เหตุผลที่ทำไม พระแก้วมรกตจึงมีเครื่องทรงให้เปลี่ยนมากถึง 3 ฤดู

 เชื่อว่าในที่นี้คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักกับพระแก้วมรกต พระพุทธรูปที่มีรูปองค์สีเขียวตลอดทั้งองค์ ซึ่งตลอดทั้งองค์ของพระแก้วมรกตนั้นทำมาจากหยก

และเป็นหยกก้อนเดียวกันทำให้องค์ของพระแก้วมรกตนั้นไม่มีรอยต่อที่องค์พระพุทธรูปเลย ตามประวัติของพระแก้วมรกตนั้นมีอายุมานานหลายร้อยปี เคยประดิษฐานอยู่ที่เชียงใหม่ และเวียงจันทร์มาก่อน ก่อนที่จะถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งปัจจุบันวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงเทพนั่นเอง โดยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันแล้วพระแก้วมรกต ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือกันเป็นอย่างมาก

ซึ่งสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 ท่าน ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีหรือก็คือเมืองหลวงนั่นเอง โดยท่านได้สั่งให้มีการสร้างพระราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามไว้ในเขตพื้นทีของพระบรมมหาราชวัง โดยมีการสั่งให้สร้างวัดไว้ใกล้กับวัง และเมื่อสร้างวัดเสร็จแล้ว รัชกาลที่ 1 ก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ที่โบสถ์ หลังจากนั้นก็ทรงมีรับสั่งให้สร้างเครื่องทรงขึ้นมาจำนวน 2 ชุดเพื่อถวายแด่พระแก้วมรกต

โดยชุดแรกคือชุดฤดูร้อน ส่วนชุดที่สองคือ ชุดฤดูฝน ซึ่งเครื่องทรงของพระแก้วมรกตจะถูกสร้างมาจากทองคำทั้งสิ้น เมื่อมีการสร้างเครื่องทรงเสร็จแล้ว พระองค์จึงถวายเป็นพุทธบูชา และต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3  พระองค์ได้ทรงสั่งให้มีการสร้างชุดเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตเพิ่มอีกจำนวน 1 ชุดเป็นเครื่องทรงสำหรับเอาไว้เปลี่ยนในช่วงฤดูหนาว

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม พระแก้วมรกตจึงมีเครื่องทรงให้เปลี่ยนถึง 3 ชุดซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ทุกฤดูกาล ซึ่งหลังจากที่พระแก้วมรกตมีเครื่องทรงที่ทำมาจากทองคำทั้ง 3 ชุดแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 จึงได้ทรงโปรดให้มีการกำหนดพระราชพิธีให้มีการเปลี่ยนเครื่องทรงทั้ง 3 ชุดให้กับพระแก้วมรกตด้วย โดยจะให้ใส่สลับกันไปทุกฤดู ซึ่งการเปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตนั้นจะต้องเป็นพระมหากษัตรแห่งราชวงศ์จักรีเท่านั้นในการที่จะเปลี่ยนเครื่องทรงให้พระแก้วมรกต

ยกเว้นว่าพระมหากษัตรไม่ว่าติดราชกรณียกิจ จึงจะให้เหล่าเชื้อพระวงศ์มากระทำหน้าที่เปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตแทน ซึ่งกำหนดวันที่จะมีการเปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตมีดังนี้

  1. ชุดฤดูร้อนจะเปลี่ยนประมาณเดือนมีนาคม โดยจะทำในวันแรม  1 ค่ำ เดือน4 
  2. ชุดฤดูฝนจะเปลี่ยนประมาณเดือนกรกฎาคมโดยจะทำในวันแรม 1 ค่ำเดือน 8 
  3. ชุดฤดูหนาวจะเปลี่ยนประมาณเดือนพฤศจิกายน โดยจะทำในวันแรม 1 ค่ำเดือน 12 

   ในช่วงสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อถึงกำหนดต้องเปลี่ยนเครื่องทรง ทางกรมธนารักษ์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องทรง ได้เห็นว่าเครื่องทรงของพระแก้วมรกตมีอายุมาหลายร้อยปีแล้วและได้รับความเสียหายจนไม่สามารถที่จะซ่อมได้ จึงได้ทำการขออนุญาตรัชกาลที่ 9 เพื่อจัดทำเครื่องทรงทั้ง 3 ชุดขึ้นมาใหม่และเมื่อทำเสร็จทางกรมธนารักษ์ก็จัดถวายรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสที่ท่านขึ้นครองราชย์ครบรอบ 50 ปีพอดีซึ่งชุดดังกล่าวยังมีการใช้มาจนถึงปัจจุบัน

