Eye Target Part 1 หนึ่งในเทคนิคถ่ายภาพ Portrait ให้ชัด

พวกเรานักถ่ายภาพ Portrait นั้น ต่างรู้กันดีอยู่แล้วล่ะว่า จุดไหนที่สำคัญที่สุดของภาพ Portrait คือการถ่ายภาพบุคคล เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ทำให้เป็นบุคคลมากที่สุดนั้นคือ จิตวิญญาณในดวงตานั้นเอง

ผมเองนั้นเคยเป็นนักวาดรูป Portrait การวาดรูปนั้นสำคัญที่ดวงตาอย่างมาก ถ้าวาดดวงตาออกมาได้ไม่ดี จะทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของภาพได้เลย ดวงตาเป็นอะไรที่บ่งบอกอะไรหลายๆอย่างในตัวแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นลักษณ์นิสัย ความมั่นใจ อารมณ์ การสื่อสารอยากจะได้อะไรในตอนนั้น

อยู่ที่ดวงตาเป็นส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่แปลกทีจริงๆ การที่ดวงตาสำคัญขนาดนั้น การถ่าย Portrait ก็ควรจะต้องทำให้ดวงตานั้นชัดที่สุดในภาพ หรือจะพูดอีกอย่างคือ กล้องของเรานั้นจะต้องโฟกัสที่ดวงตายังไงล่ะ

การที่กล้องนั้นจะโฟกัสดวงตาได้ ผมขอแบ่งเป็นสามแบบละกันนะ เพราะว่าการใช้กล้องและอุปกรณ์ต่างๆของแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกันมากนัก อย่างแรกเลยซึ่งเป็นสี่สะดวกสบายที่สุดในสามโลกแล้วล่ะ เรียกได้ว่าคนยุคนี้ที่เริ่มจะถ่ายภาพนั้น ได้รับเทคโนโลยีที่สุดยอดยิ่ง แบบว่าคนยุคก่อนหัวเสียกันเลยทีเดียวว่า พวกเอ็งจะสะดวกสบายเกินไปแล้ว นั้นก็เพราะเทคโนโลยีตัวนึง

ที่ถูกใส่ไว้ให้กับกล้องรุ่นใหม่ทุกตัวทุกแบรนด์เลยทีเดียว นั้นคือ EYE detection นั้นเอง เป็นฟังค์ชั่นที่เรียกได้ว่าตอบสนองได้ดีที่สุดแล้วในยุคนี้ เพราะคนเราก็ถ่ายรูปคนซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ซื้อกล้องมาเก็บการท่องเที่ยวของตัวเอง ก็จะต้องถ่ายแฟนเป็นหลัก แล้วเจ้าฟังค์ชั่นนี้ก็จะต้องถูกใช้อย่างแน่นอน มันเป็นระบบโฟกัสแบบจับที่ตาเลยทันที ซึ่งก็จะต้องใช้ร่วมกับระบบ Focus Area ด้วย

ต้องเลือกให้เหมาะสมกันจะดีมากๆ ไม่ว่าคนเดินไปทางไหน ก็จะถูกจับที่ดวงตาไว้ตลอด ดังนั้นแล้วก็จะได้ดวงตาที่ชัดอย่างแน่นอน จากที่ผมเคยใช้ ก็มีหลุดบ้างนะ แบบว่ามันโฟกัสที่ตาแหละ แต่ถ่ายมามันก็มีแบบไม่ตาเปะบ้างก็มี อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความฉลาดของกล้องด้วย ส่วนตัวแล้วผมชอบมากๆ มันใช้ง่ายมากเลยทีเดียว ยิ่งถ้าอยู่ระดับครึ่งตัวขึ้นมาละก็ เรียกได้ว่าไม่มีพลาด แต่ก็จะมีเรื่องจุกจิกนิดหน่อย

ตรงที่เวลาตัวแบบหันไปหันมา โดยเฉพาะหันหลังหรือหมุนตัว ดวงตาที่กล้องจับไว้ให้ จะหลุดโฟกัส แล้วต้องหากันใหม่เมื่อตัวแบบหันกลับมา แต่ว่าถ้าตัวแบบหันหลังเลยล่ะก็ นั้นแหละผมเซ็งมากๆ ที่ Focus Area ที่ผมใช้นั้นไม่เหมาะกับการถ่ายที่ไม่มีตัวแบบ และต้องบอกว่าเป็นเพราะรุ่นของกล้องด้วย ถ้ารุ่นสูงกว่านี้ก็จะไม่มีปัญหานี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด

ไขควง 6 เหลี่ยม ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

อุปกรณ์สำคัญอย่างเจ้าไขควงที่เราอาจจะไม่สนใจมัน จริงๆแล้วเจ้าตัวนี้คนคงจะงงกันว่ามันมีความจำเป็นอะไร มันจะไม่จำเป็นสำหรับคนที่พกแต่เพียงตัวกล้องเดี่ยวๆไป ไม่ได้พกขอตั้งกล้อง ก็คงไม่จำเป็นหรอกครับ

แต่ถ้าเป็นนักถ่ายภาพที่เน้นทางภาพที่ต้องการใช้ขาตั้งกล้อง ก็ต้องยอมในการพกเจ้าไขควงหกเหลี่ยมนี่ไปด้วยนะ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยสำหรับขาตั้งกล้อง ในกรณีนี้เราจะไม่ถือว่าขาตั้งกล้องเป็นของที่ต้องอยู่กระเป๋ากล้องนะ เพราะส่วนมากแล้วจะเป็นการพกแยกไป มันใหญ่ ถ้าเอาใส่กระเป๋ากล้องได้จริงๆ กระเป๋านั้นต้องใหญ่มากๆเลย งั้นจะถือว่าไม่ใช่ละกัน แต่ในเมื่อมีการพกพาขาตั้งกล้องไปด้วยนะ ก็ต้องมีไขควงหกเหลี่ยมนี้ด้วย

