ประติมากรรมและงานศิลปะในยุคหิน 

งานศิลปะและงานประติมากรรมที่มีมากในยุคหินหรือยุคประวัติศาสตร์โบราณมีจำนวนมหาศาล จากการศึกษาของนักวิชาการหรือการสืบค้นเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตหรือการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคหินยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง จนเรียกได้ว่าเป็นยุคศิลปะแห่งยุคหินเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับสังคมการอยู่อาศัยหรือแม้จะเป็นวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะที่เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาเรื่องราวต่างๆศิลปะคือการจดบันทึกเรื่องราวว่าผู้คนมีประวัติศาสตร์ในการใช้ชีวิตอย่างไรหรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมก็ มีการจดบันทึกไว้ในงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตาม

ผู้คนมีความต้องการในการระบาย ความหวาดกลัว ความหวาดระแวง ความเชื่อ หรือสิ่งต่างๆที่มีความต้องการในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆของมนุษย์ในการอยู่อาศัยหรือการอยู่รอดนั้นความหวาดกลัวนั่นคือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ก็มีความกลัวเราจะใช้ชีวิตอย่างระวังและสิ่งต่างๆเหล่านี้เองต้องการการระบาย

จากการตรวจสอบในยุคหินนั้นผู้คนต่างๆเริ่มรู้จักการระบายสีโดยเฉพาะในส่วนของงานศิลปะหรืองานประติมากรรมที่ผนังกำแพง จึงทำให้รู้ว่ามนุษย์มีการรู้จักกับการปั้นหรือการแกะสลักทั้งสิ้น การขูดขีดหรือการระบายสีข้อสำคัญอย่างยิ่งในการระบายลมนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันงานประติมากรรมเกี่ยวกับงานศิลปะในยุคหินก็ยังหลงเหลือมาอยู่ ให้ผู้คนในยุคปัจจุบันได้เห็น

ยุคหินเป็นยุคที่ถูกแบ่งได้เป็น 3 ยุคที่ใหญ่นั่นก็คือ หินเก่า หินกลาง หินใหม่ 3 ยุคนี้เป็น 3 ยุคที่มีการแตกต่างกันเกี่ยวกับงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามในยุคแรกเป็นยุคที่มีการทำเกี่ยวกับงานโนนสูงหรืองานลอยตัวสันนิษฐานได้ว่ามนุษย์มีการใช้สิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่ว่าจะเป็นดินเหนียวหรือแม้แต่จะเป็นอุปกรณ์ต่างๆทางด้านหิน

อาจจะมีการสร้างงานศิลปะด้วยความบังเอิญแต่ ก็ตามในยุคต่อมาก็เริ่มมีการพัฒนางานที่ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆหรือแม้แต่ส่วนเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นของผู้คนเพราะผู้คนเริ่มมีการพัฒนา สังคมความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นการเริ่มการทำเกษตรกรรม ลักษณะทางสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงทำให้ผู้คนต่างมีการพัฒนาความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างรูปแบบเพื่อชีวิตรอด

เปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ทำให้งานศิลปะทั้งสิ้นมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอแม้แต่ในลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คน ผู้คนในแต่ละยุคสมัยก็มีลักษณะการใช้ชีวิตที่แตกต่างกับตัวอย่างไรก็ตามที่จุดประสงค์สำคัญที่การเปลี่ยนแปลงด้านสังคมในการทำงานต่างๆ

ช่วยผู้คนในการพัฒนางานที่ดีมากขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงงานหรือขณะนี้ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ ผู้คน ที่อยู่ในยุคข้างหลังได้มีการเรียนรู้เกี่ยวกับประติมากรรมหรือว่าแนวคิดของผู้คนในอยู่กันก่อน โดยเฉพาะยุคหินซึ่งเป็นยุคที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ความสว่างและการใช้งานของแสง

ความสว่างและการใช้งานของแสงงานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานที่แสดงความสดใสความมืดมนหรือแม้แต่ใช้ในส่วนของ การแสดงลักษณะต่างๆของยุคสมัยของงานศิลปะต่างๆได้ถูกเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่มีการเรียนรู้ในการใช้งานศิลปะต่างๆเพื่อพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตถ่ายทอดความเชื่อถือแม้จะเป็นความต้องการต่างๆ

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่อยู่ปัจจุบันงานศิลปะต่างๆได้ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น สถาบันการศึกษาเกี่ยวกับทางด้านศิลปะมากมายออกมาเปิดตัวคอร์สการเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ หรือแม้แต่จะเป็นการเปิด Academy ซึ่งสอนงานศิลปะโดยเฉพาะโดยเฉพาะในประเทศไทยก็มีความสนใจในการสนับสนุนงานศิลปะท่วมมาก

อย่างไรก็ตามหน้าศิลปะที่แสดงอารมณ์และความต้องการต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สี ซึ่งสามารถจำแนกแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนต่างๆที่ได้ความสว่างของแสงต่างในการรับรู้ของสิ่งต่างๆมีลักษณะที่แตกต่างกันทุกคนต่างๆเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการนำสีมาพัฒนาการใช้ชีวิตต่างๆ

ความสดใส ความมืดมน หรือแม้แต่จะเป็นความเข้มสว่างก็สามารถกำหนดได้ อย่างไรก็ตามนี้จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสีต่างๆและการพัฒนารูปแบบในการทำงานศิลปะต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เราสามารถรับรู้แสงได้ผ่าน 3 อย่างได้คือ แสง วัตถุ แล้วก็ตาของมนุษย์ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้แสงจะถูกกำเนิดขึ้นจากธรรมชาติมากระทบกับวัตถุและถ่ายทอดมาสู่ตาของมนุษย์และถูกส่งต่อไปที่สมองนิดนึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในการเข้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตในการพัฒนาการทำงานต่างๆ

อะไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่สุดในยุคปัจจุบันการเข้าถึงรูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นลักษณะของงานศิลปะต่างๆได้ถูกเปลี่ยนแปลงและถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วพวกคนต่างๆมีการเรียนรู้ในการถ่ายทอดอารมณ์ทางด้านต่างๆศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งในนั้น

ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสีต่างๆมีความเข้มความอ่อน ความสว่าง งานศิลปะมากมายก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้สี ใช้เพียงแค่ความสว่างและความมืด ค่าน้ำหนักของแสงแต่เพียงเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างๆความสนใจในการเรียนรู้ลักษณะของแสงสีต่างๆซึ่งพัฒนารูปแบบในการทำงานศิลปะมากมายโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันการเรียนรู้รูปแบบการทำงานศิลปะต่างๆเหล่านี้มีการแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโลกออนไลน์ในปัจจุบัน

ก็มีคอร์สการเรียนการสอนเกี่ยวกับงานศิลปะเช่นข้างมากซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในยุคปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจในการพัฒนาการใช้ชีวิตต่างๆ ซึ่งการแสดงงานศิลปะต่างๆมีลักษณะแสดงให้เห็นถึงข้อสอดคล้องในการใช้ชีวิตสังคมหรือแม้แต่จะเป็นรูปแบบในการทำงานต่างๆ 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

การใช้สีในงานศิลปะของบาโรก 

 

งานศิลปะสมัยบาโรกเป็นส่วนที่อยู่ในศตวรรษที่ 17 ของศิลปินจากฮอลแลนด์ มีภาพเขียนมากมายเป็นส่วนหนึ่งของยุคสมัยในการเขียนภาพวาดจิตรกรรมต่างๆก็ตามผู้คนต่างๆมีการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆผ่านงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ความเป็นอยู่ของผู้คนความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นศิลปะต่างๆที่ถูก Express ออกมาเป็นผลงานต่างๆ

สำคัญอย่างนี้ที่ดินปัจจุบันการพัฒนาศิลปะต่างๆด้วยความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการในการเสพสื่อต่างๆสามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอินเตอร์เน็ตคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่จะเป็นส่วนต่างๆนี้ก็มีความได้มากยิ่งขึ้นในการเข้าถึงงานศิลปะที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ในยุคปัจจุบันการแพร่กระจายทางด้านงานศิลปะเก่าๆที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมาให้ผู้คนสามารถเห็นได้ง่ายมากที่สุด ทุกคนมีความต้องการในการสื่อสารต่างๆของการกล่อมเกลาจิตใจหรือว่าการเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ของงานศิลปะได้

เพราะในแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้หรือแม้จะเป็นกิจกรรมต่างๆได้มีการพัฒนาอย่างเหมาะสมกับคนนั้นๆซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้คนในการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการเรียนรู้หรือไม่ว่าจะเป็นในส่วนของงานภาพเขียนเองก็ตามก็มีการพัฒนาเช่นเดียวกัน

ในส่วนของมนุษย์ในศตวรรษที่ 17 ศิลปินที่อยู่ในประเทศฮอลแลนด์ หรือนิกายโปรเตสแตนต์ได้มีการก้าวผ่านกิจกรรมต่างๆมากมายเป็นการแสดงเนื้อหาจากความเชื่อในศาสนาหรือคัมภีร์ไบเบิลนั่นเอง ไม่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดภาพเขียนหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของภาพที่แสดงให้เห็นเทพนิยายประวัติศาสตร์นำไปสู่ กิจกรรมมากมายที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนอาจมีการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย

ทางความเชื่อ ไปสู่การถวายตัวเพื่อทำงานเกี่ยวกับในส่วนของศาสนาทั้งสิ้น มีทั้งวาดภาพวิวทิวทัศน์ ภาพฝาผนัง จิตรกรรมภาพนิ่ง ภาพเหมือน หรือลักษณะต่างๆการเลือกใช้สีจะเลือกใช้สีที่สดใสค่อนข้างเยอะการมีจุดมุ่งหมายซึ่งมีความชื่นชอบในการทำงานต่างๆเหล่านั้นจะช่วยให้มีการแสดงลักษณะของงานศิลปะมากมายที่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มีบทบาทในการเข้าใจของผู้คนอย่างไรก็ตามกลุ่มศิลปินต่างๆเหล่านี้

ได้มีความสนใจในการพัฒนาในส่วนของงานศิลปะต่างๆให้มีความพอใจของตัวเอง โดยเฉพาะในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่เรียกได้ว่าเสียปะบาโรกเริ่มมีการประยุกต์หรือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่แสดงให้เห็นว่าเกี่ยวกับทางด้านการเมืองอยู่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรนี่จะเป็นเหตุผลที่ผู้คนต้องการความสนใจในการเข้าถึงงานศิลปะต่างๆ สีที่มาเลือกใช้ชนิดเป็นสีที่มีความรุนแรง หรือมีความสดใสเช่นเครื่องมาก ในตัวศิลปินเองก็มีความสนใจในการพัฒนาการทำงานหรือว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอโดยเฉพาะในยุคของบาโรกนี่เองที่มีการแสดงเกี่ยวกับความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิลถ่ายทอดมาเป็นภาพวาดจิตรกรรมรวมทั้งที่มีในส่วนของงานภาพเขียนต่างๆมากมายที่มีชื่อเสียงซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีการศึกษางานต่างๆเหล่านี้อยู่ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บคาสิโนเปิดใหม่

ศิลปะในยุคหินกลาง

จากหลักฐานการค้นพบทางด้านศิลปะ ทำให้เรารู้ว่าศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้ว และอาจจะเกิดมากกว่า 10,000ปีแล้วก็เป็นได้ ซึ่งศิลปะมีการเกิดขึ้นก่อนสมัยประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ เพราะจากหลักฐานที่มีการค้นพบในแต่ละอย่างนั้น ล้วนมีอายุมากเลยทีเดียว

