ตำนานเรื่องผีผู้ว่ากับผีสาวชุดเทายังคงมีการเล่าสืบต่อกันมาให้ลูกหลานได้ฟังนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ  sexybaccarat  ที่ให้การสนับสนุน

ผีย่าม่อย

         สำหรับตำนานผีม่อยนั้นเป็นตำนานที่เกิดขึ้นในประเทศลาวเช่นเดียวกันซึ่งตามตำนานบอกว่ายายมอยนั้นเป็นหญิงชราที่อาศัยอยู่ในป่าทึบแล้วหญิงชราคนดังกล่าวนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับคนแคระและที่สำคัญเธออาศัยอยู่ในป่าคนเดียว

ซึ่งถ้าหากใครหลงเข้าไปในป่าที่เธออาศัยอยู่เธอจะฆ่าคนผู้นั้นทันที ตำนานเล่าว่าอยู่มาวันหนึ่งมีเด็กหญิง 2 คนเกิดพลัดหลงเข้าไปในป่าที่เป็นป่าของผีย่าม่อย ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเด็กทั้งสองคนนั้นอาจจะไม่เคยรู้ประวัติของผีย่าม่อยมาก่อนนั่นเองเราว่าเด็กทั้งสองคนนั้นได้เดินไปถึงกระท่อมที่ย่าม่อยไม่อาศัยอยู่

และยังไปเคาะประตูบ้านของย่าม่อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามมีการเล่ากันว่าเมื่อผีย่าม่อยได้รับการทักทายจากเด็กๆหญิงชราก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับบอกเด็กๆว่า พวกเธอเป็นใครมาทำอะไรกันที่นี่แล้วมาอยู่ในป่าของฉันได้อย่างไร เธอไม่รู้หรือว่าถ้าเข้ามาในนี้แล้วจะต้องมาเป็นอาหารของฉันหลังจากนั้น

หญิงชราก็กลายร่างเป็นผีเพื่อหลอกเด็กๆทันทีแต่เด็กๆกลับไม่วิ่งหนีและยังบอกย่าม่อยอีกด้วยว่าพวกเขานั้นถูกทิ้งเข้ามาในป่าแห่งนี้ และพวกเขาไม่รู้จะไปไหนพวกเขาจึงจำเป็นที่จะมาขออาหารกับย่าม่อยนั่นเอง เด็กน้อยทั้ง 2 คนร้องขออาหารจากผีย่าม่อยพร้อมทั้งบอกว่าถ้าได้อ่านแล้วทั้งสองคนก็จะออกจากป่าของหญิงชราทันที

และจะไม่กลับมากวนหญิงชราอีก เมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็ได้มีการมอบท่อนอ้อยให้กับเด็กน้อยทั้งสองคนเลยบอกให้เด็กทั้งสองคนนั้นเดินกินอ้อยกลับไปยังบ้านของตนเองแล้วให้ข้าวเปลือกอ้อยทิ้งระหว่างทางด้วยเพราะอ้อยนั้นกินได้

เฉพาะแค่น้ำอ้อยเท่านั้นส่วนเปลือกจะไม่สามารถกลืนลงท้องได้เด็กน้อยทั้งสองคนได้ทำตามที่หญิงชราบอกพวกเธอนั้นเดินกินอ้อยไปตลอดทางและเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านของตนเอง และเมื่อตกดึกผีย่าม่อยก็เดินตามรอยกากอ้อยที่พวกเด็กๆนั้นทายทิ้งเป็นทางเอาไว้จนหญิงชราไปเจอกับหมู่บ้านที่เด็กๆอาศัยอยู่