ขาต้องกล้องนั้นเราใช้เพื่ออะไร ก็ใช้เพื่อตั้งกล้องไว้แทนแขนเราเอง ประโยชน์หลักๆเพื่อลดการสั่นจากแขนเราไปนั้นเอง ถ้าต้องถ่ายอะไรที่แสงน้อยหรือชัตเตอร์ช้าๆนั้นแอง แต่อย่างสายถ่ายน้ำตกนั้น เพื่อให้น้ำตกเป็นเส้น ต่อให้เป็นตอนเช้าก็ตามก็ต้องใช้เจ้าขาตั้งกล้องนี้เช่นกัน

อีกหนึ่งประโยชน์คือการตั้งถ่ายตัวเราเอง ที่ไม่มีคนคอยกดถ่ายให้จนต้องใช้รีโมท หรือการตั้งเวลา ก็จำเป็นอย่างยิ่ง จะมาใช้กล้องใหญ่แบบนี้ในการถ่ายเซลฟี่ก็ไม่ใช่ล่ะ เมื่อทราบถึงประโยชน์ของขาตั้งกล้องแล้ว ก็คงจะทราบได้ว่า มันห้ามมีอาการหลวมหรืออาการโยกเยกอะไรทั้งสิ้นไม่ใช่นั้น

มันก็จะไม่นิ่งอย่างเราต้องการ หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือการทำให้กล้องของเรานั้นตกลงพื้นจนเกิดความเสียหายนั้นเอง พูดถึงการทำกล้องตก เพียงแค่นี้ก็รู้สึกขนลุกเลย เพราะมันคงเป็นสิ่งร้ายแรงมากสำหรับคนมีกล้อง นั้นทำให้ขาตั้งกล้องนั้นต้องทำงานได้เต็มระบบโดยไม่มีความผิดปกติใดๆเด็ดขาด

เจ้าไขควงหกเหลี่ยมนี้จึงจำเป็นอย่างมากในการเอาไว้ซ่อมบำรุงขาตั้งกล้องของเรานั้นเอง เพราะขาตั้งกล้องที่มีมาตรฐานนั้น มักจะมีสกูลหัวหกเหลี่ยมที่เป็นเบอร์เดียวกันทั้งนั้น อย่างมากก็มีสองเบอร์ นั้นก็ต้องดูให้ดูว่าขาตั้งกล้องเราใช้แบบไหน เอาจริงๆแล้วนะ ตัวขาตั้งกล้องนั้น

ส่วนมากแล้วจะมีให้มาด้วยอยู่แล้ว โดยไม่ต้องไปหาซื้อ แต่ถ้าเกิดทำหายขึ้นมาก็สามารถไปซื้อได้ตามร้านขายเครื่องมือช่าง หรือร้าน DIY ทั่วๆไป B2S ก็มีเช่นกัน อันเล็กแค่นี้ไม่ต้องกลัวเปลืองเนื้อที่กระเป๋ากล้องหรอกนะ

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

ใครอยากมีความฝัน…ต้องนอน

เด็กสมัยใหม่อยากเป็นคนมีฝัน ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะต้องไปตะกายหาฝันที่ไหน เพียงแค่คุณนอน เฝ้ารอความฝันจะปรากฏขึ้นมาเอง แล้วเมื่อถึงเวลาตื่นนอน คุณอาจจะดื่มด่ำไปกับฝันดีหรือกังวลไปกับฝันร้าย ไหนลองมาดูกันสิว่า “ความฝันมันเกิดขึ้นได้อย่างไรและมันบอกอะไรเราได้”

นักวิทยาศาสตร์หลากหลายสำนักได้มีการหาว่า ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร จนเกิดเป็นหลายทฤษฎี มีการค้นพบ ความฝันมักจะเกิดในช่วงที่เราหลับแบบที่ยังมีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็ว

ซึ่งช่วงนี้เป็นเวลาที่สมองแอคทีฟมากที่สุด โดยพบว่า ความฝันจะสอดคล้องและเชื่อมโยงไปกับความคิด อารมณ์ สิ่งที่เคยประสบพบเจอ สารเคมีในสมองจะนำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้มาผสมกันจนกลายเป็นเรื่องใหม่ที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน หรืออาจเป็นเรื่องเดิมที่คุณเคยพบมาล้ว 

เมื่อคุณฝันร้าย มันกำลังแอบบอกอะไรคุณอยู่

ฝันร้าย…ฝันว่า เจอผี มีคนมาเอาชีวิต มีคนวางยาพิษหรืออาจจะเป็นเรื่องราวที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง ซึ่งฝันในแบบนี้จะแสดงออกมาในด้านลบ ฝันร้ายจะสะท้อนถึงอารมณ์หรือความเครียดรวมไปถึงความกังวลที่เกิดขึ้นในชีวิตในช่วงขณะนั้น บางทีก็สัมพันธ์กับโรคทางจิตเช่นภาวะซึมเศร้า เป็นต้น เคยไหมที่ บางครั้งเมื่อเราฝันร้ายแบบหนักจริงๆก็อาจจะตะโกน ร้องไห้จนทำให้ตื่นจากความฝันนั้นเลยก็เป็นได้ 