ทำให้เชื่อว่าการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะ เป็นสิ่งที่มนุษย์ในทุกยุคทุกสใยนั้นมีการจินตนาการและสื่อออกมาจากความคิดโดยผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั่นเอง แต่ในยุคหินนั้นไม่แน่ใจว่าการสร้างสรรค์ศิลปะเหล่านี้ เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อการใดกันแน่ เพราะจากการสันนิษฐานก็มักจะมีการสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นการสร้างสรรค์เพื่อเป็นสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องบันทึกเหตุการณ์หรือการระทำต่างๆในยุคนั้น

ไม่ว่าจะเป็นการทำพิธีการต่างๆ การบูชาเทพเจ้า รวมทั้งการฆ่าสัตว์ด้วย และสำหรับในยุคหินกลาง Middle Age หรือบ้างก็เรียกว่า Mesolithic นั้น ก็มีการค้นพบที่คาดว่าเกิดการสน้างสรรค์ในช่วงยุคหินกลาง ซึ่งในยุคนี้นั้นเป็นช่วงยุคที่มีการเกิดขึ้นของสิ่งต่างๆรวมทั้งศิลปะที่มีอายุต่ำกว่า 9,000ปีลงมากก่อนคริสตกาล 

โดยมนุษย์ในช่วงยุคหินกลางนั้นเริ่มมีวิวัฒนาการในการนำสิ่งต่างๆรอบตัวมาประยุกต์ใช้แล่ว ไม่ว่าจะเป็นการนำไฟมาสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายและการประกอบอาหารต่างๆด้วยการใช้ไฟและในยุคนี้นั้นการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นงานด้านศิลปะ

จะมีการสร้างสรรค์ผลงานด้วยหินและงาช้างเป็นหลักโดยงานที่มีการสร้างสรรค์นั้นก็จะเน้นเป็นผลงานทางด้านประติมากรรม โดยการสร้างสรรค์งานนั้นก็จะมาจากการจินตนการของผู้สร้างสรรค์ด้วยและเป็นสิ่งที่อาจจะสร้างสรรค์มาจากรูปแบบหรือสิ่ที่พักเห็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เป็นต้น 

ไม่เพียงความสร้างสรรค์ทางด้านประติมากรรมเท่านั้น ในยุคหินกลางก็มีการสร้างสรรค์ด้านจิตรกรรมด้วย ซึ่งการสร้างสรรค์ด้านจิตรกรรมในยุคหินกลางนั้นจะเน้นการสร้างสรรค์ในบริเวณหน้าผาต่างจากในยุคหินเก่าที่มีการสร้างสรรค์และวาดภาพต่างๆในถ้ำ แต่สำหรับยุคหินกลางนั้น

จะมีการสร้างสรรค์ที่รู้สึกว่ามีการพัฒนาทางด้านฝีมือในการสร้างสรรค์ขึ้นมาอีกระดับ เพราะนอกจากเป็นการสร้างสรรค์ที่หน้าผาเป็นหลักแล้ว การจินชตนาการและการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ดูแล้วรู้ว่าผู้ที่สร้างสรรค์นั้นต้องการจะถ่ายทอดอะไรออกมาหรือพูดได้ว่า เภาพวาดเหล่านั้นมีลักษณะที่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นจากในยุคหินเก่านั่นเอง

โดยภาพวาดจะเน้นเป็นการวาดทั้ง คน สัตว์ รวมทั้งสภาพแวดล้ม เป็นการสร้างสรรค์ที่แสดงถึงการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคหินกลางนั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้ค้นพบและเป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เรานั้นนอกจากจะเห็นถึงิวิวัฒนาการความเป็นอยู่ของคนยุคหินกลางแล้วนั้น ยังแสดงถึงวิวัฒนาการในการสร้างสรรค์กระบวนการความคิดและจิตนาการที่มีการพัฒนามาจากยุคหินเก่าได้อย่างดีด้วย

 

สนับสนุนโดย  ufabet บนมือถือ

เครื่องดนตรีที่เล่นยาก

ดนตรีเป็นสิ่งที่เป็นศิลปะอย่างหนึ่งเพราะนอกจากการใช้ความสามารถในการเล่นและพรสวรรค์ในการเล่นแล้วนั้น การเล่นดนตรีก็ต้องต้องนำแนวคิดความเป็นศิลปะเข้ามาร่วมในการสร้างสรรค์ให้เกิดผลงานหรือเพลงในการเล่นดนตรีนั่นเอง

การเล่นดนตรีนั้นยังเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนนั้นมีความสุข และในการเล่นเคร่องดนตรีที่ยากนั้นเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าคนคนนั้นสามารถที่จำเล่นและสร้างสรรค์ดนตรีเหล่านั้นอย่างดีที่สุด ทุกคนล้วนทีรสนิยมทางด้านดนตรีที่แตกต่างกันไป การเล่นดนตรีนั้นยังเป็นสิ่งที่มีอำนาจและสามารถทำให้ทุกคนนั้นมีสติได้ด้วย

ไม่เพียงเท่านั้นดนตรียังเป็นสิ่งที่สามารถใช้ในการักษาผู้ป่วยได้แน่นอนว่าเครื่องดนตรีในโลกนี้นั้นมีหลายประเภทมากมายและก็มีทั้งเครื่องดนตรีที่เล่นง่ายและเครื่องดนตรีที่เล่นยากนั่นเอง มาดูกันว่าเครื่องดนตรีที่เล่นยากและยากที่จะเล่นนั้นได้แก่เครื่องดนตรีอะไรบ้าง 

มาเริ่มต้นกันที่เครื่องดนตรีที่เล่นยากชิ้นแรกนั่นก็คือ Accordions หรือที่เรามักจะรู้จักแบะคุ้นเคยกันอย่างหีบเพลง ซึ่งหีบเพลงนั้นมีลักษณะคล้ายกับเครื่องดนตรีบางประเภทอย่างเช่น Reed OrganและHarmonium ดดยการเล่นนั้นจะต้องเล่นโดยการบีบและขยายลูกสูขของเครื่องดนตรีด้วยมือข้างหนึ่ง

