นาค มาจากไหน?

นาค มาจากไหน? ในคัมภีร์ศาสนาของอินเดียต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวความสัมผัสระหว่างลัทธิพราหมณ์พุทธกับความเชื่อ “ เรื่องนาค “ มันได้กลายมาเป็นแรงบันดานให้ศิลปินมากมายสรรค์สร้างผลงานอันงดงามตามศาสนสถานต่างๆทั่วทั้งอุษาขเณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย “ นาค “ คือสิ่งที่ผู้คนในดินแดนแห่งนี้เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังอำนาจและมีอิฐฤทธิ์สามารถแปลงกายเป็นคนได้นาคยังได้รับความเคารพในฐานะเทพเจ้าแห่งน้ำและยังสามารถดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้แก่โลกแท้จริงแล้วความเชื่อเรื่อง พญานาคปรากฏขึ้นใน อินเดีย ก่อนการกำเนิดพระพุทธศาสนา

ซึ่งมีการกล่าวถึงนาคในคัมภีร์อาถรรพ์พระเวทอันเก่าแก่แน่นอนแล้วว่าพุทธศาสนาตั้งแต่ยุคต้นได้หลอมรวมเอาความเชื่อเรื่องพวกนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งอีกด้วย คำว่า นาค มีรากรากศัพท์มาจากภาษาอินโดยูโรเปียน แปลว่า เปลือย หรือว่า แก้ผ้า คำนี้มีการใช้กันมามายในหมู่ชาวชมพูทวีปหรืออินเดียมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์

จิตรภูมิศักดิ์ นักปราชญ์คำสำคัญของไทยเคยเขียนคำอธิบายความหมายของคำว่า นาค เอาไว้ว่า ชาวอารยัน ยุคสมัยเก่าถ้ามองย้อนไปที่ยังไม่เกิดเป็นรัฐนั้นมีการถากถางดูถูกพวก นาค เพราะถือว่าเป็นพวกพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งที่ล้าหลัง จิตรเชื่อมานาคมาจากภาษาฮัดสันเขียนว่านากาแต่อ่านออกเสียงเป็น NAGA แปลว่าเปลือยหรือแก้ผ้า

นอกจากนี้คำว่า นาค อาจจะมาจากภาษาฮินดูว่า NAG แปลว่า คนชาวเขา และคำว่า นาค นี่เองในที่สุดได้กลายมาเป็นภาษาอังกฤษคำว่า NAKED ที่แปลว่าเปลือย นาค จึงได้มีความหมายที่พวกชาวอารยันในชมพูทวีปใช้เรียกกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมต่ำกว่าในดินแดนทางตะวันออกดั่งปรากฏชนเผ่ากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ใน นากาแลนด์ ของอินเดียจนถึงปัจจุบัน

เมื่อราว2,500ปีมาแล้วเมื่อชาวชมพูทวีปเดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนกับกลุ่มคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังล้าหลังพวกเขาพบว่าชาวพื้นเมืองยังนุ่งห่มเพียงใบไม้หรือผ้าผืนเล็กๆจตึงเป็นที่มาของคำเรียกอย่างดูแคลนว่า นาค ซึ่งหมายถึงคนพื้นเมืองที่เปลือยเปล่านั่นเอง

เนื่องจากนี้ยังได้มีตำนานอันเก่าแก่เกี่ยวกับการกำเนิดอาณาจักรฟูนันในกัมพูชาว่า ในราวพุทธศตวรรษที่10พรามพระโกทันยะจากอินเดียได้เดินทางมายังฟูนันโดยได้แต่งงานกับ “ นางนนาค “ ซึ่งเป็นพระธิดาของ  “พญานาค “ และได้ครองอาณาจักรแห่งนี้

ตำนานนี้ยังได้ถูกเล่าต่อมาเป็นนิทาน “นางนาคกับพระทอง” โดยเป็นดินแดนนิทานอุษาขเณที่แพร่หลายอย่างมากนาอกจากนี้ยังมีบันทึกนิทานกำเนิดลัทฟูนันโดยนักภสจีนที่เล่าเรื่องนางนาคที่ชื่อหลิวเย่หมายถึงนางที่นุ่งห่มด้วยใบมะพร้าวซึ่งได้แต่งงานกับพรามที่มาทางทะเลด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝากออโต้

ตำนานคำสาปลาว

โดยเรื่องนี้เราได้ไปหาข้อมูลมาจากเหล่าภาษไทยเราพยายามที่จะอ่านให้มันเป็นภาษาลาวแล้ว ตำนานคำสาปลาว แต่มันอ่านไม่ออกในบทความนี้อาจจะมีความผิดพลาดทางข้อมูลไปบ้างหากมีเนื้อหาผิดพลาดไปอย่างไรที่ผิดไปจากเนื้อหาจริงที่ทาฝังนั้นเขามีความคิดเห็นกันอย่างไรดังนั้นเราก็ต้องขออภัยหากมีอะไรผิดพลาดไป

จุดเริ่มต้นของคำสาปต้องท้าวความไปไกลมากสาเหตุที่เกิดเพราะช้างล้วนๆเลยในสมัยนั้นนครเวียนจันทร์ของประเทศลาวได้เป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองแต่ทว่ามันก็ได้ประสบเข้ากับภัยช้างป่าที่อยู่ช้างมันก็ได้วิ่งตกมันมาเหยียบไร่นาของชาวบ้านแค่นั้นยังไม่พอยังวิ่งไล่ขับชาวนาทำให้เหล่าชาวบ้านไม่เป็นอันทำอะไรเลย

