ตำนานบ้านขังวิญญาณ

    เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงโดยมีครอบครัวหนึ่งเป็นผู้ประสบพบเจอซึ่งครอบครัวนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวว่าพวกเขาได้ไปซื้อบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านมือสองโดยบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีอาณาเขตกว้างขวางและสวยงามตัวบ้านมีสภาพสมบูรณ์และขายในราคาที่ไม่แพงมากนัก

และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาพากันย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวในช่วงแรกๆนั้นพวกเขารู้สึกว่ามีคนอยู่ภายในบ้านโดยที่พวกเขานั้นไม่เห็นซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะได้ยินเสียงเดินหรือเสียงหัวเราะหรือเป็นเงาของคนสูงใหญ่เดินอยู่ภายในบ้าน ทำให้คนในครอบครัวนี้อยู่กันแบบไม่เป็นสุขแล้

หวาดผวาเป็นอย่างมากจนในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจทำบุญบ้านครั้งยิ่งใหญ่เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับวิญญาณที่อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวแต่ในขณะที่พวกเขากำลังกรวดน้ำให้นั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงผู้ชายตอบกลับมาว่าเขาไม่เอาซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ไปหาสาเหตุของเสียงที่มาของวิญญาณที่อยู่ภายในบ้านหลังนั้น

โดยทราบมาว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ ซึ่งอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้แล้วโดยครอบครัวนี้มีพ่อแม่แล้วก็ลูกสาวซึ่งคุณเป็นพ่อนั้นมักจะดื่มสุราเมามายอยู่เป็นประจำอยู่มาวันหนึ่งคนเป็นพ่อได้ก่อคดีฆาตกรรมฆ่าภรรยาและลูกสาวของตนเองเสียชีวิตหลังจากนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหากใครมาอยู่บ้านหลังดังกล่าวนั้นก็มักจะเจอกับวิญญาณของครอบครัวนี้มาคอยหลอกหลอนที่สำคัญหลังจากที่ครอบครัวของชายหนุ่มคนนี้ได้ย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวก็มีอีกหลายครอบครัวที่ย้ายเข้ามาอยู่แทนซึ่งทุกครอบครัวที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้

ก็จะต้องพบเจอกับเรื่องราวสยองขวัญซึ่งบางครอบครัวนั้นก็ได้รับอันตรายจนถึงกับบาดเจ็บสาหัสหรือบางครอบครัวก็ทำให้มีคนตายเกิดขึ้นด้วยนั่นเองทำให้บ้านหลังดังกล่าวนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านได้มีการบอกกล่าวถึงความสยองขวัญของบ้านขังวิญญาณนั้น

และไม่มีใครที่จะกล้ามาซื้อบ้านหลังดังกล่าวต่ออีกเลยทำให้ปัจจุบันนี้บ้านหลังนี้ยังคงถูกปล่อยรกร้างเอาไว้และมีมีใครกล้าที่จะมาเข้าใกล้บ้านหลังนี้เพราะต่างก็เกรงกลัววิญญาณที่อยู่ในบ้านหลังนี้จะเกิดความอาฆาตและทำร้ายนั่นเอง 

ซึ่งเรื่องเล่าความน่ากลัวนี้ได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ให้ผู้คนได้ชมกัน จนถึงปัจจุบันนี้ตำนานเรื่องเล่าของบ้านสยองขวัญนี้ก็ยังคงมีการเล่ากันมารุ่นต่อรุ่น และยังมีรายการผี บางรายการเข้าไปถ่ายทำเผื่อหวังจะเจอกับวิญญาณเหล่านั้นอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนสด

ตำนานปราสาทแห่งกู๊ดโฮป 

หากพูดถึงปราสาทที่มีผีสิงส่วนใหญ่เราก็จะนึกถึงประสาทในเขตทวีปอเมริกาแต่เชื่อหรือไม่ว่าที่ประเทศแอฟริกาใต้เองนั้นก็มีปราสาทผีสิงเช่นเดียวกันซึ่งบริษัทดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณแหลมกู๊ดโฮปและปราสาทนี้ถูกสร้างมานานแล้วหลายปี   

ตำนานเรื่องเล่านี้เล่ากันถึงผู้ว่า คุณเคยเป็นผู้ว่าเมื่อในอดีตมาแล้วเขาคือปีเตอร์  กรีทเบิด แวนนู๊ด  ผู้ว่าคนนี้เขามีนิสัยดุร้ายเป็นอย่างมากเขามักจะใช้ความรุนแรงในการปกครองบ้านเมืองและเขาเคยลงโทษทหารหลายนายด้วยการใช้วิธีแขวนคอ ซึี่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1720

โดยเขาเคยสั่งแขวนคอทหารโดยยังคงใช้ผ้าคลุมหน้าของเราทหารนั้นด้วย มีตำนานเล่าเกี่ยวกับการประหารชีวิตมีครั้งนั้นด้วยว่ามีฐานจำนวนหลายคนที่ถูกประหารชีวิตซึ่งก่อนที่ทหารคนสุดท้ายจะถูกแขวนคอนั้นท่านผู้ว่าและเกิดอาการป่วยขึ้นมาอย่างฉับพลัน