และเล่นโน๊ตด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ดนตรีชนิดนี้นั้นมักจะใช้เล่นสำหรับในดนตรีคลาสสิค สามารถเล่นเป็นการคลอหรือโซโล่ในวงนั่นเอง โดยแต่ก่อนหน้านี้นั้นหีบเพลงมีชื่อเดิมว่า Harmonicas ซึ่งเครื่องดนตรีนี้นั้นเป็นสิ่งที่ยากจะเรียนรู้แต่เครื่อมีนี้นั้นเป็นสิ่งที่แพร่หลายไปทั่วยุโรปและเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงเพลงพื้นบ้าน

ซึ่งถึงแม้จะเป็นเครื่องดนตรีที่มีความยากในการเล่น แต่ก็มีหลายคนที่สามารถเล่นได้และเล่นได้ดีเลยทีเดียยวอีกด้วย และต้องยอมรับว่าถ้าหากวงดนตรีคลาสสิคขาดดนตรีชิ้นนี้ไปก็อาจจะทำให้ดนตรีคลาสสิคนั้นขาดสีสันเลยก็ว่าได้

ต่อมาเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นยากและเป็นเครื่องดนตรีที่เช่อว่าหลายๆคนต้องรู้จักหรืออาจจะเป็นเครื่องดนตรีที่ทุกคนนั้นจะต้องรู้จักอยู่แล้วอย่างแน่นอน นั่นก็คือ Drums หรือกลองชุด กลองนั้นเป็นเครื่องดนตรีที่ถูกจัดอยู่ในประเภทเครื่องเคาะและถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีการยกย่องว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีควมเก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย

โดการเล่นหรือทำให้เครื่องดนตรีอย่างกลองนั้นสามารถที่จะออกมาเป็นเสียงได้นั้นก็คือการใช้ไม้ตีไปที่ผิสของกลองก็จะทำให้เกิดเสียงและเกิดเป็นจังหวะขึ้นมา กลองยังเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถเล่นได้ทั้งคนเดียวอละสองคนหรือมากกว่านั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วกลองนั้นเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมเล่นคนเดียวมากกว่า

โดยการเรียนรู้พื้นฐนของการเล่นกลองนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนอาจจะสามารถเรียนรู้ได้ในระดับเบื้องต้นแต่ในรัดับสูงหรือการที่ขะตีกลองให้เป็นเพลงได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียวเพราะกลองเป็นดนตรีที่ไม่มีโน๊ต ผู้ตีกลองหรือคนเล่นกลองนั้นจะต้องใช้ประสาทสำผัสในการวิเคราะห์เสียงและทำให้เกิดเสียงจนสามารถที่จะเล่นเป็นเพลงได้ ดังนั้นแล้วกลองจึงจัดอยู่นดนตรีที่เล่นยากมากเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50

ยุคโรมันกับศิลปะที่รุ่งโรจน์

เมื่อพุทธศักราช 340 ถึง พุทธศักราช 870  ผลงานทางด้านศิลป์ของโรมันโดยมากได้รับมาจากกรีก ซึ่งมีส่วนประกอบที่พิถีพิถัน และสวยงาม แม้กระนั้นโรมันจะเน้นสร้างผลงานที่มีความใหญ่โตมโหฬาร แข็งแรงทนทาน สถาปัตยกรรมโรมันเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วทั้งโลก เพราะโรมันเป็นชาติแรกที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากคอนกรีตได้ ทำให้เป็นการปรับเปลี่ยนการก่อสร้างที่น่าตกใจ แตกต่างจากเดิมที่เคยมี

จิตรกรรมของโรมัน อาศัยจากการศึกษาเรียนรู้วิจัยข้อมูลที่ได้มาจากเมืองๆ หนึ่ง ที่ถูกกระหน่ำทับด้วยลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส ซึ่งมีการขุดคุ้ยสิ่งต่างๆ ขึ้นมา และสิ่งที่พบส่วนมากเป็นภาพที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันของชาวโรมันยิ่งกว่านั้นเป็นภาพในเทพนิยาย และเรื่องราวในประวัติศาสตร์ โดยรูปแบบของภาพยังมีความสวยงามที่บริบูรณ์ จิตรกรรมที่พบบนผนังนิยมวาดเป็นภาพวิว ภาพคน โดยเขียนด้วยสีฝุ่นผสมกับกาวน้ำปูน มีการสร้างภาพประดับต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ Mosaic  

ชาวโรมันรับเอาความคิดทางด้านศิลปะมาจากชาวอีทรัสกัน รวมกับาวกรีกสมัยเฮเลนิ โดยงานประติมากรรมมีแนวทางเป็นแบบอุดมคติที่เรียบง่าย แต่มีความทนทาน งานศิลปะอีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบ ได้แก่ ประติมากรรมรูปนูน โดยเน้นทำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ต่อมาในยุคปลาย เริ่มเป็นไปในแนวทางที่เกี่ยวกับพิธีทางศาสนามา

สิ่งของที่ใช้สร้างประติมากรรมของโรมันมักสร้างจาก ขี้ผึ้ง ดินเผา หิน รวมทั้งสำริด โดยสร้างเป็นสิ่งต่างๆ ได้แก่ เทวรูปที่นับถือ  ประติมากรรมรูปแบบสเมือนจริง นิยมทำภาพนูนสูง เพื่อตกแต่งตัวสถาปัตยกรรมต่างๆ ในสมัยนั้น

สถาปัตยกรรมโรมัน ส่วนมากจะเป็นแบบทั่วไป สิ่งของที่ใช้สร้างตึกที่นิยม คือ ไม้ ก้อนอิฐ ดินเผา หิน ปูน คอนกรีต ซึ่งชาวโรมันเป็นผู้บุกเบิกในการใช้คอนกรีตมาปรับปรุงแบบก่อสร้าง นำคอนกรีตมาสู่ระบบการสร้างเสากับคาน และระบบอื่นๆ ทำให้สถาปัตยกรรมมีความแข็งแรง ทนทานมาก