ซึ่งเรื่องนี้เองมันก็เลยเดือดร้อนไปถึงทางเจ้าเมืองของ เวียงจันทร์เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนทางเจ้าเมืองเวียงจันทร์ก็จะต้องหาผู้คนที่จะเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์นี้

โดยได้บอกว่าหากใครที่ทำสำเร็จแล้วก็จะมีของรางวัลมอบให้และสิ่งนั้นก็คือจะมอบเมืองให้เลยครึ่งหนึ่งพร้อมกับลูกสาวสุดสวยให้ไปเป็นคู่ครองเลยและถ้าเป็นแบบนี้เพื่อนๆก็คงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่าจะต้องมีบุคคลมากู้สถานการณ์

ปรากฏว่ามันก็เป็นจริงได้มีบุคคลผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวมาเพื่อจะทำการสงบช้างตัวนี้จะเป็นชายที่มีรูปร่างใหญ่โตอีกทั้งยังมีกระบองที่เป็นอาวุธคู่กายแต่ทว่าเรื่องมันได้หักมุมอยู่อย่างหนึ่งเพราะบุคคลนี้มีหน้าตาที่ไม่ผ่านเกณฑ์คือมีรูปร่างผิวดำไม่ค่อยถูกใจสาวๆในสมัยนั้นกัน

เนื่องด้วยที่ว่าบ้านเมืองมันได้ปั่นป่วนขนาดนี้เจ้าเมืองก็บอกไหนๆก็มาแล้วจัดการเลยมันไม่ได้เสียหายอะไรชายหนุ่มผู้นี้เขาได้มีชื่อว่าท้าวสีโคดตะบองตามอาวุธที่เขานั้นได้ถือขึ้นมาว่ากันว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นคนที่มีกำลังมากมายมหาศาลเลยและที่สำคัญเขาก็มีวิชาไสยเวทที่แกร่งกล้ามากๆดาบยังไม่สามารถทำอะไรผิวร่างกายเขาได้เลย

ดังนั้นแล้วชายคนนี้ได้เป็นผู้มีวิชาอาคมวิเศษจากนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้าได้วิ่งหายเข้าไปในป่าหาช้างป่าวิ่งสู้กับช้างจนไปถึงช้างตัวใหญ่หลังจากนั้นท้าวสีโคดตะบองท่านก็ได้ใช้วิชาที่ท่านนั้นได้ไปเรียนมาใส่ไปในตัวช้างป่าที่เป็นจ่าฝูงจึงได้ทำให้ช้างป่าที่ได้อยู่ในฝูงนั้นก็เกิดอาการเชื่องขึ้นมา

โดยช้างที่มันโดนเวทนั้นแทนที่มันจะวิ่งไล่เข้ามาชนมาทำร้ายก็เปลี่ยนเป็นคานเข้ามาทำหัวคำนับท้าวสีโคดตะบองหลังจากนั้นมันก็ได้หันหัวกลับไปจากนั้นไม่ทันไรช้างตัวนั้นมันก็ได้ล้มตายลงไป

 

สนับสนุนโดย.  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

นายตำรวจ ถูกหวย 30 ล้านหลังจากขอหลวงพ่อเพชร ด้วยการบนให้เงินซ่อมแซมโบสถ์ 1 ล้านบาท

   นายตำรวจ ถูกหวย 30 ล้าน  เมื่อวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 เป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศเฝ้ารอคอยเป็นอย่างมากเพราะหลังจาก 16:00 น ไปแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเฝ้ารอคอยว่าจะถูกรางวัลจากการซื้อหวยใต้ดินหรือถูกรางวัลจากการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือไม่  ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นช่วงหลัง 16:00 น เป็นต้นไป

แล้วที่จังหวัดพิจิตรมีการรายงานข่าวเข้ามาว่า  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งดวงดีเป็นผู้โชคดีที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และถูกไปทั้งหมด 5 ใบด้วยกันทำให้นายตำรวจรายดังกล่าวนั้นได้รับเงินรางวัลสูงถึง 30 ล้านบาทเลยทีเดียว

     สำหรับนายตำรวจที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาทประจำงวดวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 นั้นชื่อว่าร้อยตำรวจเอกวินัยซึ่งในขณะนี้เหลือเพียงอีกแค่ประมาณ 4 เดือนเท่านั้น

นายตำรวจคนนี้ก็จะทำการเกษียณอายุแล้วโดยนายตำรวจท่านนี้ระบุว่าตัวเขาเองนั้นมีหนี้สินเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาได้มีการไปออกรถตู้มา 1 คันและไม่มีเงินผ่อนจ่ายค่างวดมาแล้วถึง 3 งวดด้วยกันซึ่งก็ยังอยู่ระหว่างการหวาดกลัวว่าทางด้านไฟแนนซ์จะมาเอารถไป

     อย่างไรก็ตามในระหว่างที่กำลังสิ้นหวังอยู่นั้นปรากฏว่าร้อยตำรวจเอกวินัยได้มีการขอพรกับหลวงพ่อเพชรซึ่งเป็นพระประธานอยู่ที่วัดอารามหลวงแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตรโดยมีการบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อเพชรเอาไว้ว่าถ้าหากลอตเตอรี่ที่ออกในวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 นี้