และเมื่อมีการประหารทหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเพชฌฆาตก็เลยเดินมาบอกกับผู้ว่าว่าการประหารดำเนินการให้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เพชฌฆาตเดินทางมาถึงเพื่อบอกเล่าเรื่องของการประหารชีวิตกลับพบว่าท่านผู้ว่านั้นได้เสียชีวิตลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ชาวบ้านและทหารที่อยู่ในประสาทหรืออยู่ใกล้กับบริเวณประสาทก็มักจะเห็นท่านผู้ว่าเดินเล่นอยู่บริเวณรอบๆปราสาทอยู่ทุกวันเป็นประจำ และอย่างเราหรือต่อๆกันมาด้วยว่าจนทุกวันนี้ก็ยังมีคนพบเห็นวิญญาณของท่านผู้ว่ายังคงวนเวียนอยู่แถวบริเวณประสาทอยู่และยังมีการเล่าลือกันอีกแต่ว่าสาเหตุที่ท่านผู้ว่าต้องจบชีวิตลงแบบนี้ก็เพราะว่าท่านผู้ว่ามีการสั่งฆ่านักโทษ

โดยที่ไม่ยอมให้ถอดผ้าคลุมหน้าออกนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ท่านผู้ว่าเสียชีวิตนั้นก็เกิดมาจากว่านักโทษประหารคนสุดท้ายที่ถูกท่านผู้ว่าสั่งให้ประหารชีวิตนั้นเขาได้มีการสาปแช่งท่านผู้ว่าทำให้ท่านต้องเสียชีวิตจากการสาปแช่งของทหารคนดังกล่าว

ซึ่งถ้าหากท่านผู้ว่าปล่อยให้มีการถอดผ้าคลุมหน้าออกก็จะทำให้ท่านรู้ว่าทหารคนดังกล่าวกำลังสาปแช่งท่านอยู่นั่นเอง และอีกความน่ากลัวหนึ่งก็คือชาวบ้านบอกว่าในช่วงเวลาค่ำคืนมักจะเห็นวิญญาณของหญิงสาวชุดสีเทาออกมายืนร้องไห้แถวบริเวณข้างกำแพงตรงประสาทและเมื่อเวลาผ่านไปได้มีการขุดพบเจอโครงกระดูกตรงบริเวณกำแพง

ซึ่งชาวบ้านมักจะเห็นมีสาวมายืนร้องไห้อยู่นั่นเอง และเมื่อมีการนำกระดูกของเธอออกไปจากจุดนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านก็ไม่เคยพบเห็นวิญญาณของสาวชุดสีเทากันอีกเลย ซึ่งปัจจุบันนี้ตำนานเรื่องผีผู้ว่ากับผีสาวชุดเทายังคงมีการเล่าสืบต่อกันมาให้ลูกหลานได้ฟังนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ  sexybaccarat  ที่ให้การสนับสนุน

ผีย่าม่อย

         สำหรับตำนานผีม่อยนั้นเป็นตำนานที่เกิดขึ้นในประเทศลาวเช่นเดียวกันซึ่งตามตำนานบอกว่ายายมอยนั้นเป็นหญิงชราที่อาศัยอยู่ในป่าทึบแล้วหญิงชราคนดังกล่าวนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับคนแคระและที่สำคัญเธออาศัยอยู่ในป่าคนเดียว

ซึ่งถ้าหากใครหลงเข้าไปในป่าที่เธออาศัยอยู่เธอจะฆ่าคนผู้นั้นทันที ตำนานเล่าว่าอยู่มาวันหนึ่งมีเด็กหญิง 2 คนเกิดพลัดหลงเข้าไปในป่าที่เป็นป่าของผีย่าม่อย ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเด็กทั้งสองคนนั้นอาจจะไม่เคยรู้ประวัติของผีย่าม่อยมาก่อนนั่นเองเราว่าเด็กทั้งสองคนนั้นได้เดินไปถึงกระท่อมที่ย่าม่อยไม่อาศัยอยู่

และยังไปเคาะประตูบ้านของย่าม่อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามมีการเล่ากันว่าเมื่อผีย่าม่อยได้รับการทักทายจากเด็กๆหญิงชราก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับบอกเด็กๆว่า พวกเธอเป็นใครมาทำอะไรกันที่นี่แล้วมาอยู่ในป่าของฉันได้อย่างไร เธอไม่รู้หรือว่าถ้าเข้ามาในนี้แล้วจะต้องมาเป็นอาหารของฉันหลังจากนั้น

หญิงชราก็กลายร่างเป็นผีเพื่อหลอกเด็กๆทันทีแต่เด็กๆกลับไม่วิ่งหนีและยังบอกย่าม่อยอีกด้วยว่าพวกเขานั้นถูกทิ้งเข้ามาในป่าแห่งนี้ และพวกเขาไม่รู้จะไปไหนพวกเขาจึงจำเป็นที่จะมาขออาหารกับย่าม่อยนั่นเอง เด็กน้อยทั้ง 2 คนร้องขออาหารจากผีย่าม่อยพร้อมทั้งบอกว่าถ้าได้อ่านแล้วทั้งสองคนก็จะออกจากป่าของหญิงชราทันที

