วัฒนธรรมเกาหลี คู่มือประวัติศาสตร์ ศุลกากร ผู้คน และยุคสมัยใหม่

คุณอยากรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเกาหลีหรือไม่? หลายๆ คนคงเป็นเพราะวัฒนธรรมในเกาหลีใต้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก บางทีคุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับ K-Pop, K-Dramas, อาหารเกาหลี หรือภาพยนตร์เกาหลี แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องเหล่านี้มากนัก หรือบางทีคุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับเกาหลีใต้มาบ้างแล้ว และคุณสงสัยว่าประเทศนี้เกี่ยวกับอะไร

ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมเกาหลี วัฒนธรรมเกาหลีเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมต่อเนื่องที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกว้าง ทุกวันนี้ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ยังคงมีอยู่ในเกาหลีปัจจุบัน ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม เดิมทีมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์นี้มีการแบ่งปันกันค่อนข้างเหมือนกันทั่วทั้งคาบสมุทรเกาหลีและแม้แต่ทางตอนใต้ของแมนจูเรีย วัฒนธรรมเกาหลีประกอบด้วยประวัติศาสตร์ ประเพณี ประเพณี และความเชื่อทั้งหมด

มันถูกหล่อหลอมโดยราชวงศ์ที่แตกต่างกัน สงคราม การเปลี่ยนแปลงในความเชื่อทางศาสนา ความทันสมัยของโลกโดยรวม และขนบธรรมเนียมและประเพณีอื่น ๆ อีกมากมายที่สืบทอดกันระหว่างรุ่น โดยประสบกับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละรุ่น

ความตึงเครียดอันยาวนานระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ซึ่งถูกแยกออกเป็นประเทศของตนในปี 2488 ยังคงก่อตัวขึ้นทั้งสองประเทศในปัจจุบัน

วัฒนธรรมเกาหลียังประกอบด้วยอาหาร วันหยุด กีฬาประจำชาติ และบรรทัดฐานทางสังคม ตลอดจนวัฒนธรรมสมัยนิยมในรูปแบบของดนตรี ภาพยนตร์ ละคร และแฟชั่น บนพื้นผิวที่มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และนี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของวัฒนธรรม

โดยรวม ข้อเท็จจริงพื้นฐานเกี่ยวกับเกาหลี คาบสมุทรเกาหลีซึ่งประกอบด้วยเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความเป็นเนื้อเดียวกันมากที่สุดในโลก หมายความว่าเกือบทุกคนที่อาศัยอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของภูมิภาคนี้เป็นเชื้อสายเกาหลี ในเกาหลีใต้ ประชากรชาวเกาหลีคาดว่าจะเกิน 51 ล้านคนเล็กน้อย และมากกว่า 25 ล้านคนเล็กน้อยในเกาหลีเหนือ

วัฒนธรรมเกาหลี นอกจากนี้ยังมีชาวเกาหลีเชื้อสายประมาณ 7.4 ล้านคนที่อาศัยอยู่ทั่วโลก ภาษาพื้นเมืองคือภาษาเกาหลี ซึ่งคุณสามารถอ่านทั้งหมดได้ที่นี่ สุดท้ายนี้

ประเภทการปกครองของพวกเขาคือสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ความเชื่อของชาวเกาหลี รากฐานทางจิตวิญญาณและความเชื่อของชาวเกาหลีสร้างขึ้นจากศาสนาขงจื๊อ พุทธศาสนา และศาสนาคริสต์เป็นหลัก ในจำนวนนี้ โดยเฉพาะลัทธิขงจื๊อมีอิทธิพลมาอย่างยาวนานในเกาหลี และปรัชญาการเมืองและสังคมของลัทธิขงจื๊อยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในเกาหลีในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ยังปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในสังคมที่ชาวเกาหลีใต้ที่นับถือศาสนาพุทธคิดเป็น 46% ของประชากร และพื้นที่จำนวนมากในเกาหลีใต้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นเป็นวัดในศาสนาพุทธ