การทอดกฐิน

 

การทอดกฐินนี้ถือเป็นประเพณีหนึ่งของคนไทย โดยการนำผ้ามาถวายแก่พระภิกษุ ที่ได้จำพรรษามาครบ สามเดือนและการทอดกฐินจะทำได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น จะทำพิธีทอดกฐินหลังจากออกพรรษาแล้ว มีระยะเวลาในการรับกฐินได้หนึ่งเดือน นับจากวันออกพรรษาจนถึงวันลอยกระทง จะทำก่อนหรือหลังวันที่กำหนดนี้ไม่ได้เป็นอันขาด จึงเรียกช่วงนี้ว่าเทศกาลกฐิน ในสมัยก่อนการทอดกฐินคือการที่ชาวบ้านนำผ้าที่ทำไว้เพื่อจะไปถวายพระ แต่ไม่สามารถเจาะจงได้ว่าพระรูปไหน จึงได้นำผ้าที่เตรียมไว้ไปวางพาดบนต้นไม้ และเมื่อมีพระภิกษุสงฆ์รูปไหนมาเจอ ก็เก็บผ้านั้นนำไปใช้ได้เลย

กฐินมีอยู่ 2 ประเภท คือ กฐินหลวง กับ กฐินราษฎร์

กฐินหลวง 

ผ้ากฐินด้วยพระองค์เอง หรือบางที่ก็จะส่งตัวแทนพระองค์ไป ไม่ว่าจะเป็นวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชาธิวาส วัดอรุณราชวราราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นต้น กฐินหลวงยังแบ่งได้อีก2ประเภท กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่หน่วยงานราชการและคณะบุคลที่สำคัญ ที่สามารถ มาทูลขอผ้ากฐินของหลวงได้ แต่จะต้องทำเรื่องในการขอผ้ากฐินล่วงหน้า ต้องติดต่อไปยังกรมการศาสนาของกระทรวงวัฒนธรรมมิฉะนั้นก็จะไม่ได้ และจะต้องเป็นวัดหลวงในจังหวัดเท่านั้นถึงจะทูลขอได้ กฐินต้น เป็นกฐินที่พระเจ้าอยู่หัวทรงนำผ้าไปทอดกฐินด้วยพระองค์เอง แต่ไปอย่างไม่เป็นทางการ และจะไม่ใช่วัดหลวง เป็นการทำส่วนพระองค์เอง

กฐินราษฎร์ 

เป็นกฐินที่ประชาชนได้ทำการนำผ้าไปถวายตามวัดต่างๆ ยกเว้นวัดหลวงที่เข้าไปถวายผ้าไม่ได้ ส่วนกฐินราษฎร์ยังสามารถเรียกได้อีกหลายอย่างกฐินสามัคคี คือกฐินที่เกิดจากการรวมใจของชาวบ้าน ที่มีจุดประสงค์เดียวกันที่จะนำผ้ากฐินไปถวายวัดใด วัดหนึ่ง การทอดกฐินยังสามารถแยกได้อีกอย่างเช่นจุลกฐิน คือการทำกฐินแบบรีบเร่งและต้องทำให้จบในวันเดียว มหากฐิน คือการทอดกฐินในวัดที่ตัวเองศรัทธาเป็นพิเศษและจะถวายของใช้รวมได้ด้วย กฐินตกค้าง คือการทอดกฐินตามวัดที่ไม่ค่อยมีคนไปถวายผ้ากฐิน และผู้มีจิตศรัทธาในศาสนาก็จะตามหาวัดเหล่านี้ เพื่อจะนำถวายผ้ากฐินแต่ส่วนมากจะทำใกล้หมดเทศกาลทอดกฐิน

การทอดกฐินถือได้ว่าเป็นการทำบุญที่ได้กุศล ผลบุญดีเพราะการทอดกฐินนี้จะทำได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น และยังทำให้ชาวบ้านรักใคร่ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานถวายกฐินและการทอดกฐินนี้ทำได้ทุกภาค ทุกจังหวัดไม่ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของภาคใดภาคหนึ่ง

ประวัติศาสตร์ในการค้นหาของมีค่าที่หายไป

ของมีค่าของกษัตริย์ที่ยังไม่ถูกค้นในพื้นที่หลายๆแห่งอีกทั้งก็ยังไม่สามารถทำการค้นหาได้เนื่องด้วยไม่รู้ว่าสิ่งที่สมบัตินั้นได้จมไปนั้นมันอยู่ที่ใดและสมบัติแต่ละหีบนั้นก็มีของมีมูลค่ามากมายที่ไม่สามารถระบุราคาได้ที่ยังต้องรอคอยการค้นพบอยู่ในปัจจุบัน

สมบัติบนเรือSan Miguel มีเพียงสองสิ่งในอดีตเท่านั้นที่จะสามารถจมเรือได้หนึ่งคือสงครามและสองคือพายุพายุเฮอริเคนเป็นเช่นเดียวกันกับของเรืออื่นๆที่โดยพายุเฮอริเคนจมเรือทั้งลำแม้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในบันดานเรือเดินทางพร้อมๆกันในการรวบรวมสมบัติจากหลายแห่งเพื่อระดมทุนจัดทัพทำสงครามของประเทศสเปนซานมิเกลเป็นเรือลำเล็กแต่ด้วยความที่มันเล็กจนจึงได้เร็วกว่าเรือชนิดอื่นๆ

และนั่นเองมันจึงเลยถูกจัดเป็นเรือขนส่งสิ่งสำคัญและล้ำค่าที่สุดในการขนส่งกิจเพื่อจัดทัพทำสงครามของสเปนนี้ได้เริ่มต้นในปี1175และในตามแผนของพวกเขาก็คือต้องการที่จะรอเวลาที่ไกล้กับเวลาเฮอริเคนมากที่สุดเรียกได้ว่าจะออกเดินทางก่อนพายุเฮอริเคนจะมาแบบชิตๆ

เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาโจรสลัดที่มีในอดีคแต่อาจจะเป็นเพราะในการคำนวนที่ผิดพลาดนั้นการเดินทางที่ล่าช้าหรือสภาพอากาศในสมัยก่อนยังไม่แม่นยำจึงทำให้พายุเฮอริเคนตามหลังและตามมาทันเรือทั้งหมดและได้จมเรือทุกลำในการขนส่งนี้ตามคาดจากสายตาโจรสลัดได้และแน่นอนว่าไม่มีใครบนโลกนี้สามารถเห็นสมบัติด้วยเหมือนกันหลังจากที่พายุนั้นได้สงบจากนั้นก็ได้มีการหาสมบัติที่ศูนย์หายไปและได้ถูกค้นพบเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

ส่วนเรืออนั้นสามารถพบเห็นได้6-7ลำแต่ก็ยังเหลืออีกหนึ่งเรือนั้นที่ไม่สามารถพบเห็นได้ซึ่งเป็นเรือลำเล็กที่สุดเร็วที่สุดและบันทุกของมีค่ามากที่สุดด้านซานมิเกลก็ยังรอคคอยในการค้นพบมาจนถึงทุกวันนี้

มงกุฏเพชรของพระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ

มงกุฏเพชรของราชวงอังกฤษได้รับการยอมรับเป็นอัญมณีที่มีค่ามากที่สุดมงกุฏเพชรของราชวงถูกเก็บไว้อยู่ภายใต้ความปอดภัยที่หอคอยลอนดอนโดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูอย่างหนาแน่นที่ผ่านมามงกุฏเพชรของกษัตริย์อังกฤษก็ได้ถูกขโมยและถูกทำลายมาหลายครั้งแล้วแต่สำหรับมงกุฏเพชรกษัตริย์King Johnได้

ศูนย์หายไปในปี2016เมื่อกษัตริย์King Johnของพระองค์มาจากแขวงวอเซและพยายามข้ามแม่น้ำโซเฟียเป็นเพราะพระองค์ได้คำนวนพลาดไปจึงได้หายเสียสัมภาระที่นำมาจมลงไปกับสายน้ำรวมทั้งหีบที่เก็บของมีค่าทั้งหมดด้วยจากนั้นก็ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาเพราะเสียใจที่สมบัติหายเพราะว่าประมูลค่าไม่ได้พระองค์ก็ได้เสียชีวิตในเวลาดังกล่าว