และจะไม่กลับมากวนหญิงชราอีก เมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็ได้มีการมอบท่อนอ้อยให้กับเด็กน้อยทั้งสองคนเลยบอกให้เด็กทั้งสองคนนั้นเดินกินอ้อยกลับไปยังบ้านของตนเองแล้วให้ข้าวเปลือกอ้อยทิ้งระหว่างทางด้วยเพราะอ้อยนั้นกินได้

เฉพาะแค่น้ำอ้อยเท่านั้นส่วนเปลือกจะไม่สามารถกลืนลงท้องได้เด็กน้อยทั้งสองคนได้ทำตามที่หญิงชราบอกพวกเธอนั้นเดินกินอ้อยไปตลอดทางและเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านของตนเอง และเมื่อตกดึกผีย่าม่อยก็เดินตามรอยกากอ้อยที่พวกเด็กๆนั้นทายทิ้งเป็นทางเอาไว้จนหญิงชราไปเจอกับหมู่บ้านที่เด็กๆอาศัยอยู่

เครื่องเด็กทั้งสองคนนั้นได้บังเอิญเห็นยาวๆตามเข้ามาเด็กๆจึงรู้ได้ทันทีว่ายาไม่น่าจะตามมากินพวกเขาเสียแล้วดังนั้นพวกเขาจึงได้มีการขึ้นไปแอบซ่อนบนหลังคาซึ่งยาวๆก็เห็นหมดทุกขั้นตอนที่เด็กๆปีนขึ้นไปแต่ก็ไม่สามารถตามเด็กๆขึ้นไปบนหลังคาได้ด้วยความชราภาพของตนเองทำได้แค่เพียงการตะโกนคุยกับเด็กๆเท่านั้นเมื่อตะโกนคุยกันไปนานๆหญิงชราเกิดปวดฉี่ขึ้นมาจึงได้เดินไปที่ห้องข้างๆที่เป็นห้องน้ำแล้ว

เข้าไปทำการฉี่แต่ระหว่างนั้นก็ตะโกนคุยกับเด็กๆไปด้วยโดยพยายามเกลี้ยกล่อมให้เด็กๆนั้นปีนลงมาจากหลังคา แต่เด็กสาวตะโกนตอบกับหญิงชราว่าเธอลงไปไม่ได้เพราะต้องรอพี่สาวอยู่ข้างบนนี้พี่สาวของเธอกลับไปที่บ้านของหญิงชราเพื่อไปขออาหารเมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็กลัวว่าอาหารที่เธอเก็บตุนไว้จะหายไปหมดเธอจึงได้รีบกลับไปที่บ้านของตนเอง

พร้อมกับกำชับให้เด็กที่อยู่บนหลังคารอเธอก่อนเดี๋ยวเธอจะกลับมาคุยด้วยเมื่อเธอกลับไปได้สักพักเด็กน้อยทั้งสองคนก็ไปหาที่ซ่อนแห่งใหม่ซึ่งขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ที่สูงกว่าเดิมยิ่งชรากลับมาก็เรียกร้องให้เด็กน้อยทั้งสองคนลงมาข้างล่างแต่เด็กทั้งสองคนก็ปฏิเสธพร้อมกับบอกว่าพวกเขาต้องรอให้พี่อีกคนนึงที่ไปบ้านของหญิงชราอีกรอบกลับมาก่อนเมื่อได้ยิน

ดังนั้นหญิงชราก็ไม่พอใจก็เก่งว่าอาหารที่ตนเองเก็บเอาไว้นั้นจะหมดไปจึงได้กลับไปที่บ้านของตนเองอีกรอบหนึ่ง เด็กๆพากันปีนต้นไม้ให้ส่งไปอีกจนในที่สุดเด็กๆก็มากันมองเห็นวิญญาณของพ่อกับแม่ที่อยู่บนสวรรค์เด็กๆร้องขอให้พ่อกับแม่ช่วยเหลือพวกเขา

ซึ่งพ่อกับแม่ก็ได้ช่วยเหลือด้วยการหย่อนเชือกลงมาเมื่อหญิงชรามองเห็นก็ได้มีการร้องขอพ่อแม่ของเด็กว่าเธอนั้นรักเด็ก 2 คนนี้มากเพราะไม่มีใครพูดคุยกับเธอเลยนอกจากเด็กทั้งสองคนนี้หญิงชราอ้อนวอนไม่ให้พ่อกับแม่ของเด็กนั้นพาเด็กไป

ซึ่งพ่อกับแม่ของเด็กก็ได้หลงเชื่อใจว่าหญิงชรานั้นจะรักเด็กจริงได้อย่างเชือกที่มีเด็กเกาะอยู่ลงมาได้ขณะที่หญิงชรากำลังจะไปเชื่อเพื่อที่จะปีนขึ้นไปดึงตัวเด็กลงมานั่นเองเด็กน้อยเห็นท่าไม่ดีกลัวว่าหญิงชราจะจับตนเองไปกินจึงได้กัดเชือกที่หญิงชราเกาะอยู่ค่ะทำให้ร่างของหญิงชรานั้น