เขาถูกรางวัลใหญ่เขาจะมีการมาแก้บนด้วยการถวายเงิน 1 ล้านบาทซึ่งจะให้ทางวัดนั้นใช้ในการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์เพราะในขณะนี้วัดอารามหลวงดังกล่าวกำลังทำการซ่อมแซมโบสถ์ที่ได้รับความชำรุดเสียหายอยู่

     ให้หลังจากที่นายตำรวจวินัยใดมีการบนบานกับพระพุทธรูปของหลวงพ่อเพชรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้ออกมาซื้อลอตเตอรี่ซึ่งเป็นคุณยายท่านหนึ่งขายลอตเตอรี่อยู่ภายในบริเวณวัดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการซื้อเพื่อช่วยเหลือคุณยายไว้จำนวน 5 ใบด้วยกันโดยถูกคุณยายคิดค่าลอตเตอรี่ 5 ใบอยู่ที่ 500 บาท  

     อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผลการสลากกินแบ่งออกประกาศออกมานั้นนายตำรวจคนดังกล่าวก็ถึงกับดีใจลั่นโรงพักเลยทีเดียวเพราะเขานั้นมีเงินใช้หนี้และมีเงินไปจ่ายค่ารถตู้ของเขาแล้วนอกจากนี้ยังมีเงินที่จะเอาไว้ใช้หลังจากที่เขาเกษียณอายุอีกด้วยซึ่งในขณะนี้หนี้สินของเขามีเป็นจำนวนมากโดยเงินที่ได้มานั้นก็จะมีการนำไปใช้หนี้และเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกเพราะในตอนนี้เขามีลูก 2 คน

ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่นอกจากนี้ก็ยังเก็บเอาไว้ใช้ในบั้นปลายของชีวิตของตัวเขาและภรรยานั้นเอง   อย่างไรก็ตามสำหรับเงิน 1 ล้านบาทที่มีการบนกับหลวงพ่อเพชรเอาไว้ก็ไม่มีการลืมอย่างแน่นอนโดยจะนำเงินไปถวายให้กับทางวัดเพื่อใช้ในการบูรณะซ่อมแซมอุโบสถนั่นเอง 

 

ผู้ให้การสนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ความรักแห่งภูพระบาทอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทจังหวัดอุดรธานี

ความรักแห่งภูพระบาทอุทยาน ที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท  มีลักษณะภูมิประเทศเป็นขนหินและเพิงผาที่เกิดจากการผุพังและการสลายตัวของหินทรายจนกลายเป็นเสาหินโขดหินเพิงผารูปร่างแปลกๆ

และจัดการค้นพบภาพเขียนรูปสัตว์และลายเส้นต่างๆตามผนังเพิงผาทำให้สันนิษฐานได้ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่บริเวณนี้เมื่อประมาณ 20 ถึง 30 ปีมาแล้วส่วนที่มาของชื่อภูพระบาท

         เนื่องจากมีการค้นพบรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ที่นี่โทษทีนะเพิ่งผ่ารูปร่างประหลาดบนภูพระบาทถูกเรียงร้อยผูกเรื่องเล่าเป็นตำนานเกี่ยวกับนางผู้มีกลิ่นกายหอมนามว่านางอุษาพูดถึงกำเนิดจากดอกบัวฤาษีจันทรารับเลี้ยงนางไว้กระทั่งข้าวกงพานแห่งเมืองพาน

ลูกศิษย์ของฤาษีจันทราขอรับนางมาเป็นลูกบุญธรรมเมื่อเข้าสู่วัยสาวความงามของนางเป็นที่เลื่องลือมีเจ้าชายจากเมืองน้อยใหญ่มาสู่ขอและท้าวกงพานห่วงลูกสาวไม่ยอมยกหนักให้ใคร แถมยังสร้างหอสูงให้นางอยู่อาศัย

           วันหนึ่งนางอุสาร้อยมาลัยเป็นรูปโค้งและปล่อยลอยตามน้ำเพื่อเสี่ยงทายหาคู่ มาลัยของนางอุษาลอยไปถึงเมืองปะโควัวของท้าวบารสพระองค์จึงเก็บมาลัยและออกเดินทางตามหานางอุสาจนได้พบรักกันเมื่อเช้าคงผ่านทราบเรื่องก็เพียงแต่จะประหารท้าวบารสก็ไม่ได้

เพราะเสียงอำนาจของบิดาของท้าวบารสจึงคิดอุบายให้มาแข่งขันสร้างวัดมีกำหนดเวลาตั้งแต่เช้าจนดาวประกายพรึกภูมิแพ้ต้องถูกตัดศีรษะฝ่ายท้าวบารสมีกำลังพลน้อย

แต่พี่เลี้ยงนางอุสาออกอุบายให้นำโคมไฟไปแขวนบนเสาไม้หลวงให้เท้าของผ่านเข้าใจว่าหมดเวลาแล้วก็หยุดสร้างวัดและให้ท้าวบารสใช้โอกาสนี้สร้างวัดจุดเสร็จเมื่อท้าวกงพานแพ้จึงถูกตัดศีรษะ

           และท้าวบารสก็พระนางอุสากลับเมืองและท้าวบารสมีพระชายาอยู่แล้วนางอุสาจึงถูกพระชายากลั่นแกล้งครั้งหนึ่งพระชายาหลอกให้ท้าวบารสไปแก้เคราะห์กรรม เดินป่าคนเดียวนานถึง 1 ปีทิ้งนางอุสาให้ถูกกลั่นแกล้งอยู่เพียงลำพังจนนางทนไม่ไหวต้องหนีกลับเมืองของนาง