อยากเก็บฝันดีเอาไว้ตราบนานเท่านานต้องทำอย่างไร

ฝันดี ใครๆก็อยากมี เคยไหมที่เรากำลังฝันหวาน ฝันถึงใครสักคนที่เราคิดถึง หรือกำลังฝันถึงช่วงวันเวลาที่เราจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตนเองวางไว้ แต่พอตื่นมาได้สักพักก็ดันลืมความฝันอันน่าจดจำเหล่านั้นไปจนหมด เคล็ดลับที่อยากจะจดจำความฝันนั่นไว้คือ เมื่อตื่นลืมตาขึ้นมา

พยายามนั่งนึกถึงเรื่องราวความฝันที่เกิดขึ้นและจดใส่สมุดไดอารีเพราะบันทึกเหล่านี้จะไม่มีวันลบเลือนหายไป อยากซึมซับความฝันนี้อีกทีก็เพียงแค่นำไดอารีมาเปิดอ่านก็สร้างความสุขได้อีกแบบ 

ความฝันที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝันดีหรือฝันร้าย ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในหัวสมองเราเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้น ดังนั้น ความฝันนั้นอาจจะสร้างความสุขให้คุณก็พยายามเก็บไว้ในความทรงจำ แต่ถ้าฝันนั้นทำให้คุณกังวลจนปวดใจก็ปล่อยให้มันหายไปตามกาลเวลาเพราะเมื่อคุณตื่น ฝันร้ายต่างๆก็จะหายไปในไม่กี่นาที 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

บุหรี่ไฟฟ้าไม่ดีต่อเยาวชนจริงหรอ จึงแบนไปแบบนี้

บอกเลยนะว่าเป็นอีกเรื่องที่งี่เง่าจริงๆ สำหรับความคิดคนในประเทศไทยเราแบบนี้ เห็นเหล่าผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นพวกหน้าใหม่ แล้วก็ยังเป็นกลุ่มน้อยจึงใช้วิธีของการใช้คะแนนเสียงเอาชนะแบบนี้มันทุเรสจริงๆเลยนะ บุหรี่ไฟฟ้านั้นเกิดมาเพื่ออะไร

จุดประสงค์มันเป็นจุดประสงค์ที่ดีชัดๆ แต่กลับไม่มองมันอีกเลยแล้วก็โจมตีว่าไม่ดีต่อร่างกาย พอเรื่องนี้เริ่มแดงขึ้นมาแล้วได้ข้อสรุปเพียงแค่ว่า ไม่มีสารหลายตัวที่บุหรี่มวนให้ร่างกาย แล้วก็เหลือสารที่อ้างว่ายังไม่รู้ถึงผลลัพท์ จบเพียงแค่นี้ จบเพียงแค่การรอให้สารพวกนี้ทำพิษกับคน

พอเรื่องนี้เริ่มน่าเบื่อ ก็เลยไปพูดถึงประเด็นใหม่ นั้นคือ บุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่เป็นผลดีกับเหล่าเยาวชน ซะงั้น นี่เอาจริงหรอเนี่ย นี่กล้าเอาประเด็นนี้มาพูดจริงๆหรอ พระเจ้าช่วย ช่างหน้าตกใจ

เรามาเจาะทีละประเด็นกันเลยดีกว่า ประเด็นแรก ประเด็นของราคา คิดว่าราคาแบบไหนที่จะเสี่ยงกับเยาวชนมากกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามันถูกนักหรอ มันแพงกว่าบุหรี่มวนแน่ๆละ บุหรี่มวนนี่มีตั้งแต่ขายเป็นซองยันแบบแยกขายด้วยซ้ำไป ซึ่งง่ายกว่ามาก ต่อมาเรื่องการหาซื้อ โถ่ พ่อคุณ

บุหรี่มวนมีขายทุกที่ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านโชว์ห่วย ร้านเหล้า ผับ บาร์ ทุกที่หาได้ แล้วคิดว่ามันจะมีภัยต่อเยาวชนมากกว่าไหม ต่อมาเรื่องของความอันตราย เอาแต่อ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่สามารถพิสูจน์ ได้หมด แต่จริงๆแล้วอะไรคือเรื่องจริง เรื่องจริงคือมันไม่มีสารอันตรายที่มีในบุหรี่มวน กว่าร้อยชนิด แค่นี้ยังไม่พอเป็นข้อเท็จจริงที่ควรยกมาคุยกันจริงๆหรอ เอาเป็นว่า มือถือสากปากถือศิลกับแบบสุดๆประเทศไทยเรา

การที่บอกไม่มีว่าไม่มีสารอันตรายแล้ว ไม่สนใจ สนใจสารที่มีแต่พิสูจน์ไม่ได้ว่าอันตรายไหม แล้วก็บอกว่ากลับไปสูบบุหรี่มวนเถอะที่เรารู้แล้วว่ามันอันตรายขนาดไหน จะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่รู้ ฟังดูแล้วเป็นไง ฮ่าๆ งี่เง่าพอตัวเลยทีเดียว

เหมือนกับว่าพยายามลบสิ่งที่จะมาใหม่ รณรงค์ของเก่า ไม่สนใจเรื่องเหตุผลจริงๆของมัน สนใจแต่เรื่องของธุรกิจ เยี่ยมยอด ดังนั้นแล้ว โทษใครได้ล่ะ ในเมื่อเยาวชนเราที่มีสมองคิดเป็น ศึกษาแล้วก็ตัดสินใจสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทน กลายเป็นคนทำผิดกฏหมายไปเสียแล้ว เอางี้ละกัน เมื่อไหร่ที่ถูกกฏหมาย คงจะนั่งนึกย้อนกลับมาเองแหละ ว่าก่อนหน้านี้เสียเวลาเพื่ออะไร แต่ดูๆแล้วท่าทางจะไม่มีวันนั้นนะ