เครื่องเด็กทั้งสองคนนั้นได้บังเอิญเห็นยาวๆตามเข้ามาเด็กๆจึงรู้ได้ทันทีว่ายาไม่น่าจะตามมากินพวกเขาเสียแล้วดังนั้นพวกเขาจึงได้มีการขึ้นไปแอบซ่อนบนหลังคาซึ่งยาวๆก็เห็นหมดทุกขั้นตอนที่เด็กๆปีนขึ้นไปแต่ก็ไม่สามารถตามเด็กๆขึ้นไปบนหลังคาได้ด้วยความชราภาพของตนเองทำได้แค่เพียงการตะโกนคุยกับเด็กๆเท่านั้นเมื่อตะโกนคุยกันไปนานๆหญิงชราเกิดปวดฉี่ขึ้นมาจึงได้เดินไปที่ห้องข้างๆที่เป็นห้องน้ำแล้ว

เข้าไปทำการฉี่แต่ระหว่างนั้นก็ตะโกนคุยกับเด็กๆไปด้วยโดยพยายามเกลี้ยกล่อมให้เด็กๆนั้นปีนลงมาจากหลังคา แต่เด็กสาวตะโกนตอบกับหญิงชราว่าเธอลงไปไม่ได้เพราะต้องรอพี่สาวอยู่ข้างบนนี้พี่สาวของเธอกลับไปที่บ้านของหญิงชราเพื่อไปขออาหารเมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็กลัวว่าอาหารที่เธอเก็บตุนไว้จะหายไปหมดเธอจึงได้รีบกลับไปที่บ้านของตนเอง

พร้อมกับกำชับให้เด็กที่อยู่บนหลังคารอเธอก่อนเดี๋ยวเธอจะกลับมาคุยด้วยเมื่อเธอกลับไปได้สักพักเด็กน้อยทั้งสองคนก็ไปหาที่ซ่อนแห่งใหม่ซึ่งขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ที่สูงกว่าเดิมยิ่งชรากลับมาก็เรียกร้องให้เด็กน้อยทั้งสองคนลงมาข้างล่างแต่เด็กทั้งสองคนก็ปฏิเสธพร้อมกับบอกว่าพวกเขาต้องรอให้พี่อีกคนนึงที่ไปบ้านของหญิงชราอีกรอบกลับมาก่อนเมื่อได้ยิน

ดังนั้นหญิงชราก็ไม่พอใจก็เก่งว่าอาหารที่ตนเองเก็บเอาไว้นั้นจะหมดไปจึงได้กลับไปที่บ้านของตนเองอีกรอบหนึ่ง เด็กๆพากันปีนต้นไม้ให้ส่งไปอีกจนในที่สุดเด็กๆก็มากันมองเห็นวิญญาณของพ่อกับแม่ที่อยู่บนสวรรค์เด็กๆร้องขอให้พ่อกับแม่ช่วยเหลือพวกเขา

ซึ่งพ่อกับแม่ก็ได้ช่วยเหลือด้วยการหย่อนเชือกลงมาเมื่อหญิงชรามองเห็นก็ได้มีการร้องขอพ่อแม่ของเด็กว่าเธอนั้นรักเด็ก 2 คนนี้มากเพราะไม่มีใครพูดคุยกับเธอเลยนอกจากเด็กทั้งสองคนนี้หญิงชราอ้อนวอนไม่ให้พ่อกับแม่ของเด็กนั้นพาเด็กไป

ซึ่งพ่อกับแม่ของเด็กก็ได้หลงเชื่อใจว่าหญิงชรานั้นจะรักเด็กจริงได้อย่างเชือกที่มีเด็กเกาะอยู่ลงมาได้ขณะที่หญิงชรากำลังจะไปเชื่อเพื่อที่จะปีนขึ้นไปดึงตัวเด็กลงมานั่นเองเด็กน้อยเห็นท่าไม่ดีกลัวว่าหญิงชราจะจับตนเองไปกินจึงได้กัดเชือกที่หญิงชราเกาะอยู่ค่ะทำให้ร่างของหญิงชรานั้น

ร่วงลงมาจากท้องฟ้าตกลงไปในบ่อน้ำแห่งหนึ่งซึ่งบ่อน้ำนั้นเป็นบ่อน้ำที่เป็นปล่องภูเขาไฟซึ่งมีความลึกมากตั้งแต่หญิงชราตกลงไปนั้นก็ไม่เคยโผล่ขึ้นมาอีกเลยทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของประเทศลาวต่างก็เรียกบ่อน้ำนี้ว่าบ่อน้ำวนย่าม่อยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  หรือวังน้ำวนยายม่อม