และตรอมใจตายเมื่อทราบว่านางอุสาหนีไปแล้วก็ออกตามหาแต่ได้พบเพียงแค่หลุมศพของนางทำให้ท้าวบารสตรอมใจตายตาม ท้าวบารสถูกฝังไว้เคียงข้างนางอุสาปิดฉากโศกนาฏกรรมรักแสนเศร้าบนภูพระบาทจึงเต็มไปด้วยโคตรหินเพิงผาที่มาจากตำนานลับของนางอุสาท้าวบารสเช่น แท่นหินวัดพ่อตาลูกเขย  แท่นหินห*บศพนางอุสาท้าวบารสหอนางอุสาที่ท้าวกงพานสร้างให้นางอุสาอยู่เป็นตน 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่า

มังกรเคยมีอยู่จริงๆบนโลกเราหรือไม่?

มังกรเคยมีอยู่จริงๆ ซึ่งมังกรเป็นสัตว์ในตำนานที่ทุกคนคงจะรู้กันหมดเพราะว่าพบกันในทุกตำนานไม่ว่าจะเป็นของทางยุโรปเอเซียก็ตามมังกรนั้นถือว่าได้เป็นสัญลักษณ์พลังอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ความแกร่งกล้า

โดยในแต่ภูมิภาคทั่วโลกก็จะมีหลากหลายชนิดที่แตกต่างกันออกไปแต่ที่มังกรต่างๆจะมีเหมือนกันก็คือมันจะเป็นสัตว์เลื้อยคานที่มีขนาดใหญ่มีเขาและก็เคี้ยวที่แหลมยาวตาโตออกไปทางลักษณะของงู

ดังนั้นเกล็ดของมันก็จะมีต่างสีกันออกไปมีร่างกายที่กำยำและมีพลังที่มหาศาลในบางตำนานมันอาจจะมีเวทมนต์ประกอบด้วยอย่างเช่นเรียกสายฟ้ามีมนต์ดำพ่อไฟหรือจะพ่อน้ำต่างๆนานาก็ตามและจุดเด่นอีกอย่างที่มักจะมีหลายๆมังกรชนชาติก็คือมันจะมีปีกที่ดูคล้ายๆกับค้างคาวสามารถทำให้มันบินได้สูงและเร็วมาก

นอกจากนี้หากเราจะแบ่งมังกรเป็นสองพวกใหญ่ๆก็จะแบ่งเป็นมังกรทางตะวันตกกับตะวันออกและในมังกรตะวันตกนั้นจะมีลำตัวที่ออกไปทางใหญ่อ้วนกลมมีหางแหลมคอยาวและเขาก็จะแบ่งได้ย่อยๆอีกอย่างเช่นมังกรเทพที่จะมีสีทองหรือมังกรชั่วร้ายที่มีสีดำไปถึงมังกร5หัว9หัวทั้งหลาย

ส่วนมังกรทางด้านตะวันออกเราก็คงจะคุ้นเคยกับมังกรจีนที่จะมีลักษณะตัวยาวเรียวหัวโตราวกับสิงโตและก็มีเขากวางกับหนวดสองเส้นที่เป็นเอกลักษณ์

ซึ่งมันก็จะมีหลากหลายสีเลยตั้งแต่สีเขียวขาวแดงทองส่วนของไทยนั้นจะเรียกว่าเป็นมังกรดีหรือเปล่าถ้าเป็นพญานาคก็จะเรียกว่าเป็นงูน้ำมากกว่าแต่เอาง่ายๆว่าชนชาติไหนมีอารยธรรมที่นั่นก็ต้องมีสัตว์ประหลาดเหล่านี้อยู่ด้วยเสมอโดยทฤษฎีของมังกรเราอาจจะสรุปได้สามแบบก็คือ

ทฤษฎีแรกก็คือมันเป็นมโนล้วนๆเลยและมันอาจจะเป็นอะไรที่คนเราเห็นตาไม่ดีหรือว่าได้รับแรงบันดานใจจากสัตว์ที่มีอยู่แล้วหรือว่ามันอาจจะเคยมีอยู่จริงๆบนโลกใบนี้แต่มันได้สูญพันธุ์ไปแล้วถ้าหากจะให้เลือกหนึ่งกับสองจบเลยไม่ต้องพูดต่อกันแล้วแต่เราจะเลือกข้อสามที่บอกว่ามังกรนั้นมันได้มีอยู่จริง

นอกจากนี้มันก็ได้มีคนไม่น้อยที่เชื่อในทฤษฎีนี้ถึงแม้ว่าหลักฐานตอนนี้ที่เรามีเกี่ยวกับเจ้ามังกรมันได้มีอยู่น้อยมากอย่างเช่นพวกเรื่องเล่าจะพวกคนโบราณต่างๆซากกระดูกฟอสซิลของใดโนเสาร์ที่ค่อนข้างดูคล้ายกับว่ามันนั้นเป็นมังกร

เพราะฉะนั้นแล้วในหลักฐานอื่นๆเราแทบจะไม่ได้เห็นกันอีกเลยมันก็เป็นเรื่องที่อยากลำบากที่จะพอหาทฤษฎีที่จะอธฺบายได้ว่าอะไรมันคือปัจจัยที่ทำให้มังกรเหล่านี้มันบินได้พพ่นไฟได้