ศิลปะกับการถ่ายรูป

การถ่ายรูปนั้นถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะการถ่ายรูปถือเป็นความสวยงามทางศิลปะนั่นเองการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามนั้นจึงต้องมีเทคนิคหลายอย่างและผู้ถ่ายจะต้องมีมุมมองที่แตกต่างจึงจะสามารถสร้างสรรค์รูปถ่ายให้ออกมาสวยงามได้ การถ่ายรูปบางครั้งนั้นหากมองเป็นเรื่องที่ง่ายก็เป็นเรื่องที่ง่าย แต่หากมองเป็นเรื่องที่ยาก ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากอยู่เหมือนกัน

การถ่ายรูปไม่เพียงแต่ว่าใช้กล้องถ่ายแล้วจบไป แต่บางครั้งอาจจะใช่สำหรับคนที่ถ่ายเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นไม่ได้เน้นความสวยงามหรืออาจจะถ่ายเพื่อเป็นกิจกรรมยามว่างเท่านั้นแต่สำหรับคนที่ถ่ายรูปอย่างจริงจังนั้นอย่างเช่นอาชีพตากล้อง

การถ่ายรูปนั้นไม่ได้เพียงแต่ถ่ายเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นแต่จะเน้นในเรื่องความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่แปลกใหม่ด้วย ทำให้คนที่รักในการถ่ายรูปหรือตากล้องนั้นจะต้องมีการศึกษาทั้งภาคทฤษฎีต่างๆและภาคปฏิบัติในการถ่ายรูปควบคู่กันไปทั้งสองอย่างด้วยและต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามเป็นรพยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนานเลยทีเดียว

แต่ในสำหรับคนมีพรสวรรค์ในการถ่ายรูปนั้นถือว่าคนเหล่านั้นโชคดีมากๆเลยทีเดียว เพราะคนเหล่านี้จะใช้เวลาศึกษาเพียงไม่นานก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามได้ และแน่นอนว่าเมื่อมีพรสวรรค์และมีการฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอก็จะทำให้คนๆนั้นมีฝีมือที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ

จนกลายเป็นตากล้องมืออาชีพในอนาคต และต้องบอกว่าอาชีพตากล้องนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวเพราะเนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายรูปนั้นมีราคาที่สูงจึงทำให้ค่าจ้างนั้นสูงตามเช่นกันแต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยความยากลำบากกว่าจะสามารถไต่เต้าขึ้นไปเป็นตากล้องมืออาชีพที่รายได้สูงด้วย

แต่ในปัจจุบันอาชีพาตากล้องนั้นเป็นที่แพร่หลายทำให้มีคนที่ผันตัวมาเป็นคชตากล้องค่อนข้างมาก ทำให้รายได้นั้นอาจจะต้องมีการแข่งขันกันที่ขึ้นนั่นเอง โดยการแข่งขันก็จะต้องวัดจากผลงานของตากล้อง

และสำหรับผลงานของตากล้องนั้น แน่นอนว่าร้อยคนร้อยความคิด ร้อยความสร้างสรรค์ จึงทำให้ตากล้องแต่ละคนนั้นมีการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันออกไป อย่างที่บอกว่าการถ่ายรูปก็ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง จึงทำให้คนที่มองศิลปะนั้นก็อาจจะมีความชอบที่แตกต่างกันไปนั่นเอง

บางครั้งอาจจะมองว่าตากล้องคนนี้นั้นถ่ายรูปสวย แต่ตากล้องอีกคนถ่ายรูปไม่สวย ซึ่งความเป็นจริงแล้วตากล้องทั้งสองคนนั้นถ่ายรูปสวยทั้งคู่ เพียงแต่เราอาจจะชอบในมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ในตากล้องอีกคนมากกว่ามุมมองและความคิดสร้างสรรค์ในตากล้องอีกคนนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

งานประเพณีแห่ดาว

งานประเพณีแห่ดาว ของจังหวัดสกลนคร จะจัดขึ้นทุกในช่วงเทศการวันคริสต์มาส เพราะเชื่อกันว่าเป็นวันประสูติของพระเยซู ได้มีตำนานเล่าว่าก่อนที่พระเยซูจะเกดขึ้นมานั้นได้มีโหราจารย์ได้เห็นดวงดาวที่มีลักษณะส่องแสงสว่างกว่าดวงดาวดวงอื่นมาก จึงได้เดินตามดวงดาวที่มีแสงสว่างนั้นไป

และไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้า ที่เมืองเบธเลเฮม  ของประเทศปราเลสไตน์ นับตั้งแต่นั้นมาประชาชนชาวคริสต์ จึงถือเอาดวงดาวเป็นสัญลักษณ์ในการประสูติของพระเยซูเจ้านับแต่นั้นมา และได้มีประเพณีการแห่ดาวเพื่อระลึกถึงพระเยซูเจ้าตั้งแต่นั้นมา

ชุมชนท่าแร่

คนในชุมชนท่าแร่แห่งนี้มีผู้นับถือสาสนาคริสต์มากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ จึงได้จัดให้มีการให้มีงานประเพณีแห่ดาวเกิดขึ้นในจังหวัดสกลนคร และบ้านช่องในชุมชนคนท่าแร่นี้จะปลูกสร้างบ้านเป็นรูปทรงแบบตะวันตก ผสมกับศิลปะเวียดนาม มีทั้งบ้านไม้และบ้านตึก ซึ่งผู้คนในละแวกนี้ เป็นชุมชนคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ทีสุดในประเทศไทยอีกด้วย อละเมื่อถึงเทศกาลคริสต์มาส