 

สนับสนุนโดย  ufabet บาคาร่าออนไลน์

ตำนานเกม kindred spirit 

       หากพูดถึงเรื่องของการเล่นเกมแล้วเราก็ปกติแล้วคนที่เล่นเกมนั้นจะมีการเล่นกันแทบทุกจะช่วงอายุคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก  วัยรุ่น  คนไปทำงานหรือแม้แต่คนที่สูงอายุแล้วก็ยังเล่นเกมแต่การเล่นเกมส่วนใหญ่ผู้คนมักจะไม่ค่อยสนใจกันหรอกว่าเกมนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งบางเกมนั้นก็มีเรื่องเล่าและตำนานที่จะบอกถึงที่มาของเกมนี้ด้วยว่าเกมนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของเกมซึ่งเกมที่เราจะพูดถึงกันนี้ก็คือเกมที่ชื่อว่า  kindred spirit  ด้วยเกมนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะมีอายุอยู่ในช่วง 8 ถึง 12 ปีเท่านั้นซึ่งเป็นเกมสำหรับเด็กแต่ก็เป็นเกมที่น่าสนใจและน่าลองเล่นเป็นอย่างมากเรามาดูกันว่าเกมนี้จะมีตำนานที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

      เกมนี้นั้นอาจจะยังไม่ค่อยอยากจะเท่าไหร่แต่ก็มีความสนุกมากซึ่งเราอาจจะรู้กันดีว่าเกมหลายๆเกมนะจะมีตำนานของเกมเป็นของตัวเองทุกวันนี้เราก็จะมาพูดถึงตำนานของเกมนี้กันตั้งนานมีอยู่ว่า ณ สรวงสวรรค์แห่งหนึ่งมีผู้สาวซึ่งเธอนั้นเป็นคนที่สวยเป็นอย่างมากนี่หลายๆคนเลยที่หลงรักเธอมีอยู่วันหนึ่งที่องค์รัชทายาทของสวรรค์เดินทางออกไปตามหาคู่รักในใจของตัวเองหวังจะหา รักคู่รักในอนาคต

ซึ่งพระองค์ก็ได้ไปเจอกับผู้สาวคนนั้นและพระองค์ก็ได้หลงรักผู้สาวซึ่ง นางฟ้าสาวคนนั้นก็หลงรักพระองค์เช่นเดียวกันทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะแต่งงานกันแต่ไม่ทันที่ทั้งสองนั้นจะสามารถที่จะได้แต่งงานกันพระราชาและราชินีแห่งความมืดและความชั่วร้ายก็ได้อิจฉาริษยาคิดทั้งสองคนนั้นจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุข

พระราชาและพระราชินี แห่งความมืดซึ่งได้เสกให้มีพายุทรายพัดโหมกระหน่ำทำให้ทั้งสองต้องแยกจากกันองค์ชายรัชทายาทได้ถูกจับตัวไปให้ไปอยู่ที่วังต้องคำสาปส่วนนางฟ้าสาวไม่ได้ถูกจับไปถูกปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังรักชายมากถึงกับยอมเสี่ยงตายออกไปตามหาเจ้าชาย

แต่ก็มีหลายครั้งที่นางต้อง สู้กับอุปสรรคมากมายจนปากเจ็บไปหลายแผลแต่นางนั้นก็พักรักษาตัวให้หายไม่ย่อท้อและยังคงตามหาเจ้าชายต่อไปโดยสิ่งที่เราต้องทำนั่นก็คือการช่วยเหลือนางฟ้า ให้สามารถตามหาเจ้าชายเจอได้ และนี่คือตำนานของเกมนี้ค่ะใครสนใจลองไปเล่นกันดูได้นะคะในต้นของเกมจะมีการเล่าเรื่องของตำนานแบบฉบับย่อให้ดูค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