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า sbobet ใหม่ล่าสุด

อาถรรพ์เลข13

อาถรรพ์เลข13 สำหรับเรื่องของศุกร์13ก็ไม่มีที่ไหนที่จะมายืนยันได้อย่างชัดเจนว่ามันได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อแต่ว่าเราก็ได้ไปค้นหามาหลายๆเรื่อง

ซึ่งในแต่ละเรื่องมันก็ยังได้มีเหตุผลเป็นของตัวมันเองโดยเราจะขอเมจากเรื่องหลักๆที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินมาก่อนแล้วกันก็จะเป็นมื้ออาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูก่อนที่พระเยซูจะทำการแยกห่างว่ากันว่าในวันนั้นก็ได้มีหนึ่งได้เข้ามาทรยศพระเยซูยูดาสนั่นเอง

นอกจากนี้ในวันกินอาหารมื้อสุดท้ายดังกล่าวก็ว่ากันว่ายูดาสได้ครองเก้าอี้13ของโต๊ะหรือไม่เขาก็ได้เชื่อกันว่าเก้าอี้ตัว13มันไม่ใช่ยูดาสนั่งหรอกแต่ว่าเป็นองค์พระเยซูเองที่ได้ไปนั่งบนตัวนี้แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นใครก็ตามเอาเป็นว่าทั้งสองก็ได้ประสบกับเรื่องคือพระเยซูได้โดนประหารจับตรึงกางเขน 

เนื่องจากนี้ยูดาสที่ทรยศว่ากันว่าต่อมาเขาก็สำนึกบาปแล้วก็ไปแขวนคอตายแต่มันก็ยังได้มีตำนานที่ออกไปในทางที่เล่ามาจากนักบุญเขาได้บอกว่ายูดาสนั้นได้ตัวบวมขึ้นถึงขั้นที่ว่าไม่สามารถเดินทางที่รถจะผ่านไปได้เลยและด้วยความที่ตัวใหญ่แบบนี้นี่เองก็เลยทำให้เขาโดนรถม้าชนไส้แตกออกมาเลยทีเดียว

ดังนั้นเองมันก็เลยได้ทำให้เลข13นั้นเลยมาเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวของฝรั่งคือเขากลัวว่าอาจจะจบไม่สวยอย่างสองคนนี้แต่จริงๆแล้วเรื่องเลข13บนโต๊ะอาหารมันไม่ได้เกิดขึ้นมาในยุคของพระเยซูลากไปไกลกว่านั้นมากมันก้มีตำนานของเทพนอร์ส

โดยเขาได้มีการจัดงานเลี้ยงอยู่บนสวรรค์แต่ทันใดนั้นเองได้มีองค์เทพองค์หนึ่งชื่อว่าโลกิได้เข้ามาปรากฏตัวด้วยแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็เลยได้มาเป้นแขกคนที่13

ซึ่งเทพโลกิก็เป็นเทพแห่งเกรียนเลยก็ว่าได้โดยเทพทั้งหลายก็ไม่อยากจะให้เทพโลกิเข้ามาร่วมด้วยในงานหรอกเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีเข้าและมันก็ได้เป็นจริงแบบนั้นเทพโลกิก็ได้ป่วนงานทุกคนที่มางานในวันนั้นกันเลย

นอกจากนี้ในการป่วนในครั้งนั้นของเทพโลกิก็ถึงกับทำให้องค์เทพองค์หนึ่งต้องตายไปเลยทีเดียวและก็นำไปสู่ของสงครามที่เหล่าเทพจะออกมาต่อสู้กันจนกระทั่งทำให้สวรรค์ดับสิ้นกันไปเลยทีเดียวหรือว่าจะเป้นตามความเชื่อของชาวสุเมเรียนที่เขาเชื่อว่าเลข12จะเป้นเลขแห่งความสมบูรณ์และอะไรที่มันได้เกินไปหนึ่งตัวมันก็จะกลายมาเป็นความโชคร้ายนั่งก็คือเลข13นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

ส่อทุจริตงบประมาณบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในโรงเนียน

ส่อทุจริตงบประมาณ สำหรับเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใกล้ๆตัวกับลูกๆหลานๆของเขาก็คือที่โรงเรียนวัดยานนาวาจะเห็นได้ว่าเหล่านเด็กที่เข้าแถวมาหยิบอาหารเช้าไปกินปรากฏว่ามันเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ซึ่งก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณค่าทางโชนาการมันไม่เหมาะสมกับวัยมันเอาไว้กินในยานที่ขาดแคลนหรือว่าอยากกินจริงๆได้ไม่ใช่ว่าจะเอาไปบรรจุเป็นเมนูให้กับนักเรียนในโรงเรียน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือระดับประถมเป็นวัยที่ต้องการโภชนาการอย่างครบถ้วน

อาหาร5หมู่แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนี้นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเป็นอาหารเช้าและนำเอานมโรงเรียนมาขาย (คำว่ามาขายมันผิด ) เพราะว่านมโรงเรียนนั้นมันเป็นงบจากกระทรวงมันเป็นงบประมาณของแผ่นดินที่มีดำริมาอย่างจะให้เด็กไทยนั้นเข้าถึงคุณค่าทางโภชนาการ