มีการนำสถาปัตยกรรมจากยุคอื่นมาปรับเปลี่ยนเป็นของตนเองทำให้งานที่ออกมามีความประณีตและวิจิตรบรรจงขึ้น ชาวโรมันชอบเพิ่มการตกแต่งลงไป โดยไม่นึกถึงการใช้ อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องราวทางวิศวกรรมของชาวโรมันที่แสดงถึงความสามารถ คือ สะพานส่งน้ำ ซึ่งใช้เป็นทางส่งน้ำจากเทือกเขา มาสู่เมืองต่างๆ มาสู่ตามอาคารบ้านเรือน นับได้ว่าชาวโรมันนั้นมีความรู้ความสามารถอย่างยิ่งได้ของวิศวกรรม

ถึงแม้ว่าผลงานศิลปะของชาวโรมันส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลมากจากชาวกรีก แต่ชาวโรมันไม่ได้รับมาแล้วทำตาม แต่กลับนำมาพัฒนาปรับปรุง แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นในแบบฉบับของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ชาวโรมันจะสามารถพัฒนาผลงานและยุคสมัยของตนให้เจริญเป็นที่น่าประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

ตำนานภาคเหนือ ตำนานเมืองลับแล 

         วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องตำนานของจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งตำนานที่เป็นเรื่องเล่ากันมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมเล่าขานกันนั่นก็คือตำนานเมืองลับแลเนื่องจากว่าที่จังหวัดอุตรดิตถ์นั้นมีอำเภอเล็กๆอยู่อำเภอหนึ่งซึ่งอำเภอที่ว่านั้นชื่อว่าลับแลซึ่งเมื่อก่อนนั้นจังหวัดอุตรดิตถ์ไม่ค่อยที่จะมีความเจริญมากนักพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขาซะส่วนมาก

ดังนั้นหากใครก็ตามที่ไม่ชำนาญทางเวลาที่จะเดินทางไปที่หมู่บ้านลับแลก็มักจะหลงทางจึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อว่าที่จังหวัดอุตรดิตถ์นั้นมีเมืองลับแลซ่อนอยู่ ในตำนานนั้นมีการเล่าว่าในสมัยโบราณนั้นชาวบ้านมีความเชื่อกันว่าที่จังหวัดแห่งนี้มีเมืองลับแลแต่ไม่เคยมีใครหาเจอเพราะจะถูกบังตาเอาไว้อยู่มาวันหนึ่งมีชายหนุ่มในหมู่บ้านคนหนึ่งเข้าไปในป่าเขาเห็นหญิงสาวเป็นจำนวนมากเดินออกมา

และหญิงสาวเหล่านั้นก็ถือใบไม้มาคนละใบแล้วนำใบไม้เหล่านั้นไปซ่อนเขาจะได้ซุ่มแอบมองอยู่ หลังจากหญิงสาวสร้างใบไม้เสร็จแล้วต่างก็เดินทางไปทำธุระของตนเองหลังจากนั้นก็กลับมาและพากันมาหาใบไม้ที่ตนเองซ่อนเอาไว้มีหญิงสาวคนหนึ่งหาใบไม้ที่ตัวเองซ่อนเอาไว้ไม่เจอเนื่องจากว่าชายหนุ่มได้แอบไปขโมยใบไม้ของนางมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวมีท่าทีกระวนกระวายใจมาก จึงได้เอาใบไม้เมื่อคืนให้กับเธอ แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องพาเขาไปยังบ้านเมืองของเธอด้วยซึ่งเธอก็ยินยอมเมื่อเข้าไปในเมืองลับแลปรากฏว่าบ้านเรือนส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงจะมีผู้ชายอยู่น้อยมากเขาจึงได้ถามถึงเหตุผลซึ่งเธอก็ตอบว่าเป็นเพราะที่เมืองลับแลอย่างนี้ทุกคนจะต้องไม่พูดโกหกและถ้าใครพูดโกหกก็จะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน

ซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่นั้นมักจะโกหกทำให้คนในหมู่บ้านนี้มีน้อยที่เป็นผู้ชาย  ชายหนุ่มขอยู่ในเเมืองลับแลกับหญิงสาวด้วย โดยแม่ของหญิงสาวก็อนุญาติแต่มีข้อแม้ว่าห้ามพูดโกหก โดยชายหนุ่มก็ตกปากรับคำเป็นอย่างดีอยู่ไปไม่นานชายหนุ่มและหญิงสาวก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันและแต่งงานกันจนมีลูกด้วยกัน 1 คนอยู่มาวันหนึ่งขณะที่หญิงสาวออกไปธุระข้างนอกนั้น

ลูกของพวกเขาเกิดร้องไห้งอแงชายหนุ่มจึงได้มีการกล่อมลูกเพื่อให้ลูกหยุดร้องไห้แต่บังเอิญว่าข้อความที่เขาพูดกับลูกนั้นเป็นคำพูดที่โกหกแม่ยายของเขามาได้ยินเข้าพอดีทำให้แม่ยายของเขานั้นไปบอกกับลูกสาวว่าสามีของเธอนั้นพูดโกหกและให้ขับไล่ออกจากหมู่บ้านหญิงสาวจึงบอกให้สามีของเธอเดินทางออกจากหมู่บ้านโดยเธอได้เตรียมอาหารน้ำดื่มและข้าวของที่จำเป็นในการเดินทางไปให้ด้วย

ซึ่งหนึ่งในนั้นเธอได้มีการนำขิงใส่ไปให้สามีเธอเป็นจำนวนมากในที่สุดก็ได้หนูจำเป็นต้องเดินทางออกนอกหมู่บ้านคณาที่เขาเดินทางกลับไปหมู่บ้านเดิมของเขานั้นเขารู้สึกว่ายิ่งเดินห่างไกลจากเมืองลับแลมากเท่าไหร่ถุงย่ามที่เขาสะพายมานั้นก็ยิ่งหนักมากขึ้นเท่านั้นเมื่อเปิดออกดูก็พบว่ามีขิงเป็นจำนวนมากอยู่ในย่ามเขาจึงได้โยนขิงทิ้งเลยเขาได้โยนทิ้งออกตลอดทางไปเรื่อยๆจนเหลือแค่อันเดียว