ร่วงลงมาจากท้องฟ้าตกลงไปในบ่อน้ำแห่งหนึ่งซึ่งบ่อน้ำนั้นเป็นบ่อน้ำที่เป็นปล่องภูเขาไฟซึ่งมีความลึกมากตั้งแต่หญิงชราตกลงไปนั้นก็ไม่เคยโผล่ขึ้นมาอีกเลยทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของประเทศลาวต่างก็เรียกบ่อน้ำนี้ว่าบ่อน้ำวนย่าม่อยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  หรือวังน้ำวนยายม่อม

 

สนับสนุนโดย  ufabet บาคาร่าออนไลน์

ตำนานเกม kindred spirit 

       หากพูดถึงเรื่องของการเล่นเกมแล้วเราก็ปกติแล้วคนที่เล่นเกมนั้นจะมีการเล่นกันแทบทุกจะช่วงอายุคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก  วัยรุ่น  คนไปทำงานหรือแม้แต่คนที่สูงอายุแล้วก็ยังเล่นเกมแต่การเล่นเกมส่วนใหญ่ผู้คนมักจะไม่ค่อยสนใจกันหรอกว่าเกมนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งบางเกมนั้นก็มีเรื่องเล่าและตำนานที่จะบอกถึงที่มาของเกมนี้ด้วยว่าเกมนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของเกมซึ่งเกมที่เราจะพูดถึงกันนี้ก็คือเกมที่ชื่อว่า  kindred spirit  ด้วยเกมนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะมีอายุอยู่ในช่วง 8 ถึง 12 ปีเท่านั้นซึ่งเป็นเกมสำหรับเด็กแต่ก็เป็นเกมที่น่าสนใจและน่าลองเล่นเป็นอย่างมากเรามาดูกันว่าเกมนี้จะมีตำนานที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

      เกมนี้นั้นอาจจะยังไม่ค่อยอยากจะเท่าไหร่แต่ก็มีความสนุกมากซึ่งเราอาจจะรู้กันดีว่าเกมหลายๆเกมนะจะมีตำนานของเกมเป็นของตัวเองทุกวันนี้เราก็จะมาพูดถึงตำนานของเกมนี้กันตั้งนานมีอยู่ว่า ณ สรวงสวรรค์แห่งหนึ่งมีผู้สาวซึ่งเธอนั้นเป็นคนที่สวยเป็นอย่างมากนี่หลายๆคนเลยที่หลงรักเธอมีอยู่วันหนึ่งที่องค์รัชทายาทของสวรรค์เดินทางออกไปตามหาคู่รักในใจของตัวเองหวังจะหา รักคู่รักในอนาคต

ซึ่งพระองค์ก็ได้ไปเจอกับผู้สาวคนนั้นและพระองค์ก็ได้หลงรักผู้สาวซึ่ง นางฟ้าสาวคนนั้นก็หลงรักพระองค์เช่นเดียวกันทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะแต่งงานกันแต่ไม่ทันที่ทั้งสองนั้นจะสามารถที่จะได้แต่งงานกันพระราชาและราชินีแห่งความมืดและความชั่วร้ายก็ได้อิจฉาริษยาคิดทั้งสองคนนั้นจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุข

พระราชาและพระราชินี แห่งความมืดซึ่งได้เสกให้มีพายุทรายพัดโหมกระหน่ำทำให้ทั้งสองต้องแยกจากกันองค์ชายรัชทายาทได้ถูกจับตัวไปให้ไปอยู่ที่วังต้องคำสาปส่วนนางฟ้าสาวไม่ได้ถูกจับไปถูกปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังรักชายมากถึงกับยอมเสี่ยงตายออกไปตามหาเจ้าชาย

แต่ก็มีหลายครั้งที่นางต้อง สู้กับอุปสรรคมากมายจนปากเจ็บไปหลายแผลแต่นางนั้นก็พักรักษาตัวให้หายไม่ย่อท้อและยังคงตามหาเจ้าชายต่อไปโดยสิ่งที่เราต้องทำนั่นก็คือการช่วยเหลือนางฟ้า ให้สามารถตามหาเจ้าชายเจอได้ และนี่คือตำนานของเกมนี้ค่ะใครสนใจลองไปเล่นกันดูได้นะคะในต้นของเกมจะมีการเล่าเรื่องของตำนานแบบฉบับย่อให้ดูค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

หลอนวัดปทุมคงคาที่เขตสัมพันธวงศ์

         ในกรุงเทพฯซึ่งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์นั้นมีวัดที่โด่งดังมากอยู่วัดหนึ่งในปัจจุบันนี้นั่นก็คือวัดปทุมคงคาซึ่งเมื่อก่อนในอดีตนั้นวัดปทุมคงคาถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งเพราะมีความเชื่อกันว่าประวัติการสร้างวัดปทุมคงคานั้นมีการสร้างมานานแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเลยทีเดียว

ซึ่งตามตำนานและมีประวัติที่สามารถเชื่อถือได้มีการระบุเอาไว้ว่าแต่เดิมนั้นวัดปทุมคงคาเป็นวัดเล็กๆซึ่งภายหลังก็ได้มีการถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ไม่มีใครที่จะเดินทางมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ไม่มีพระสงฆ์คอยดูแลวัดจนกลายเป็นวัดร้างในที่สุดแต่ต่อมาภายหลังวัดแห่งนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นลานประหารชีวิต

โดยผู้คนที่ถูกนำมาประหารชีวิตที่วัดปทุมคงคาแห่งนี้นั้นจะเป็นกลุ่มคนที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ค่อนข้างสูงเป็นกลุ่มพวกเชื้อพระวงศ์ต่างๆโดยเฉพาะในสมัยของพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งในสมัยนั้นที่พระเจ้าตากสินถูกสำเร็จโทษด้วยการประหารชีวิต

และไม่ใช่แค่พระเจ้าตากเท่านั้นที่ถูกนำมาสำเร็จโทษที่นี่ทายาทของพระเจ้าตากอีกหลายพระองค์ด้วยกันก็ถูกนำมาสำเร็จโทษที่นี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่ามีหนึ่งคนที่สามารถรอดพ้นการสำเร็จโทษในครั้งนี้ไปได้นั่นก็คือพระเจ้าเหม็น ซึ่งในขณะนั้นว่ากันว่าที่พระเจ้าเหม็นไม่ถูกสำเร็จโทษตามพระเจ้าตากสินไปด้วยนั้น

ก็เนื่องมาจากว่าพระเจ้าเหม็นนั้นเป็นหลานคนโปรดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 นั่นเองแต่อย่างไรก็ตามเพียงไปไม่กี่วันเท่านั้นพระเจ้าเหม็นก็ถูกใส่ความว่าต้องการที่จะยึดอำนาจ และกำลังกรอกการใหญ่ตั้งตัวเป็นกบฏดังนั้นเมื่อรัชกาลที่ 2 ทราบเรื่องจึงได้สั่งประหารพระเจ้าเหม็นในที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีการสั่งประหารชีวิตข้าราชบริพารที่ดูแลพระเจ้าเหม็นรวมถึงพระมเหสีเอกซึ่งเป็นน้องสาวของพระเจ้าเหม็นอีกด้วยโดยมีการนำทุกคนมาประหารที่วัดปทุมคงคาแห่งนี้นี่เอง ส่วนพระโอรสของพระเจ้าเหม็นที่มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 พระองค์ทุกพระองค์นั้นถูกทหารนำจับไปถ่วงน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งในช่วงที่รัชกาลที่ 3 ทรงขึ้นครองราชย์ก็ยังคงใช้พื้นที่ของวัดปทุมคงคานั้นในการสำเร็จโทษกล่องควบคุมเจ้าฟ้าและข้าราชการชั้นสูงอยู่เหมือนเดิมและบุคคลที่ถูกประหารชีวิตที่วัดปทุมคงคาเป็นคนสุดท้ายก็คือ กรมหลวงลักษณ์รณเรศในโทษฐานที่คิดก่อการกบฏ หลังจากนั้นวัดปทุมคงคาก็ถูกบูรณะซ่อมแซมใหม่

แต่เรื่องเล่าหลอนก็ยังคงไม่หมดไปเมื่อที่วัดแห่งนี้มีต้นอโศกต้นหนึ่งซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่มีอายุหลายร้อยปีว่ากันว่าชาวบ้านมักจะเห็นคนแต่งชุดในสมัยโบราณเดินเข้าไปในต้นอโศกแล้วหายไปกับตาซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากจนในที่สุดก็มีการตัดสินใจตัดต้นอโศกต้นนั้นทิ้งไปและปัจจุบันก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณเดินภายในวัดอีกเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet เว็บตรง

ตำนานลึกลับของแมงสี่หูห้าตา

        สำหรับตำนานลึกลับของแมงสี่หูห้าตานั้นเกี่ยวพันกันกับการสร้างพระธาตุดอยเขาควายแก้วที่จังหวัดเชียงรายโดยตำนานแมงสี่หูห้าตานั้นเป็นตำนานที่เล่าขานมาจากชาวเมืองเชียงรายโดยตรงซึ่งรายละเอียดของตำนานนั้นมีการพูดถึงครอบครัวหนึ่ง

ที่มีฐานะยากจนอยู่มาวันหนึ่งภรรยาได้เสียชีวิตลงจึงทำให้ครอบครัวนี้เหลือกันเพียงแค่สองคนเท่านั้นคือพ่อและลูกชายแต่ต่อมาไม่นานคนเป็นพ่อด้วยการทำงานหนักตรากตรำและอายุมากแล้วจึงทำให้เสียชีวิตตายตามภรรยาไปอีกคนเหลือเพียงแค่ลูกชายคนเดียวเท่านั้นก่อนที่ชายชราจะเสียชีวิตนั้นได้มีการสั่งเสียลูกชายเอาไว้เลยบอกให้ลูกชายนั้นนำร่างของตนเองไปฝังศพเอาไว้จนกว่าลูกชายจะอายุครบ 17 ปี