ซึ่งก็คือโปรตีนที่เป็นหมู่อาหารหลักในการพัฒนาร่างกายสติปัญหาและสมองของเด็กๆและทำไมถึงได้นำเอามาขายเพราะว่าเขาได้แจกให้แก่เด็กๆฟรีถ้าหากว่าเหลลือยังแจกให้เด็กเอากลับบ้านไปกินเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือช่วงโควิดที่ผ่านมาหลายโรงเรียนต้องแจกนมโทรศัพท์แจ้งผู้ปกติครองการุณามารับนมด้วยที่โรงเรียนนมเยอะ

ปรากฏว่าที่โรงเรียนได้นำเอานมเทลงใส่หม้อแล้วต้มแล้วนำเอาไปชงโอวัลตินบ้างชงน้ำหวานบ้างก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปชงทำไมมันผิดไปทั้งหมด

คราวนี้โรงเรียนที่ วัดยานนาวา เขาก็ได้ออกมาปฏิเสธ โรงเรียนวัดยานนาวาโดยผู้อำนวยการซึ่งเป็นตำบลกระสุนตก จับมือกันไปแตะมือกันไปพร้อมกับบริษัทเอกชนน่าจะเป็นบริษัทที่ได้รับหน้าที่มาว่าให้ประกอบอาหารให้กับโรงเรียน โดรงเรียนนี้เขตสังกัดเขตสาทร คือสังกัดกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้งบประมาณที่ได้ไปไม่ใช่น้อยๆ เดือนธันวาคม 62 ได้ไป2แสนกว่าบาท เดือนนึง2แสนกว่าบาททุกวัน เฉลี่ยหัวนึงประมาณ40บาทต่อคนอาหารกลางวันของเด็กสังกัดในกรุงเทพมหานคร นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาปรุงขายแล้วนำเอาบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหลายที่ได้รับงบประมาณมามาใส่เอาไว้ให้เป็นวิญญาณไก่วิญญาณหมูบ้างวิญญาณผักบ้างบนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเอาไปขาย

เนื่องจากนี้คำว่าขายมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้นเพราะไปรับงบประมาณมาต้องปรุงให้กับเด็กได้กินฟรีบริษัทพระฟู้ดตั้งอยู่บนถนนอิสรภาพแขวงบ้านช้างหล่อ เขตบางกอกน้อย ประกอบอาหารกันอย่างไรเรามาดูเมนูว่าเขาเอาเงินไปซื้ออะไรบ้างรายการส่งของ ซื้อหมูบด เนื้อไก่ เลือดไก่ ขิงซอย ต้นตั้งโอ๋ ผักชี แตงกวา ขิงแก่ ไข่ไก่ มีใบอนุญาตเอกสารถูกต้องแต่พอเรื่องนี้แดงเราก็ได้ไปถามทั้งสองฝั่งได้ถามคนที่เขาเอาออกมาแฉแล้วก็ถามบุคลากรในโรงเรียนส่วนอีกฝั่งนึงท่านที่ถูกกล่าวหาก็คือผู้อำนวยการโรงเรียน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เครดิตฟรี gclub

ตำนานซินเดอเรลล่า

     ตำนานซินเดอเรลล่า   สำหรับเรื่องของซินเดอเรลล่านั้นแท้ที่จริงแล้วก็คือนิทานที่ถูกแต่งขึ้นมาแต่เนื่องจากว่านิทานเรื่องนี้มีการแต่งขึ้นมาเป็นระยะเวลานานจนกลายมาเป็นตำนานของนิทานนั่นเองซึ่งในเรื่องของซินเดอเรลล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่มีฐานะร่ำรวยอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาแต่อยู่ๆวันหนึ่งแม่ที่เป็นที่รักก็เสียชีวิตไปทำให้สาวน้อยต้องอยู่กับพ่อเพียงลำพัง

      หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็มีภรรยาใหม่ซึ่งภรรยาใหม่ของพ่อนั้นมีลูกติดมาด้วย 2 คนเป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่และเนื่องจากว่าพ่อของซินเดอเรลล่านั้นไม่ได้อยู่ที่บ้านเพราะต้องออกไปค้าขายนอกเมืองทำให้ซินเดอเรลล่า นั้นต้องอยู่กับแม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงทั้ง 2 คน   แน่นอนว่าทั้งแม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงทั้งสองคนต่างก็พากันแกล้งซินเดอเรลล่าและใช้งานอยู่เสมอ

       อยู่มาวันหนึ่งกษัตริย์ที่ครองเมืองที่ครอบครัวของซินเดอเรลล่าอาศัยอยู่ได้มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นเพราะอยากจะให้เจ้าชายนั้นได้ดูตัวสาวๆในเมืองเพื่อมาอภิเษกสมรสดังนั้นจึงได้มีการประกาศเชิญชวนให้หญิงสาวทุกคนที่ยังไม่แต่งงานไปร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้แน่นอนว่าพี่สาวทั้งสองคนของซินเดอเรลล่านั้นต่างก็พากันแต่งตัวอย่างสวยงามไปร่วมงานแต่ตัวซินเดอเรลล่าเองนั้นถูกแม่เลี้ยงกีดกันไม่ให้ไปอีกทั้งนางซินเดอเรลล่านั้นก็ไม่มีชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงอีกด้วย 

      ซึ่งตามตำนานระบุว่าด้วยความดีของซินเดอเรลล่าทำให้นางฟ้าใจดีลงมาช่วยเหลือเสกชุดสวยงามให้และเสกรถม้าให้ศิลปะสามารถไปงานเลี้ยงได้ทันและเมื่อไปถึงงานเลี้ยงเจ้าชายก็เห็นความงามของซินเดอเรลล่าดังนั้นคืนนั้นทั้งคืนจึงได้มีการเต้นรำกับเธอรักเพียงคนเดียวเท่านั้น