เมื่อไปถึงหมู่บ้านเขาก็เปิดถุงย่ามดูปรากฏว่าขิงที่เหลือเพียงอันเดียวเท่านั้นกลายเป็นทองคำด้วยความเสียดายเขาจึงย้อนกลับไปเพื่อจะไปเก็บขิงที่เขาโยนทิ้งแต่ปรากฏว่าสิ่งเหล่านั้นได้โตเป็นต้นขิงไปหมดแล้วและเมื่อเขาขุดลงไปดูก็พบว่าทางใต้ดินนั้นก็เป็นเพียงแค่ขิงธรรมดาเท่านั้นเขาพยายามที่จะตามหาเมืองลับแลแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนในที่สุดเขาก็ล้มเลิกความตั้งใจและกลับไปอยู่หมู่บ้านของตนเองเหมือนเดิม

 

สนับสนุนโดย  สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานลึกลับของแมงสี่หูห้าตา

        สำหรับตำนานลึกลับของแมงสี่หูห้าตานั้นเกี่ยวพันกันกับการสร้างพระธาตุดอยเขาควายแก้วที่จังหวัดเชียงรายโดยตำนานแมงสี่หูห้าตานั้นเป็นตำนานที่เล่าขานมาจากชาวเมืองเชียงรายโดยตรงซึ่งรายละเอียดของตำนานนั้นมีการพูดถึงครอบครัวหนึ่ง

ที่มีฐานะยากจนอยู่มาวันหนึ่งภรรยาได้เสียชีวิตลงจึงทำให้ครอบครัวนี้เหลือกันเพียงแค่สองคนเท่านั้นคือพ่อและลูกชายแต่ต่อมาไม่นานคนเป็นพ่อด้วยการทำงานหนักตรากตรำและอายุมากแล้วจึงทำให้เสียชีวิตตายตามภรรยาไปอีกคนเหลือเพียงแค่ลูกชายคนเดียวเท่านั้นก่อนที่ชายชราจะเสียชีวิตนั้นได้มีการสั่งเสียลูกชายเอาไว้เลยบอกให้ลูกชายนั้นนำร่างของตนเองไปฝังศพเอาไว้จนกว่าลูกชายจะอายุครบ 17 ปี

ซึ่งเพราะอายุครบ 17 ปีแล้วให้ลูกชายนั้นไปขุดเอาหัวกระโหลกของพ่อขึ้นมาหลังจากนั้นให้นำเชือกผูกหัวกระโหลกของพ่อแล้วเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้โดยลากหัวกระโหลกไปด้วยและถ้าหัวกระโหลกของพ่อนั้นไปติดตรงที่พื้นที่ไหนก็ให้ลูกชายทำบ่วงไว้จับสัตว์ชนิดหนึ่งเอาไว้ตรงที่หัวกระโหลกพ่อนั้นติดอยู่

ซึ่งลูกชายก็รับกรรมและปฏิบัติตามคำสั่งเสียของพ่อหลังจากที่ รักพ่อมาไว้และทำบ่วงเอาไว้ดักสัตว์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในขณะที่เขารอว่าสัตว์ชนิดไหนจะมาติดหมวกของเขานั้นก็ปรากฏว่ามีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งตัวสีดำมีลักษณะคล้ายกับลิงแต่ที่น่าแปลกประหลาดก็คือมันมีตา 5 ตาและมีหูทั้งหมด 4 หูมาติดบ่วงที่ชายหนุ่มได้ดักเอาไว้เมื่อชายหนุ่มจับสัตว์ตัวนั้นได้ก็นำมาเลี้ยง

โดยพยายามหาอาหารให้มันกินแต่ไม่ว่าจะเอาอะไรให้มันกินนั้นสัตว์ชนิดนี้ก็ไม่ยอมกินอะไรเลยจนเขานะรู้สึกอ่อนใจในที่สุดอยู่มาวันหนึ่งซึ่งวันนั้นเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วเขารู้สึกว่าอากาศนั้นค่อนข้างหนาวเย็นจึงได้ก่อกองไฟแต่บังเอิญว่าประกายไฟนั้นได้กระเด็นออกมาตกตรงบริเวณหน้าของสัตว์ป่าตัวนั้นและมีก้อนไฟตกลงมาด้วยทำให้สัตว์ตัวดังกล่าวนั้นกินก่อนไฟเข้าไปใต้หนูเห็น

ดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าสัตว์ชนิดนี้กินก้อนไฟเป็นอาหารดังนั้นในทุกๆวันเขาจึงได้นำก้อนไฟให้สัตว์ชนิดนี้กินและที่น่าประหลาดใจสำหรับเขาอีกเรื่องก็คือเมื่อสัตว์ชนิดนี้กินก้อนไฟเข้าไปแล้วมันก็จะถ่ายออกมาเป็นทองคำโดยในทุกวันนั้นชายหนุ่มจะได้ทองคำกลอนขณะถือมาแนะนำก้นทองคำทั้งหมดไปฝังเอาไว้หลังบ้านอยู่มาวันหนึ่งพระเจ้าแผ่นดินได้มีการประกาศว่าหากใครที่จะสามารถสร้างสะพานจากบ้านของชายคนนั้นไปที่ห้องของเจ้าหญิงได้

โดยสะพานนั้นจะต้องทำมาจากทองคำพระเจ้าแผ่นดินจะยกพระธิดาให้แต่งงานด้วยชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงมีความคิดที่จะเอาทองคำที่ตนเองมีอยู่มาทำสะพานแต่ก็ติดตรงที่ว่าไม่มีช่างที่จะช่วยทำสะพานนั่นเองอย่างไรก็ตามเขาได้อธิษฐานขอให้มีช่างมาช่วยเขาทำสะพานทันใดนั้นเทวดาก็แปลงกายลงมาและมาช่วยเป็นช่างสร้างสะพานให้เขาจะแล้วเสร็จหลังจากนั้นเขาก็ได้แต่งงานกับเจ้าหญิง