หลอนวัดปทุมคงคาที่เขตสัมพันธวงศ์

         ในกรุงเทพฯซึ่งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์นั้นมีวัดที่โด่งดังมากอยู่วัดหนึ่งในปัจจุบันนี้นั่นก็คือวัดปทุมคงคาซึ่งเมื่อก่อนในอดีตนั้นวัดปทุมคงคาถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งเพราะมีความเชื่อกันว่าประวัติการสร้างวัดปทุมคงคานั้นมีการสร้างมานานแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเลยทีเดียว

ซึ่งตามตำนานและมีประวัติที่สามารถเชื่อถือได้มีการระบุเอาไว้ว่าแต่เดิมนั้นวัดปทุมคงคาเป็นวัดเล็กๆซึ่งภายหลังก็ได้มีการถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ไม่มีใครที่จะเดินทางมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ไม่มีพระสงฆ์คอยดูแลวัดจนกลายเป็นวัดร้างในที่สุดแต่ต่อมาภายหลังวัดแห่งนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นลานประหารชีวิต

โดยผู้คนที่ถูกนำมาประหารชีวิตที่วัดปทุมคงคาแห่งนี้นั้นจะเป็นกลุ่มคนที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ค่อนข้างสูงเป็นกลุ่มพวกเชื้อพระวงศ์ต่างๆโดยเฉพาะในสมัยของพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งในสมัยนั้นที่พระเจ้าตากสินถูกสำเร็จโทษด้วยการประหารชีวิต

และไม่ใช่แค่พระเจ้าตากเท่านั้นที่ถูกนำมาสำเร็จโทษที่นี่ทายาทของพระเจ้าตากอีกหลายพระองค์ด้วยกันก็ถูกนำมาสำเร็จโทษที่นี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่ามีหนึ่งคนที่สามารถรอดพ้นการสำเร็จโทษในครั้งนี้ไปได้นั่นก็คือพระเจ้าเหม็น ซึ่งในขณะนั้นว่ากันว่าที่พระเจ้าเหม็นไม่ถูกสำเร็จโทษตามพระเจ้าตากสินไปด้วยนั้น

ก็เนื่องมาจากว่าพระเจ้าเหม็นนั้นเป็นหลานคนโปรดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 นั่นเองแต่อย่างไรก็ตามเพียงไปไม่กี่วันเท่านั้นพระเจ้าเหม็นก็ถูกใส่ความว่าต้องการที่จะยึดอำนาจ และกำลังกรอกการใหญ่ตั้งตัวเป็นกบฏดังนั้นเมื่อรัชกาลที่ 2 ทราบเรื่องจึงได้สั่งประหารพระเจ้าเหม็นในที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีการสั่งประหารชีวิตข้าราชบริพารที่ดูแลพระเจ้าเหม็นรวมถึงพระมเหสีเอกซึ่งเป็นน้องสาวของพระเจ้าเหม็นอีกด้วยโดยมีการนำทุกคนมาประหารที่วัดปทุมคงคาแห่งนี้นี่เอง ส่วนพระโอรสของพระเจ้าเหม็นที่มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 พระองค์ทุกพระองค์นั้นถูกทหารนำจับไปถ่วงน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งในช่วงที่รัชกาลที่ 3 ทรงขึ้นครองราชย์ก็ยังคงใช้พื้นที่ของวัดปทุมคงคานั้นในการสำเร็จโทษกล่องควบคุมเจ้าฟ้าและข้าราชการชั้นสูงอยู่เหมือนเดิมและบุคคลที่ถูกประหารชีวิตที่วัดปทุมคงคาเป็นคนสุดท้ายก็คือ กรมหลวงลักษณ์รณเรศในโทษฐานที่คิดก่อการกบฏ หลังจากนั้นวัดปทุมคงคาก็ถูกบูรณะซ่อมแซมใหม่