แต่การเดินทางไปงานเลี้ยงในครั้งนี้นางฟ้าได้มีการตั้งเงื่อนไขกับ ซินเดอเรลล่าไว้ว่าเธอจะต้องกลับมาให้ทันก่อนเที่ยงคืนหากไม่เช่นนั้นแล้วมนตราที่เคยเสกให้ก็จะสลายหายไปทันที 

        ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนซินเดอเรลล่าจึงได้วิ่งหนีออกจากพระราชวังและทิ้งรองเท้าแก้วเอาไว้ให้ดูต่างหน้า 1 ข้างหลังจากนั้นเจ้าชายจึงให้ทหารออกตามหาจนในที่สุดก็มาพบซินเดอเรลล่าอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงนั่นเองและสุดท้ายแล้วเจ้าชายก็ขอ ซินเดอเรลล่าแต่งงานและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  

         ซึ่งนี่ก็คือนิทานที่เป็นตำนานที่พ่อแม่มักจะเล่าให้ลูกฟังก่อนนอนเป็นประจำทุกค่ำคืนและถึงแม้ว่านิทานเรื่องนี้จะมีการผ่านมานานหลายสิบปีแล้วแต่ทุกวันนี้เด็กๆก็ยังคงชื่นชอบนิทานเรื่อง Cinderella กันอยู่ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

ประวัติวอลเลย์บอลในประเทศไทย 

        ประวัติวอลเลย์บอล สำหรับกีฬาวอลเลย์บอลนั้นเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ประเทศไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีนักกีฬาวอลเลย์บอลที่ส่งไปแข่งขันกับต่างประเทศเนื่องจากว่ากีฬาวอลเลย์บอลนั้นถูกบรรจุให้เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่จะมีการแข่งขันในซีเกมส์และในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกซึ่งมีหลายประเทศมาร่วมการแข่งขัน

        กีฬาวอลเลย์บอลนั้นจะต้องมีผู้เล่นอยู่ทั้งหมด 2 ฝ่ายด้วยกัน

ซึ่งทั้งสองฝ่ายนั้นจะต้องมีสมาชิกในการเล่นไม่เกิน 12 คนด้วยกันและจะมีผู้ฝึกสอน 1 คนแต่เวลาที่จะให้นักกีฬาลงเล่นนั้นจะให้ลงเล่นได้เพียงแค่ครั้งละไม่เกิน 6 คนเพียงเท่านั้นโดยการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลนั้นจะต้องมีสนาม

       ซึ่งสนามนั้นสามารถที่จะเป็นสนามบินหรือจะเป็นสนามปูนก็ได้โดยลักษณะของสนามนั้นจะต้องเป็นพื้นเรียบไม่มีสิ่งกีดขวางและตัวสนามจะต้องเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยมีตาข่ายกั้นกลางเป็นตัวแบ่งเขตนอกจากนี้จะมีเส้นรอบสนามซึ่งจะถูกกำหนดเอาไว้ถ้าหากผู้เล่นคนไหนทำลูกบอลออกนอกสนามก็จะถือว่าฟาวน์ทันที

     อย่างไรก็ตามในการเล่นนอกจากจะมีการเตรียมสนามแล้วอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเล่นวอลเลย์บอลนั้นก็คือลูกบอลนั่นเองโดยจะเป็นลูกวอลเลย์บอลโดยเฉพาะซึ่งลูกวอลเลย์บอลนั้นจะทำมาจากหนังสังเคราะห์ทำให้เวลาที่มือไปสัมผัสลูกวอลเลย์บอลนั้นไม่รู้สึกถึงความแข็งมากจนเกินไปและลูกสามารถยืดหยุ่นกระเด้งได้

         เมื่อมีการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลจะมีการกำหนดการแข่งขันครั้งละไม่เกิน 30 นาที

ซึ่งการแข่งขัน 1 ครั้งที่มีการคิดการแพ้ชนะกันนั้นจะต้องมีการชนะ 2 ใน 3 เซตสำหรับประเทศไทยนั้นไม่ได้มีการระบุออกมาว่ากีฬาวอลเลย์บอลเข้ามาสู่ประเทศไทยครั้งแรกในช่วง ปีไหน แต่กีฬาชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากประเทศไทย แต่มีการนำมาจากต่างประเทศ 

        ซึ่งในช่วงแรกนั้นจะเห็นว่ากลุ่มคนที่เล่นกีฬาชนิดนี้นั้น จะเป็นคน ญวณกับคนจีน ซะส่วนใหญ่  หลังจากนั้นก็ได้รับความสนใจจากคนไทย และเริ่มมีการเล่นกันมากขึ้น ในตอนแรกนั้น จะมีการจัดการแข่งขันกันเฉพาะกลุ่มคนในชุมชน หรือในสโมสร  รวมถึงสมาคมเพียงเท่านั้น ต่อมาการแข่งขันก็มีการขยายมากขึ้น โดยมีการขยายไปภาคอื่นอื่นของประเทศ จนในปัจจุบันทุกภาคของประเทศไทยก็เล่นกีฬาชนิดนี้กัน 