ซึ่งหลังจากที่แต่งงานไปแล้วพ่อของเจ้าหญิงก็ได้ถามชายหนุ่มว่าใช่หนุ่มนั้นเอาทองคำมาจากไหนมากมายโดยเขาก็เล่าให้พระราชาฟังโดยที่ไม่ปิดบังเลยพระราชาด้วยความโลภอยากได้ทองคำจึงได้พยายามวิ่งไล่จับแมงสี่หูห้าตาที่เป็นของชายหนุ่มแต่อย่างไรก็ตามนั้นได้วิ่งหนีพระราชาเข้าไปในถ้ำซึ่งพระราชาก็ได้วิ่งตามเข้าไปอยู่ดีๆธรรมที่พระราชาและสัตว์ตัวดังกล่าวเข้าไปในถ้ำก็พังถล่มลงมาทำให้พระราชานั้นเกิดความกลัวที่จะเสียชีวิตจึงได้อธิษฐานว่าหากได้ออกไปเขาจะประพฤติตัวเป็นคนดี

และไม่เป็นคนละโมบโลภมากอย่างไรก็ตามในที่สุดนั้นเขาสามารถออกมาจากถ้ำได้และนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็บ่นแค่เพียงทำแต่ความดีและยกเมืองให้กับชายหนุ่มและพระธิดาของตนเองนั้นปกครองซึ่งหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ได้มีการนำเงินทองส่วนตัวมาสร้างวัดพระธาตุดอยเขาควายแก้วตรงบริเวณที่เขาเคยกับสัตว์แมงสี่หูห้าตาได้ และบริเวณทางขึ้นพระธาตุดอยเขาควายแก้วก็มีการสร้างศาลาเอาไว้โดยมีการสร้างรูปปั้นแมงสี่หูห้าตาเอาไว้ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีชาวบ้านพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  Sexy Gaming

กล้องฟิล์มรูปภาพอันทรงคุณค่า

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปสิ่งต่างๆก็เปลี่ยนไปรวมถึงเทคโนโลยีในด้านการถ่ายภาพก็เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนเช่นกัน จากกล้องที่ใช้กลไกลและฟิล์มในการถ่ายก็เปลี่ยนมาเป็นระบบอัตโนมัติและเป็นแบบดิจิตอลสามารถที่จะรับส่งรูปได้เลยในทันที

ซึ่งก็ถือว่าเทคโนโลยีด้านวงการกล้องนั้นมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะสามารถทำให้เรานั้นได้ใช้รูปถ่ายที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น 

แต่ในอีกทางหนึ่งเมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามากเท่าไหร่ความเป็นกล้องฟิล์มหรือกล้องที่ใชเกลไกลการทำงานยิ่งเป็นกระแสและเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น เพราะคนทั้งสมัยเก่าและสมัยใหม่นั้นอยากที่จะสัมผัสกับความร็สึกในการถ่ายรูปแบบฟิล์มนั่นเอง

เพราะเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่อยู่ในอนาคตเป็นสิ่งที่เราทุกคนนั้นล้วนจะต้องเจออยู่แล้ว แต่กล้องฟิล์มเป็นกล้องที่มีการใช้ในอดีตและเป็นสิ่งที่ไม่มีการผลิตขึ้นแล้วยิ่งนับวันยิ่งหายากและในอนาคตก็อาจจะเป็นสิ่งที่หาไม่ได้แล้ว ทำให้รูปถ่ายหรือแม้แต่ตัวกล้องที่ถ่ายรูปด้วยฟิล์มนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนในยุคปัจจุบันอย่างมากเพราะสิ่งเหล่านี้จะให้ความรู้สึกที่แต่งต่างออกไปจากการถ่ายรูปในยุคปัจจุบัน

การถ่ายที่ไม่ธรรมดา เพราะในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันเรานั้นก็ล้วนเป็นสิ่งที่พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายของคนในยุคปัจจุบันรวมถึงเทคโนโลยีทางด้านกล้องถ่ายรูปด้วย เพราะก็มีการพัฒนาด้วยการใช้งานที่สะดวกสบายและเหมะสมกับชัวิตเร่งรีบในปัจจุบันด้วยระบบอัติโนมัติเป็นส่วนใหญ่

ทำให้เมื่อถ่ายแค่เพียงกดชัตเตอร์เท่านั้นก็สามารถที่จะถ่ายภาพได้อย่างรัวๆแล้ว แต่กล้องฟิล์มในยุคแรกๆนั้นจะให้ความยุ่งยากในการถ่ายมากเพราะจะไม่สามารถที่ถ่ายรัวๆได้อย่างกล้องในปัจจุบัน แต่ความยุ่งยากนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างและไม่รรมดาเมื่อเทียบกับกล้องในปัจจุบันนี้ทำให้คนส่วนใหญ่ที่ยัคงใช้กล้องฟิล์มเพราะมีความอินในเรื่องการถ่ายนั่นเอง

ความทรงจำ การถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มนั้นเป็นสิ่งที่ใช้ในการบันทึกความทรงจำของคนในยุคก่อนเลยก็ได้ และการบันทึกความทรงจำด้วยการถ่ายรูปจากกล้องฟิล์มนั้นถือว่าเป็สิ่งที่มี่ความหมายและมีคุณค่ากับคนในยุคเก่ามาก เพราะการที่เรานั้นจะได้ถ่ายรูปสักหนึ่งรูป

สิ่งที่เราถ่ายหรือลั่นชัตเตอร์ออกไปนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความหมายจริงๆต่างจากในปัจจุบันที่จะสามารถถ่ายรูปภาพจากกล้องดิจิตอลเท่าไหร่ก็ได้ ภาพถ่ายจากฟิล์มจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นความทรงจำที่ยาวนานสำหรับคนในยุคก่อนด้วย