ซึ่งเพราะอายุครบ 17 ปีแล้วให้ลูกชายนั้นไปขุดเอาหัวกระโหลกของพ่อขึ้นมาหลังจากนั้นให้นำเชือกผูกหัวกระโหลกของพ่อแล้วเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้โดยลากหัวกระโหลกไปด้วยและถ้าหัวกระโหลกของพ่อนั้นไปติดตรงที่พื้นที่ไหนก็ให้ลูกชายทำบ่วงไว้จับสัตว์ชนิดหนึ่งเอาไว้ตรงที่หัวกระโหลกพ่อนั้นติดอยู่

ซึ่งลูกชายก็รับกรรมและปฏิบัติตามคำสั่งเสียของพ่อหลังจากที่ รักพ่อมาไว้และทำบ่วงเอาไว้ดักสัตว์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในขณะที่เขารอว่าสัตว์ชนิดไหนจะมาติดหมวกของเขานั้นก็ปรากฏว่ามีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งตัวสีดำมีลักษณะคล้ายกับลิงแต่ที่น่าแปลกประหลาดก็คือมันมีตา 5 ตาและมีหูทั้งหมด 4 หูมาติดบ่วงที่ชายหนุ่มได้ดักเอาไว้เมื่อชายหนุ่มจับสัตว์ตัวนั้นได้ก็นำมาเลี้ยง

โดยพยายามหาอาหารให้มันกินแต่ไม่ว่าจะเอาอะไรให้มันกินนั้นสัตว์ชนิดนี้ก็ไม่ยอมกินอะไรเลยจนเขานะรู้สึกอ่อนใจในที่สุดอยู่มาวันหนึ่งซึ่งวันนั้นเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วเขารู้สึกว่าอากาศนั้นค่อนข้างหนาวเย็นจึงได้ก่อกองไฟแต่บังเอิญว่าประกายไฟนั้นได้กระเด็นออกมาตกตรงบริเวณหน้าของสัตว์ป่าตัวนั้นและมีก้อนไฟตกลงมาด้วยทำให้สัตว์ตัวดังกล่าวนั้นกินก่อนไฟเข้าไปใต้หนูเห็น

ดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าสัตว์ชนิดนี้กินก้อนไฟเป็นอาหารดังนั้นในทุกๆวันเขาจึงได้นำก้อนไฟให้สัตว์ชนิดนี้กินและที่น่าประหลาดใจสำหรับเขาอีกเรื่องก็คือเมื่อสัตว์ชนิดนี้กินก้อนไฟเข้าไปแล้วมันก็จะถ่ายออกมาเป็นทองคำโดยในทุกวันนั้นชายหนุ่มจะได้ทองคำกลอนขณะถือมาแนะนำก้นทองคำทั้งหมดไปฝังเอาไว้หลังบ้านอยู่มาวันหนึ่งพระเจ้าแผ่นดินได้มีการประกาศว่าหากใครที่จะสามารถสร้างสะพานจากบ้านของชายคนนั้นไปที่ห้องของเจ้าหญิงได้

โดยสะพานนั้นจะต้องทำมาจากทองคำพระเจ้าแผ่นดินจะยกพระธิดาให้แต่งงานด้วยชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงมีความคิดที่จะเอาทองคำที่ตนเองมีอยู่มาทำสะพานแต่ก็ติดตรงที่ว่าไม่มีช่างที่จะช่วยทำสะพานนั่นเองอย่างไรก็ตามเขาได้อธิษฐานขอให้มีช่างมาช่วยเขาทำสะพานทันใดนั้นเทวดาก็แปลงกายลงมาและมาช่วยเป็นช่างสร้างสะพานให้เขาจะแล้วเสร็จหลังจากนั้นเขาก็ได้แต่งงานกับเจ้าหญิง

ซึ่งหลังจากที่แต่งงานไปแล้วพ่อของเจ้าหญิงก็ได้ถามชายหนุ่มว่าใช่หนุ่มนั้นเอาทองคำมาจากไหนมากมายโดยเขาก็เล่าให้พระราชาฟังโดยที่ไม่ปิดบังเลยพระราชาด้วยความโลภอยากได้ทองคำจึงได้พยายามวิ่งไล่จับแมงสี่หูห้าตาที่เป็นของชายหนุ่มแต่อย่างไรก็ตามนั้นได้วิ่งหนีพระราชาเข้าไปในถ้ำซึ่งพระราชาก็ได้วิ่งตามเข้าไปอยู่ดีๆธรรมที่พระราชาและสัตว์ตัวดังกล่าวเข้าไปในถ้ำก็พังถล่มลงมาทำให้พระราชานั้นเกิดความกลัวที่จะเสียชีวิตจึงได้อธิษฐานว่าหากได้ออกไปเขาจะประพฤติตัวเป็นคนดี