          ซึ่งกีฬาวอลเล่ย์บอล ถูกจัดให้เป็นกีฬาที่นำมาสอนในโรงเรียนให้กับเด็กนักเรียน

โดยถูกบรรจุให้สอนเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ครั้งแรก ประมาณ ปี พ.ศ. 2477  ซึ่งในครั้งแรกนั้นได้มีการจัดทำเป็นหนังสือเพื่อทำการสอนเกี่ยวกับกฎกติกาเงื่อนไขการเล่นกีฬาวอลเลย์บอลและมีการไปบรรยายตามสถานที่ต่างๆสำหรับคนที่สนใจเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอลนอกจากนี้ยังถูกบรรจุในกรมพลศึกษาให้มีการสอนวิชากีฬาวอลเลย์บอลให้กับเด็กนักเรียนอีกด้วยซึ่งปัจจุบันกีฬาชนิดนี้ก็ยังเป็นกีฬาที่ต้องถูกบรรจุให้สอนให้กับเด็กนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน เอง

คนกรุงเทพเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

ที่มาของคนกรุงเทพ โดยคนอยุธยาในยุคนั้นจะเรียกคนพื้นเองดั่งเดิมเหล่านี้ว่าแขกขอมลาวพม่ามอญคือจะมีชื่อยาวไปไหนพวกเขาจะเรียกกันรวมๆว่าเป็นชาวสยามแต่คำว่าแขกขอมลาวพม่ามอญอะไรพวกนี้มันจะไม่เหมือนกับที่เราเข้าใจกันในปัจจุบันนี้

ซึ่งเราจะมาเริ่มจากคำว่า แขก กันก่อน แขก ในสมัยนั้นเขาไม่ได้ใช้เอาไว้เรียกเพียงแค่คนอาหรับหรือว่าคนอินเดียเท่านั้นยังรวมไปถึงชาวมาเลชาวมลายูอีกด้วยโดยเขาจะใช้คำจำกัดความว่าจะเป็นกลุ่มชาติที่มาจากชาติที่นับถือศาสนาพราหมณ์ฮินดูบวกกับอิสลาม

สำหรับคำว่า ขอม มันก็จะเป็นคำที่เอาไว้ใช้เรียกกันรวมๆ

ที่มาของคนกรุงเทพ ที่หมายถึงชาติพันธุ์อะไรก็ได้ที่ได้นับถือพราหมณ์ฮินดูแต่ว่าบวกกับศาสนาพุทธนิกายมหายานโดยคำว่า ขอม แต่ก่อนมักจะใช้เรียกคนที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาต่อมาเลยมีการใช้เรียกพวกเขมรลาว

เนื่องจากนี้ลาวก็จะแบ่งได้ย่อยๆอีกสองพวกก็คือล้านนาโยนกที่ได้มีเมืองเชียงใหม่เป็นจุดศูนย์กลางพวกหนึ่งกับพวกทางตะวันออกเฉียงเหนือจากสองฝากฝั่งแม่น้ำโขงนั่นก็คือชาวลาวในปัจจุบันแล้วก็ชาวอีสานนั่นเอง มอญ หมายถึงพวกลามันจากเมืองหงสาวดี

ในขณะที่พม่าก็จะใช้เรียกคนตระกลูธิเบตหรือว่าจีนธิเบต

ที่มีชื่อเก่าว่าผยู โดยพวก จีน ง่ายๆเลยก็คือคนที่มาจากเมืองจีนนั่นแหละส่วนใหญ่แล้วจะใช้เรียกคนที่มาจากเมืองจีนทางตอนใต้เช่นเดียวกับชาวชวาที่ได้มาจากเกาะชวาในอินโดนีเซียและสุดท้ายแล้วมันก็น่าจะเป็นชื่อที่ไม่น่าคุ้นหูที่สุดคือพวกชาวจามได้เป็นคนพวกตระกลูมาเลจามที่อาศัยอยู่ในแทบเวียดนามเขมร

นอกจากนี้ตั้งแต่เดิมได้นับถือศาสนาพุทธก่อนที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามคนพวกนี้ถือว่าเป็นบุคคลที่ชำนานในการดำเนินเรือเรียบชายฝั่งทางทะเลก่อนชาติพันธุ์อื่นเลยเป็นยังไงกันบ้างคุณอาจจะคิดว่ามันไม่ตรงกับที่เข้าในกันในปัจจุบันนี้กันเลยใช่ไหม

สุดท้ายก็คือพวกคนนานาประเทศอันนี้เรียกง่ายๆเลยก็คือคนที่มาจากดินแดนห่างไกลแล้วก็มาปักหลักที่ประเทศไทยโดยสามารถตีความได้ตั้งแต่ชาวญี่ปุ่นจนถึงชาวยุโรปโดยคนพวกนี้จะต่างจากข้อที่แล้วก็คือจะไม่มีอะไรคล้ายๆใครเลยอย่างเช่นวัฒนธรรมที่คล้ายๆกันเหมือนกับไทยลาวที่พอจะคุยกันรู้เรื่องบ้างหรือว่ากับเขมรที่เราพอจะมีประเพณีอะไรที่คล้ายๆกันอยู่

ดังนั้นคนพงกนี้จะเป็นคนที่สื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลยจากที่เราได้เล่ามาก็พอจะสรุปได้ก็คือจริงๆแล้วคนกรุงเทพอาจจะไม่มีที่มาจากกรุงเทพโดยแท้ทั้งหมดแต่ก็เป็นการผสมผสานปนกันจากหลายๆที่ที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานกันตั้งแต่กรุงธนบุรี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