จะตกแต่งบ้านเรือนด้วยการนำเอาดวงดาวมาแขน ตามบ้านเรือนหรือบางบ้านก็มีการนำเอาต้นคริสต์มาสมาประดับด้วย พร้อมทั้งจัดให้มีงานและมีกิจกรรมมากมายเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ประเพณีแห่ดาว

งานประเพณีแห่ดาวจะเริ่มจัดขึ้นในวันที่23-25 ธันวา ในวันที่23เป็นวันแรกจะมีการแห่ดาวขบวนใหญ่ของหมู่บ้านท่าแร่ ซึ่งจะมีรถรวมขบวนแห่กว่า 200คันและจะมีการตกแต่งและร่วมเดินขบวนด้วยเหล่าซานต้าและนางฟ้าตัวน้อย และในวันที่24 จะได้ชมขบวนแห่ดาวมือถือ หรือดาวดวงเล็กนั่นเอง จะมีการแห่ดาวเล็กรอบโบสถ์ และมีพิธี ขอบพระคุณและจูบพระกุมาร และจะมีการแสดงละครเกี่ยวกับเทวดา และมีซุ้มสอนทำดาว

และมีการ้องเพลงประสานเสียง และจับสลากรางวัลแก่ผู้มาร่วมงานบริเวณหน้าวัด วันที่25 จะมีการแห่ดาวดวงใหญ่ของชาวบ้านท่าแร่ ซึ่งมีจำนวนร้อยๆดวง และมีการแห่ดวงดาวของคนในจังหวัดสกลนครด้วยและยังมีของซื้อของขายในงานมากมาย

บรรดานักท่องเที่ยวที่ปีใหม่ ไม่รู้จะไปไหนก็ลองไปเที่ยวชมงานแห่ดาวของชาวจังหวัดสกลนคร เพราะเค้ามีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่มีอาหารพื้นบ้านให้ลองรับประทาน และยังเดินเลือกซื้อของฝากกลับมาบ้าน และยังมีรถรางให้เที่ยวชมชุมชนคนท่าแร่ และยังได้ชมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่สไตล์โคโรเนียน ได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ยังงัยก็ลองมาเที่ยวชมงานประเพณีแห่ดาวของชาวท่าแร่กันดู

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ผ่านเว็บ

ลำดับที่จะเปลี่ยนไปเมื่อจีนได้เป็นมหาอำนาจของโลก

ภาพยนต์จะต้องได้รับการอนุมัติจากจีนก่อนออกฉาย

ประเทศจีนได้รับการตำนิจากเป้าหมายของพวกเขา พวกเขาต้องการให้ภาพยนต์ในโรงภาพยนต์เป็นเหมือนดังที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่ได้มีการกล่าวเอาไว้ว่าของยกย่องพรรคคอมมิวนิสต์ของเราประเทศของเราและวีระบุรุษของเราและเพื่อให้แน่นใจว่าประเทศจีนของเราจะถูกพันนะนาว่าได้เป็นสถานที่ทีทมีอารยธรรมที่ดีได้มีประวัติมาอย่างยาวนานได้มีรัฐบาลที่ดีและยังได้มีเศรษฐกิจที่ได้พัฒนาแล้ว

ทางรัฐบาลประเทศจีนนั้นจึงได้เริ่มก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนต์เป็นของตนเองเพื่อที่จะพยายามที่จะสร้างภาพยนต์ตามอุดมการเหล่านั้นออกฉายพวกเขากำลังได้สร้างภาพยนต์ตัวเองอยู่เช่นเมื่อเร็วนี้ในภาพยนต์เรื่องTHEGREATWALLตำนานวีระบุรุษกำแพงเมืองจีนซึ่งได้นำแสดงโดยนักแสดงแม็ตต์เดม่อนก็ได้มีการเขียนเนื้อเรื่องในลักษณะการถ่ายทอดวัฒนธรรมของจีนโบราณ

ซึ่งพูดถึงตำนานกำแพงเมืองจีนที่ไม่ได้ถูกสร้างเพียงเพื่อป้องกันจากการโจมตีจากกองทัพมองโกลเท่านั้นแต่ยังมีเอาไว้เพื่อป้องกันการรุกรานของอสูรกายร้ายที่จะคอยขย้ำคาดเอาชีวิตของผู้คนจนกลายเป็นที่มาของการรวมตัวของเหล่านักรบหลากหลายเชื้อชาติโดยได้มีการดัดแปรงข้อมูลจากทางประวัติศาสตร์จริงและนอกจากนี้ประเทศจีนยังสามารถทำให้ประเทศอื่นๆแก้ไขบนภาพยนต์

เพื่อพวกเขาได้เช่นในเรื่องRED DAWNหน่วยรบพันสายฟ้าฉบับในปี2012บนภาพยนต์ที่ถูกแก้ให้จอมวายร้ายในเรื่องถูกเป็นจากจีนไปเป็นเกลาหลีเหนือเมื่อใดที่ประเทศจีนได้มรอำนาจมากขึ้นจึงกลายมาเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกเมื่อถึงตอนนั้นภาพยนต์กระแสหลักทุกเรื่องที่คุณเห็นไม่ว่าจะเป็นจากที่ใดก็ตามจะต้องได้รับการดำเนินการจากแผนกโฆษณาชวนเชื่อและถูกปรับแต่งจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากรัฐบาลประเทศจีนเสียก่อนถึงจะสามารถที่จะออกฉายได้