และไม่เป็นคนละโมบโลภมากอย่างไรก็ตามในที่สุดนั้นเขาสามารถออกมาจากถ้ำได้และนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็บ่นแค่เพียงทำแต่ความดีและยกเมืองให้กับชายหนุ่มและพระธิดาของตนเองนั้นปกครองซึ่งหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ได้มีการนำเงินทองส่วนตัวมาสร้างวัดพระธาตุดอยเขาควายแก้วตรงบริเวณที่เขาเคยกับสัตว์แมงสี่หูห้าตาได้ และบริเวณทางขึ้นพระธาตุดอยเขาควายแก้วก็มีการสร้างศาลาเอาไว้โดยมีการสร้างรูปปั้นแมงสี่หูห้าตาเอาไว้ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีชาวบ้านพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  Sexy Gaming

ตำนานวัดดอน

         สำหรับวัดดอนแห่งนี้เป็นวัดที่อยู่ในกรุงเทพฯและเป็นวัดที่ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งวัดแห่งนี้นั้นเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างเจ้าพระยาผู้ครองเมืองถวายชื่อว่ามางจานจากับชาวบ้าน ต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกันที่จะสร้างวัดซึ่งแน่นอนว่าถ้าฟังจากชื่อแล้วมางจันจานั่นก็คือชาวพม่านั่นเอง ซึ่งประวัติของท่านบางชันจานั้นท่านเป็นข้าราชการที่ทำงานอยู่ในสมัยพุกามประเทศ

ซึ่งถ้าพูดให้ถูกว่าในสมัยปัจจุบันนี้ก็เรียกว่าประเทศพม่านั่นเอง ในสมัยนั้นมีตำนานบอกเอาไว้ว่าท่านเกิดขัดใจกันกับพระเจ้าแห่งกรุงอังวะ จนถึงขนาดที่ไม่อยากอยู่ประเทศของตนเองจึงได้ส่งราชทูตติดต่อมายังประเทศไทยว่าจะขอลี้ภัยมาอยู่ที่ประเทศไทยและขออยู่ภายใต้การปกครองของไทยนั่นเอง และท่านยังได้ชวนคนอื่นๆให้มาอยู่ที่ประเทศไทยด้วย

ซึ่งในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ปูนบำเหน็จให้กับ ราชการของชาวพม่าทั้ง 3 พระองค์ โดยเฉพาะเจ้าพระยาทวายที่จะได้มากกว่าคนอื่นเนื่องจากว่าท่านสามารถที่จะนำพระญาติที่หายไปนานให้มาพบปะพูดคุยเจอกับรัชกาลที่ 1 ทำให้รัชกาลที่ 1 นั้นทรงโปรดปรานพระเจ้ามังจันจามาก

จึงชวนให้มาอยู่ในกรุงเทพฯด้วยกันและมอบที่ดินให้บางส่วนซึ่งหลังจากนั้น พระเจ้ามังจันจา ก็ได้นำที่ดินบางส่วนนั้นมาแบ่งเพื่อสร้างเป็นวัดซึ่งเป็นวัดดอยในปัจจุบันนั่นเองอย่างไรก็ตามมีตำนานมายาวนานเกี่ยวกับเรื่องของผีวัดดอน จากว่าที่นี่มีป่าช้าที่เป็นพื้นที่กว้างใหญ่เนื่องจากจะมีรถมูลนิธิถึง 3 มิติด้วยกันนำศพซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นศพที่ประสบอุบัติเหตุมาแล้วนำมาฝังที่ป่าช้าวัดดอนซึ่งถ้านับกันแล้ว

ก็มากกว่าหมื่นคนเข้าไปแล้วดังนั้นผู้คนที่อยู่บริเวณแถวนี้จึงมักมีการร่ำลือถึงวิญญาณที่ถูกนำมาฝังไว้ที่ประชาวัดดอนจากในอดีตจนถึงปัจจุบันเรามักจะได้ยินคำเล่าขานถึงความน่ากลัวของวัดดอนโดยเฉพาะกลุ่มคนขับรถแท็กซี่นั้นหากรู้ว่าในช่วงเวลากลางคืนนั้นมีคนโบกรถจะให้ไปส่งที่วัดดอนแล้วแล้วก็พวกเขาจะปฏิเสธไม่มาส่งทันทีหรือแม้แต่คำร่ำลือที่ว่าหากในช่วงเวลากลางคืน

คุณขับรถผ่านมาทางเส้นของวัดดอนคนเดียวแต่คนชาวบ้านก็จะเห็นว่าจะมีคนนั่งข้างๆนั่งรถไปกับคุณด้วยซึ่งคนที่นั่งข้างๆนั้นก็มักจะใส่เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นสำหรับเรื่องราวความน่ากลัวของวัดดอนนี้มีตั้งแต่สมัยโบราณและการมาจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการพูดถึงกันแบบปากต่อปากแต่ว่าคนชุมชนในเขตวัดดอนเองนั้นไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้กันเลย