แต่เรื่องเล่าหลอนก็ยังคงไม่หมดไปเมื่อที่วัดแห่งนี้มีต้นอโศกต้นหนึ่งซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่มีอายุหลายร้อยปีว่ากันว่าชาวบ้านมักจะเห็นคนแต่งชุดในสมัยโบราณเดินเข้าไปในต้นอโศกแล้วหายไปกับตาซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากจนในที่สุดก็มีการตัดสินใจตัดต้นอโศกต้นนั้นทิ้งไปและปัจจุบันก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณเดินภายในวัดอีกเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet เว็บตรง

สมัยคริสเตียนและประวัติศาสตร์ของศิลปะ 

คริสเตียนเป็นหนึ่งสมัยที่ทั้งความเชื่อและงานศิลปะมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากทุกคนในยุคนั้นได้รับความอุปถัมภ์จากมหาเศรษฐี ให้ทำงานเสร็จเพราะสิ่งที่ต่างๆมีความเชื่อว่าเมื่อเรามีเงินเป็นจำนวนมากแล้วเราต้องแสดงให้เห็นถึงสุนทรียภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ผู้ที่มีเงินเดือนเท่านั้น

เตรียมเป็นผู้ที่มีจิตใจในการเผยแพร่ทางด้านงานศิลปะทั้งสิ้นจึงทำให้ในยุคนั้นเป็นยุคที่มีการรวมอำนาจของอาจารย์ว่าเป็นอย่างมากมีศิลปินมากมายหลายคนได้รับการอุปถัมภ์ในยุคนี้อย่างไรก็ตามยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาทางด้านศิลปะจนมีอิทธิพลต่อในยุคหลัง การส่งต่อทางด้านความเชื่อทางด้านงานศิลปะหมายถึงแม้จะเป็นศาสนา

ซึ่งในยุคปัจจุบันเราก็เห็นได้ชัดว่าเวลาเราไปในโบสถ์คริสต์หรือว่าสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเราจะได้เห็นงานปั้นแกะสลักหรือแม้จะเป็นภาพวาดต่างๆที่แสดงถึง เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเพราะบุคคลต่างๆมีศรัทธาเกี่ยวกับศาสนาที่ค่อนข้างเยอะและศิลปะต่างๆ

ถูกผลิตออกมาเกี่ยวข้องกับพระเจ้า โดยตรงส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพระเยซูทั้งสิ้นแต่จะมีงานภาพประติมากรรมภาพวาดหรือแม้แต่ใช้งานกับคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้คนที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิลนี่เองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆ

ทางด้านงานศิลปะที่ได้รับสนับสนุนต่างๆในยุคปัจจุบันก็สามารถค้นหางานต่างๆเหล่านี้ได้ใน Museum รวมถึงมีหอศิลปะมากมายซึ่งแสดงถึงว่าผู้คนแต่ละยุคสมัยมีความต้องการในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับงานศิลปะและการสื่อสารต่างๆเหล่านี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ทุกคนต่างมีการพัฒนาในส่วนของการทำงานหรือลักษณะของความเชื่อและแสดงออกถึงการพัฒนางานอยู่ตลอดเวลา งานภาษาลาวนี้เกี่ยวข้องกับศาสนาก็ทำให้มีการเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น ใน 1 หน้าที่ผู้คนมีการสนับสนุนเกี่ยวกับการศึกษาหรือเกี่ยวกับศาสนานั้นเป็นเพราะว่างานศิลปะสามารถเข้าถึงผู้คนง่ายมากยิ่งขึ้น

จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่การเผยแพร่ศาสนาเป็นสิ่งที่ง่ายมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ศิลปะในการถ่ายทอดนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนามีการพัฒนาผู้คนให้สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ดีมากยิ่งขึ้น นี่จะทำให้สมัยคริสเตียนเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคประวัติศาสตร์มีการจดบันทึกไว้ว่างานศิลปะเกี่ยวข้องกับศาสนาโดยตรง

ทุกคนต่างมีศรัทธาความกลัวความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็น ความเลื่อมใสในพระเจ้าหนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปินต่างๆและเทศกาลต่างๆนำความเชื่อต่างๆเหล่านี้มาทำงานศิลปะเพราะว่าสามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักนูนต่ำงานแกะสลักไม้ของศิลปะในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 5 ที่ได้รับความนิยมอย่างมากนักศิลปะของคริสเตียนเป็นสิ่งที่มีการถ่ายทอดและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็ยังมีการศึกษาศิลปะแขนงนี้อยู่ 