ญี่ปุ่นจะถูกตัดออกจากสังคมนานาชาติ

ตามที่Shella A Smlthจากสภาความสำพันระหว่างประเทศได้กล่าวเอาไว้ว่าไม่มีประเทศใดที่รู้สึกว่าจีนจะกำลังยืนขึ้นได้อย่างลึกซึ้งได้เท่าญี่ปุ่นเส้นทางสู่มหาอำนาจของจีนนั้นญี่ปุ่นถึงเป็นปราการสำคัญที่คอยขัดขวางมากกว่าประเทศอื่นๆฉนั้นเมื่อใดก็ตามที่จีนได้ขึ้นจุดสูงสุดของอำนาจญี่ปุ่นจะเหลือเพียงแค่สองทางเลือกเท่านั้น

นั้นคือต้องยอมทำตามความประสงค์ของจีนหรือไม่ก็ถูกตัดออกไปจากในสังคมนานาชาติจีนนั้นยังได้ให้อภัยญี่ปุ่นในเรื่องความโหดร้ายที่ญี่ปุ่นได้กระทำกับจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและในส่วนหนึ่งเป็นเพราะญี่ปุ่นไม่เคยขอโทษจีนอย่างจริงจังและจริงใจ

การสังหารโหดญี่ปุ่นยังคงเป็นสาระสำคัญในการโฆษณาชวนเชื่อของจีนเพื่อให้รัฐบาลจีนสามารถแน่ใจได้ว่าพลเมืองของตนจะไม่ลืมว่าญี่ปุ่นเคยเป็นศัตรูตัวสกาจของจีนมาก่อนในตอนนี้ญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีอาการใดๆในการถกเถียงของประเทศจีนแต่เมื่อญี่ปุ่นไม่ให้ในสิ่งที่จีนต้องการแล้วละก็ญี่ปุ่นอาจจะตกที่นั่งลำบากเมื่อจีนเข้ายึดครองอำนาจของโลกได้สำเร็จ

ประวัติหลวงปู่โสมเฝ้าทรัพย์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อหลวงปู่โสมเฝ้าทรัพย์กันมาบ้างวันนี้จะมาเล่าประวัติของหลวงปู่โสมเฝ้าทรัพย์ให้ทุกคนได้ทราบกันโดยเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของพระองค์เจ้าพีระซึ่งพระองค์บอกว่าในชีวิตพระองค์ไม่เคยเชื่อเรื่องผีมาก่อนเลยแต่พระองค์ได้พบประสบพบเจอกับตนเอง

เพราะว่ามีอยู่มาวันหนึ่งมีพรภิกษุสงนำลายแทงสมบัติมามอบให้กับพระองค์ซึ่งในลายแทงนั้นมีการระบุเอาไว้ถึงที่ซ่อนสมบัติจำนวน 16แห่งและยังบอกด้วยว่าภายในบริเวณพื้นที่ของเมืองกรุงศรีอยุธยายังมีที่ซ่อนสมบัติอีก 300กว่าแห่งท่านจึงได้เดินทางไปติดต่อกับกรมศิลปากรเพื่อทำการของคุณสมบัติโดยมีการทำสัญญากับกรมศิลปากรไว้ว่าถ้าจะขอส่วนแบ่ง 10% ในการขุดและอีก90%จะมอบให้กับกรมศิลปกร

ซึ่งเมื่อตกลงกันได้ทั้งองพีระก็ได้ทำการนำรถไปขุดตรงจุดที่ลายแทงมีการบอกเอาไว้ซึ่งพระองค์ได้สั่งเครื่องสแกนมาทำการสแกนหาจุดฝังสมบัติและเมื่อเครื่องสแกนดังท่านก็ให้คนขุดดินลงไปแต่ขุดเท่าไหร่ก็เจอเพียงแค่ถ้วยชามเท่านั้นซึ่งก่อนที่จะมาขุดทางไปหาข้อมูลมาแล้วว่าตรงบริเวณนี้เป็นจุดที่ฝังสมบัติของพระมเหสีของพระเจ้าอู่ทองและตั้งแต่พระองค์สั่งให้คนขุดหาสมบัติพระองค์ก็พบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดมา

โดยตลอดซึ่งส่วนใหญ่แล้วพระองค์จะได้ยินเสียงใครขายคนขุดดินอยู่รอบบริเวณบ้านของตนเองแต่เมื่อไปดูก็จะไม่เห็นมีอะไรโดยจะเป็นแบบนี้อยู่ทุกวันและเมื่อพระองค์ได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปเล่าให้คนอื่นฟังทุกคนต่างก็บอกว่าให้พระองค์หยุดขุดเพราะเกรงจะเกิดอาถรรพ์แต่พระองค์ก็ไม่ส่งเชื่อยังคงสั่งให้คนงานขุดต่อไป

ซึ่งระหว่างนี้เราคนงานก็มีทยอยเสียชีวิตไปมีอยู่วันหนึ่งพระองค์ทรงเห็นผู้ชายสูงใหญ่คนหนึ่งโดนตรงเข้ามาหาโดยชายคนดังกล่าวแต่งชุดไทยโบราณแบบทหารแต่ว่าไม่มีหัวแต่คนอื่นที่บริเวณนั้นไม่มีใครมองเห็นนอกจากพระองค์คนเดียวพระองค์นำเรื่องนี้ไปเล่าให้พระที่พระองค์นับถือฟัง