เนื่องจากว่าปัจจุบันไม่มีใครเคยเห็นผีวัดดอนมาแล้วเนี่ยนานมาแล้วซึ่งความเชื่อและความน่ากลัวของวัดดอนนั้นจะยังคงมีอยู่แต่เฉพาะคนนอกพื้นที่เท่านั้นที่ยังมีการเล่าขานเรื่องนี้กันอยู่แต่สำหรับคนในชุมชนนั้นเรื่องนี้เป็นแค่เพียงคำร่ำลือเท่านั้นที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

6 สิ่งที่คนโบราณไม่อนุญาตให้ทำ

โบราณสมัยก่อนไม่อนุญาตให้ผู้คนตัดผมของตัวเองเพราะมีความเชื่ออยู่ว่าถ้าใครก็ตามที่ตัดผมของตนเองจะมีภูตผีปีศาจมาเลียปลายผมเพราะคนที่ตัดผมเองนั้นส่วนใหญ่จะตัดผมไม่เท่ากันมีสั้นบ้างและยาวบ้างดูไม่เรียบร้อยผีปีศาจบางพวกจะเป็นภูตผีที่ต้องการระเบียบก็จะมาเลียปลายผมของเราให้เรียบร้อย แต่ความจริงก็คือคนโบราณไม่อยากให้เราต้องร้องไห้ บางครั้งอาจจะทำให้ผมของเราจะมีช่องที่จะไม่ตรงและมาเสียใจที่หลังและอาจจจะถูกบาดเอา

คนสมัยก่อนเชื่อว่า ถ้าชมเด็กว่าน่ารักจะทำให้ภูตผีปีศาจมานำเด็กไปอยู่กับตนและทำให้เด็กร้องไห้และถ้าพูดว่าน่าเกลียดน่าชัง ความจริงก็คือที่คนสมัยก่อนบอกไว้อย่างนี้เพราะพ่อกับแม่จะรักลูกเกินไปค่ะ

คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าใครนอนใต้ขื่อบ้านผีก็จะมาสิงร่างของเราค่ะและจะนั่งหรือนอนไม่สบายตัวค่ะ ความจริงก็คือ การที่คนโบราณไม่ให้นอนใต้ขื่อบ้านก็เพราะเราจะรู้สึกถูกทับและนั่งนอนไม่สบาย และยิ่งเป็นบ้านสมัยปัจจุบันจะมีเหล็กอยู่ในคือจะทำให้นั่งนอนไม่สบายตัวค่ะ วิธีที่สามารถแก้ไขได้ก็คือให้นอนตรงกลางระหว่างขื่อบ้านค่ะ

 คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าตากผ้าอยู่บริเวณหน้าบ้านจะทำให้มีแต่สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิต และจะไม่มีรายรับแต่มีแต่รายจ่าย เพราะราวตากผ้า จะบดบังสิ่งดีๆไปหมดจะมีแต่สิ่งไม่ดีเข้าไปแทนที่จะเป็นสิ่งดี จึงเป็นเหตุผลที่บ้านของใครจะไม่ตากผ้าหน้าบ้านและจะไม่เจอสิ่งดีๆและคนที่อยู่ภายในบ้านจะมีแต่เรื่องที่ไม่เป็นสุข และบางทีอาจจะมีคนทำเสน่ห์ที่ปลายผ้าที่เราตากด้วยก็ได้ ความจริงก็คือ เพราะถ้าเราตากผ้าไว้หน้าบ้านจะไม่เรียบร้อย และเกะกะไม่สามารถเดินได้ค่ะ

 คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าหญิงตั้งครรภ์ไปดูคนอื่นคลอดจะทำให้คลอดลูกยากและเจ็บท้องนานและที่ไม่ให้ไปดูคนคลอดลูกก็เพราะว่าเด็กที่กำลังออกมาจะอายเด็กที่อยู่ในครรภ์จึงทำให้คลอดลูกยาก แต่ความจริงที่คนสมัยก่อนบอกอย่างนี้ก็เพราะกลัวว่าแม่เด็กจะคิดมากจนไม่กล้ามีลูกเพราะกลัวจะเจ็บท้องค่ะ

คนในอดีตสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าให้คนที่ตั้งครรภ์อาบน้ำตอนกลางคืนจะทำให้น้ำคร่ำในท้องเยอะและคลอดลูกยากคนในอดีตสมัยโบราณจึงไม่นิยมคนที่ตั้งครรภ์อาบน้ำตอนกลางคืนเพราะกลัวว่าคร่ำท้องจะเยอะ  แต่ความจริงแล้วที่คนในอดีตสมัยโบราณไม่อนุญาตให้คนตั้งครรภ์อาบน้ำตอนกลางคืนก็เพราะสมัยโบราณห้องน้ำแยกอยู่กับตัวบ้างกลัวว่างูจะมากัดแมลงจะมากัดและอาจจะป่วยได้ส่งผลกระทบถึงลูกในครรภ์ คนในอดีตสมัยโบราณจึงตั้งกฎนี้ขึ้นมาเพื่อไม่ให้คนที่ตั้งครรภ์อาบน้ำตอนกลางคืน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร Gclub