 

 

ขอบคุณ  เซ๊กซี่บาคาร่าเกมส์66  ที่ให้การสนับสนุน

ร่องรอยแห่งอดีต 

เป็นเวลาช้านานที่งานศิลปะต่างๆที่เข้ามากล่อมเกลาจิตใจผู้คนอื่นและแสดงการส่งต่อเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์หรือการศึกษาตามผู้คนที่อยู่ข้างหลังก็สามารถศึกษางานประวัติศาสตร์เกี่ยวกับงานศิลปะได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นงานร่วมสมัยเลยแม้แต่เป็นการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะในยุคปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งเดียว

เพราะผู้คนต่างๆสามารถเข้าถึงงานศิลปะที่ง่ายมากขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือความเป็นอยู่ ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่เป็นอุปกรณ์ Notebook ต่างๆซึ่งตอนนี้สามารถเข้าถึงผู้คนได้

โดยเฉพาะในส่วนของอินเทอร์เน็ตที่มีข้อมูลจำนวนมหาศาลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามบนโลกของเรามีงานประวัติศาสตร์หรือประติมากรรมต่างๆ งานศิลปะต่างๆก็มีเป็นจำนวนมากผู้คนต่างๆมีกิจวัตรประจำวันตามยุคตามสมัยต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการรวมอำนาจของเมือง

นี่คือทำให้งานศิลปะทั้งสิ้นคือร่องรอยแห่งอดีตในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ หากมองให้ดีๆผู้คนต่างๆมีการจดบันทึกเรื่องราวผ่านตัวอักษรหรือตัวหนังสือต่างๆ แต่ศิลปะก็เป็นหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตของเมืองต่างๆหรือการรุกรานตามสถานที่ต่างๆ ศึกสงครามรวมถึงกิจวัตรในการใช้ชีวิตของผู้คนต่างๆในแต่ละยุคสมัยนี้จึงทำให้ร่องรอยแห่งการศึกษาต่างๆสามารถศึกษาได้ผ่านทางงานศิลปะทั้งสิ้น ยุคสมัยของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันงานศิลปะสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาต่างๆหลักสูตรการสอนการเรียนในยุคปัจจุบันก็มีความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาน่าจะผ่านทั้งสิ้น ให้เป็นการระบายอารมณ์สุนทรีย์ภาพหรือการพัฒนาการของเด็กต่างๆ

อุปกรณ์การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันก็สามารถค้นหาได้ไงมันขึ้นไม่ว่าจะเป็นดินสอปากกายางลบ หรือแม้แต่จะเป็นอุปกรณ์การเขียนการทำงานต่างๆแกะสลักต่างๆ นี่เอง

จึงทำให้การพัฒนาวัฒนธรรมของผู้คนในการพัฒนาค่อนข้างเยอะอย่างไรก็ตามในประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเยอะเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นศิลปะการแกะสลักผลไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาเป็นเวลาช้านานผู้คนต่างๆสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการทำงานหรือวัฒนธรรมต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ยุคสมัยของผู้คนจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของการทำงานหรือการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ผู้คนในอดีตต่างๆมีการส่งต่อเรื่องราวมาถึงคนในยุคปัจจุบันผ่านทางตัวอักษรการจดบันทึกหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะ งานศิลปะคือสิ่งที่ทุกยุคทุกสมัยมีการทำอยู่ตลอดเวลานี้จึงทำให้แต่ละยุคแต่สมัยเราสามารถศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตได้อยู่เสมอ

การเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนจึงทำให้มีการสร้างงานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามนี้จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้มีงานร่วมสมัยต่างๆเกิดขึ้นมามากมาย และในอนาคตคนรุ่นหลังก็จะสามารถศึกษาได้จากงานที่มีในปัจจุบัน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming ทดลองเล่น