ความสวยงามที่แตกต่าง ต้องยอมรับว่ากล้องถ่ายรูปในยุคปัจจุบันนี้ เป็นกล้องถ่ายรูปที่มีคุณภาพดีและได้ภาพออกมาสวยงามและเสมือนจริงมาก แต่กล้องฟิล์มนั้นก็มีความสวยงามด้วยความเป็นกล้องฟิล์มและเป็นภาพถ่ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างมาก

โดยส่วนใหญ่เอกลักษณืที่ทำให้การถ่ายรูปด้วกล้องฟิล์มนั้นมีเสน่ห์ยากที่จะเปรียบกับกล้องในยุคปัจจุบันก็คือ ความเป็นเกรนของรูปถ่ายนั่นเองเพราะกล้องในปัจจุบันจะมีความละเอียดสูงทำให้รูปภาพนั้นคมชัดสิ่งนี้จึงเป็นความสวยงามที่สร้างความแตกต่างระหว่างกล้องในยุคใหม่และกล้องในยุคเก่าได้อย่างชัดเจน

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานความรักของ ไอโซล กับไทรสตัน  

     สำหรับตำนานเรื่องราวความรักที่จะพูดถึงนี้เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดกับหญิงชายคู่หนึ่งที่ชื่อว่า  ไอโซล และไทรสตันซึ่งทั้งคู่นั้นมีความรักที่มั่นคงต่อกันแต่เกิดจากความเข้าใจผิดทำให้ความรักของทั้งคู่นั้นไม่สมหวังซึ่งเรื่องราวความรักของคุณทั้งคู่นั้นเป็นเรื่องราวความรักของประเทศไอซ์แลนด์โดยมีตำนานพูดถึงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหญิงเธอเป็นลูกสาวของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไอร์แลนด์โดยเธอมีนามว่า ไอโซล 

ซึ่งเจ้าหญิง ไอโซนนั้นมีความสวยงามเธอนั้นต้องการให้เธอแต่งงานกับกษัตริย์คนหนึ่งแห่งราชวงศ์คอนวอนล์ แต่ปรากฏว่าเจ้าหญิง ไอโซนไม่ได้รักกษัตริย์แห่งราชวงศ์คอนวอลล์ มีแต่น้อยเจ้าหญิงไอโซน รักอยู่กับหลานชายของกษัตริย์คนหนึ่งแห่งราชวงศ์คอนวอนล์หยู่ก่อนแล้ว 

ซึ่งชายหนุ่มคนนั้นมีชื่อว่า ไทรสตันทั้งคู่ได้ตกลงรับซึ่งกันและกันและได้รับรอบมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งจนในที่สุดกษัตริย์คนหนึ่งแห่งราชวงศ์คอนวอนล์ก็จับได้ว่าภรรยาของตนเองเจ้าหญิงไอโซนมีชู้กับหลานชายของตนเองนั่นก็คือไทรสตัน ทำให้พระองค์เสียใจเป็นอย่างมากพระองค์ได้มีการพูดคุยกับคนทั้งคู่เลยบอกว่าจะให้อภัยคนทั้งคู่แต่คนทั้งคู่นั้นจะต้องแยกออกจากกันไม่พบปะหรือเป็นชู้กันอีกต่อไปโดยพระองค์ได้มีการขับไล่หลานชายของตนเองไทรสตันให้ออกไปจากเมือง

ซึ่งหลังจากที่ไทรสตันเดินทางออกไปอยู่เมืองอื่นเขาก็ไปพบรักกับหญิงสาวคนหนึ่งและได้แต่งงานกับหญิงสาวคนดังกล่าวแต่ว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่กับคนรักใหม่นั้นไทรสตัน กลับไม่มีความสุขเลยเขายังคงเฝ้าคิดถึงเจ้าหญิงไอโซน อยู่ทุกลมหายใจเข้าออกจนในที่สุดเขาก็ตรอมใจและล้มป่วยลงและจากการที่เขาล้มป่วยลงนี้เองเขาหวังเพียงว่าถ้าหากเขาได้เจอหน้าของเจ้าหญิงไอโซน อาการป่วยของเขานั้นก็คงจะหายไป

ดังนั้นไทรสรตัน จึงได้มีการเขียนจดหมายไปถึงเจ้าหญิงไอโซน บอกให้เธอนั้นมาหาเขาโดยระบุเอาไว้ว่าหากเจ้าหญิงยังคงรักเขาอยู่และอยากจะมาหาเขาให้เจ้าหญิงนั้นแล่นเรือใบออกไปกลางทะเลแล้วชักธงของเรือใบนั้นให้เป็นสีขาวแต่ถ้าหากเจ้าหญิงนั้นลืมเขาไปแล้วและไม่ต้องการที่จะมาพบเจอกับเขาอีกให้นำเรือใบแล่นออกไปที่กลางทะเลแล้วชักใบออกเป็นสีดำ

  แต่จดหมายดังกล่าวนั้นถูกภรรยาใหม่ของไทรสตัน คนเจอเสียก่อนทำให้ทราบว่าในจดหมายนั้นเขียนเอาไว้ว่ายังไงบ้างทำให้เธอรู้ว่าสามีของเธอกับเจ้าหญิงไอโซนเคยลอบเป็นชู้กันและทำให้เธอนั้นเกิดความรู้สึกของหวงเมื่อสามีของเธอสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของสีของเรือใบที่แล่นออกไปกลางทะเลของเจ้าหญิงทำให้ภรรยาของไทรสตัน บอกกับเขาว่าเจ้าหญิงไอโซน วัดคลองเรือใบเป็นสีดำทำให้ไทรสตัน ยิ่งเสียใจหนักเข้าไปใหญ่เพราะคิดว่าเจ้าหญิงนั้นไม่รักเขาแล้วทำให้ในที่สุดแล้วเขาก็ยอมใจตายเพราะหัวใจสลายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์