โดยพระบอกว่านั่นคือปู่โสมเฝ้าทรัพย์เขามาเตือนไม่ให้ไปยุ่งกับสมบัติของเค้าแต่องค์พีระก็ไม่สนใจฟังยังคงสั่งให้คนงานขุดดินหาสมบัติเหมือนเดิมจึงส่งผลให้คำสาปแช่งที่มีการเขียนไว้ตรงแผนที่เป็นจริง เพราะหลังจากนั้นคนสนิทขององค์พีระ ต่างก็พากันล้มตาย และกิจการขององค์พีระที่ทำอยู่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ หลังจากเกิดเรื่องราวมากมายท่านก็ทรงล้มเลิกความคิดที่จะขุดเอาสมบัติขึ้นมาและไม่มีกล้าที่จะขุดสมบัติอีกเลย

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของรองเท้ายี่ห้อConverse

ว่ากันว่ารองเท้าแบรนด์ Converse นั้นเป็นแบรนด์ตามที่สร้างขึ้นจากอเมริกา โดยแบรนด์นี้มีการจัดตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1917 และผู้ที่มีความคิดริเริ่มจัดตั้งบริษัทรองเท้า Converse เป็น Marquis Mills Converse ทีแรกๆที่มีการผลิตรองเท้า Converseออกมานั้น

ทางบริษัทเน้นย้ำแนวทางการทำรองเท้าในการเล่นกีฬา โดยรองเท้า Converse ที่ผลิตออกมาเป็นสินค้าตัวแรกเป็น All Star ที่จะมีเครื่องหมายรูปดาวสีน้ำเงินในวงกลมพร้อมกันนั้นก็มีตัวหนังสือเขียนว่า Converseไว้ที่รองเท้าด้วย ซึ่งในปี ค.ศ. 1936 ถือได้ว่าเป็นปีทองคำของรองเท้าแบรนด์นี้เลยก็ว่าได้ไพเราะเป็นรองเท้าที่นักกีฬาทั้งโลกรู้จักรวมทั้งพวกเขามักจะสวมใส่เวลาเล่นกีฬากันมากมาย 

จนกระทั่งขนาดที่ว่าสำหรับในการแข่งกีฬาโอลิมปิกในปีนั้นนักกีฬาบาส นักบาสเก็ตบอลทุกคนต่างก็สวมรองเท้า Converse รุ่น Chuck Taylor All Star เว้นแต่รองเท้าแบรนด์นี้จะนิยมในกลุ่มนักกีฬาแล้วยังเป็นที่ชื่นชอบใส่กันในกลุ่มของทหารอีกด้วย 

โดยยิ่งไปกว่านั้นทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับรองเท้า Converse ได้รับความพึงพอใจมาอย่างช้านานและก็ถึงตอนหลังๆจะมีรองเท้ายี่ห้ออื่นเริ่มเปิดตัวมาเป็นคู่ปรปักษ์ แต่ว่าก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ดีโดยในช่วงนั้นการแบ่งส่วนแบ่งทางการตลอดของรองเท้า แบรนด์ Converse ได้ส่วนแบ่งการตลาดมากมายสุดมากถึง 80% อย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นมาในตอนปี ค.ศ. 2001 บริษัทกำเนิดมีปัญหาจนกระทั่งเกือบจะที่จะล้มละลาย จนกระทั่งทางบริษัทยี่ห้อ Nike จำต้องเข้ามาช่วยเหลือ

โดยการเข้ามา เทคโอเว่อร์ รวมทั้งปรับปรุงต้นแบบรองเท้าให้มีความสวยสดงดงามมากขึ้นเรื่อยๆ สีสันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก็วางแบบให้ผู้คนทั่วๆไปสวมได้ด้วยเว้นเสียแต่นักกีฬารวมทั้งทหาร หญิงและก็ชายสามารถใส่แล้วดูดีหมดทำให้ Converse กลับมาเป็นที่พอใจของทุกคนอีกที รวมทั้งถ้าเกิดคนไหนที่ไม่ใช่สาวกของรองเท้า Converseตัวจริงจะรู้สึกว่ารองเท้าแบรนด์นี้ไม่ค่อยมีอะไรแต่ว่าแตกต่างแต่ว่าชอบถูกใจมีชื่อเรียกที่แตกต่าง ด้วยเหตุนี้ พวกเราจะมาเสนอแนะแต่ละรุ่นว่ามีความไม่เหมือนกันอย่างไรบ้าง

  1. Chuck Taylor All Atar สำหรับรุ่นนี้แม้ว่าจะแก่มากยิ่งกว่า80ปีมาสุดแต่ก็ยังเป็นรุ่นคลาสสิกที่คนจำนวนมากนิยมสวมกันแบบไม่ตกเทรน เนื่องจากว่ารองเท้ารุ่นนี้จะใส่สบายและก็คงทน รวมทั้งมีชีวิตชีวาเรียบง่าย เหมาะสมกับการใส่กับชุดอะไรก็ได้ ตอนนี้มีทั้งยังแบบห่อหุ้มข้อแล้วก็แบบข้อสั้น
  2. Conns สำหรับรุ่นนี้จะย้ำเรื่องของน้ำหนักค่อยและก็ยึดเกาะพื้นก้าวหน้าได้รับความนิยมกันมากมายในตอนสมัย90
  3. Jack Purcell สำหรับรุ่นนี้จะเน้นย้ำของหัวข้อการรับน้ำหนักและก็การคุ้มครองการชนเนื่องจากว่ารุ่นนี้ดีไซน์มาเพื่อนักกีฬาแบดมินตันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
  4. Chuck Taylor All Atar II สำหรับรุ่นนี้เป็นรุ่นเปลี่ยนแปลงมาจากรุ่นแรกรุ่นนี้จะน้ำหนักเบาใส่แล้วไม่เมื่อยล้าเท้า 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

เมืองลับแลเป็นเมืองลี้ลับ

เมืองลับแล

คนในจังหวัดอุตรดิตถ์มักจะได้ยินเรื่องเล่านี้มาบ้างไม่มากก็น้อย และเป็นเมืองที่มีตำนานเล่าขานให้ฟัง เมืองลับแลมีความเป็นอยู่คล้ายมนุษย์กึ่งเทพและกึ่งมนุษย์และบรรดาสัตว์เดรัจฉานก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ และข้าวของเครื่องใช้ก็ใช้ด้วยการเนรมิตขึ้นมา และห้ามพูดปดโกหก ในบริเวณที่อยู่ในเมืองนี้

เมืองลับแลเป็นเมืองลี้ลับ

  เมืองลับแลเป็นเมืองที่ลี้ลับ มีทางเลี้ยงลดซับซ้อนกว่าจะเข้าไปถึงได้ และผู้คนในหมู่บ้านจะเป็นหญิงม่ายเป็นส่วนใหญ่ และจะยึดมั่นในความดี มีศีลธรรมและวาจาสัตว์เป็นหลัก และต่อมาได้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินหลงป่ามาได้เห็นผู้หญิงหลายคนเดินออกมา ด้วยความสงสัยและอยากรู้จึงเดินตามพวกผู้หญิงและได้หลงเข้าไปในเมืองลับแลนั้น และได้เห็นว่าเมืองนี้มีแต่ผู้หญิง และได้เกิดรักใคร่ชอบพอกับผู้หญิงในหมู่บ้านคนหนึ่งและได้อยู่กินกันตามประสา ผัว เมีย และฝ่ายหญิงขอสัญญาจากฝ่ายชายว่าห้ามพูดเท็จ ฝ่ายชายก็ตกลง

และทั้งสองก็อยู่กินกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งมีลูกด้วยกันคนหนึ่ง วันหนึ่งฝ่ายหญิงได้ออกไปเก็บผักหาฟื้น และลูกก็ร้องไห้ด้วยความหิวนม ผู้เป็นพ่อไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้บอกลูกว่าแม่กลับมาแล้ว ลูกจึงหยุดร้องไห้ และเมื่อภรรยาทราบว่า สามีของตัวนั้นโกหก จึงต้องให้สามีออกจากเมืองลับแลนี้ไป

ชาวบ้านต่างก็มาไล่ให้ผู้เป็นสามีออกไป นางจึงเกิดความสงสารสามีจึงหยิบขมิ้นใส่กระเป๋าจนเต็มให้สามีไปด้วย แต่ด้วยระยะการเดินทางนั้นไกล สามีจึงหยิบขมิ้นนั่นทิ้งไปตลอดทางจนเหลือหัวเดียว เมื่อตนมาถึงบ้านจึงหยิบขมิ้นที่เหลือนั่นออกมา พบว่ากลายเป็นทอง และจึงได้วิ่งกลับมาคิดจะเก็บขมิ้นที่ทิ้งไปแล้ว แต่ก็ไม่พบขมิ้นนั้นเลย

ตำนานเมืองลับแล

ในสมัยก่อนนั้นเมืองลับแลเป็นป่าชุกชุมไปด้วยสัตว์มากมาย และนายพรานที่สามารถเข้าไปได้ นั้นต้องมีวิชาแกร่งกล้า แต่ก็มีเรื่อเล่าเมื่อได้เข้าไปแล้วไม่มีพรานคนไหนออกมาได้อีกเลยต่างก็สูญหายกันไปหมด และได้มีการเล่าว่าเมื่อนายพรานเข้าไปแล้วจะมีผีป่า มาจำแลงกายมาเป็นสาวงามมาล่อลวงนายพรานและถูกกินเป็นอาหารแก่ผีป่ากันหมด และต่อมาได้มีนายพรานที่มีวิชาอาคมหรือจอมขมังเวทได้ชักชวนเพื่อนอออกไปล่าสัตว์อีกสองคน จึงมีเพื่อนเดินทางสามคนและก็ได้หลงเข้าไปในป่าของเมืองลับแล

และก็ได้ถูกผีสาวหลอกไปกินถึงสองคน ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นได้ถูกผีสาวนำเข้าไปอยู่ในถ้ำ และได้เอาทำสามีเมื่อผีสาวออกไปหาอาหารก็จะทำการปิดถ้ำไว้เพื่อไม่ให้สามีของตนไปไหน อยู่กันมาไม่นานก็ได้เกิดมีลูกด้วยกันเมื่อถึงเวลาที่ผีสาวจะออกไปหาอาหารกิน ลูกก็ได้เล่นอยู่บริเวณหน้าปากถ้ำและได้ทำก้อนหินถูกปากถ้ำ

ปากถ้ำจึงเปิดออกชายหนุ่มจึงวิ่งหนีออกมาได้และเมื่อผีสาววิ่งตามชายหนุ่มจึงโดดลงหลุม ผีสาวนึกว่าชายหนุ่มตายจึงได้ จึงได้โยนถุงย่ามให้สามีเอาไว้ใช้ในเมืองผี และเมื่อชายหนุ่มหนีรอดออกมาได้จึงได้เปิดถุงย่ามดูเป็นทอง จึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับต้นให้บรรดาญาติพี่น้อง และเพื่อนพ้องฟัง

 

สนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