ตัวอย่างเช่น แนวคิดเรื่องลำดับชั้นในเกาหลีมาจากลัทธิขงจื๊อ ลำดับชั้นถูกสร้างขึ้นตามอายุ สถานะงาน ระดับการศึกษา และอันดับทางสังคมโดยทั่วไปของบุคคล ต้องขอบคุณลัทธิขงจื๊อที่ให้ความสำคัญกับการเคารพผู้อาวุโสและบรรพบุรุษเป็นอย่างมาก และถึงแม้ว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ชาวเกาหลีใต้จะมีความเป็นปัจเจกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เกาหลียังคงเป็นสังคมส่วนรวมส่วนใหญ่

โดยครอบครัว สถานที่ทำงาน ธุรกิจ และการรับรู้ของผู้อื่นมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นพลวัตของครอบครัวแบบที่ลูกชายคนโตของครอบครัวมีความรับผิดชอบเพิ่มเติมในครอบครัว เขายังได้รับการคาดหวังให้ดูแลพ่อแม่เมื่อถึงวัยเกษียณอีกด้วย

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ

เสริมสร้างการเชื่อมโยงเทคโนโลยีวัฒนธรรมระหว่างอาเซียนและเกาหลีใต้

เสริมสร้างการเชื่อมโยงเทคโนโลยี ในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมานั้น เกาหลีใต้ต้อนรับประธานาธิบดีคนใหม่ ยุนซอกยอลจากพรรคฝ่ายค้านของประธานาธิบดี มูนแจอินการได้รับชัยชนะจากพรรคอนุรักษนิยมด้วยคะแนนใกล้เคียงกันที่ 0.8 เปอร์เซ็นต์

 

แสดงให้เห็นถึงคะแนนเสียงที่แตกแยกและความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อคณะบริหารของมุน ในประเด็นนโยบายต่างประเทศ เราอดสงสัยและตั้งคำถามไม่ได้ว่าอาเซียนจะยังคงเป็นจุดสนใจของวิถีนโยบายต่างประเทศของเกาหลีใต้ในอนาคตหรือไม่ กลยุทธ์มองใต้ของมูนหรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อ New Southern Policy (NSP) ถูกนำมาใช้ในปี 2560

เมื่อโซลพยายามที่จะขยาย “จุดเน้นจากความสัมพันธ์ที่เป็นศูนย์กลางการค้าไปสู่การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี วัฒนธรรม ศิลปะ และผู้คน” NSP ประกอบด้วยสามเสาหลัก: ความเจริญรุ่งเรือง ผู้คน และสันติภาพ เขาให้ความสำคัญกับประชาชน โดยโต้แย้งเรื่องการสร้างชุมชนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งได้รับการต้อนรับจากอาเซียน

เนื่องจากประชาคมอาเซียนมีจิตวิญญาณที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางในโครงการประชาคมอาเซียน

มีการระบุว่าเกาหลีใต้ต้องสานสัมพันธ์กับอาเซียนต่อไป สิ่งสำคัญคือต้องรับประกันความต่อเนื่องและความยั่งยืนของการมีส่วนร่วมนี้ในอนาคต หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการทำเช่นนั้นคือใช้ประโยชน์จากสิ่งที่โซลมีดี นั่นคือเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ด้วยความเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมเป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโซลในการเข้าร่วมกับอาเซียน ความเป็นอันดับหนึ่งด้านดิจิทัลได้รับการยอมรับจากสาธารณชนในอาเซียน

ด้วยความชื่นชมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่รวดเร็วและการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในขณะเดียวกัน วัฒนธรรมเกาหลี (ฮันรยู) ก็รุกคืบเข้าสู่เยาวชนอาเซียนอย่างลึกซึ้ง เพิ่มความน่าดึงดูดใจของกรุงโซลและเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ

NSP ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนการเปิดตัว NSP เกาหลีใต้หมกมุ่นอยู่กับมหาอำนาจทั้งสี่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย นโยบายนี้พยายามที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับอาเซียนและจัดการกับพลวัตกับสหรัฐอเมริกาและจีน นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมา นโยบายต่างประเทศนี้ถือเป็นนโยบายต่างประเทศที่สอดคล้องกันมากที่สุดภายใต้การบริหารของมูน ใกล้สิ้นสุดวาระของมูน NSP แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่น่าทึ่ง การลงนามความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างครอบคลุมในปี 2563

เป็นการยืนยันถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นภายใต้เสาหลักแห่งความเจริญรุ่งเรือง สำหรับเสาหลักด้านผู้คน การเคลื่อนไหวและการแลกเปลี่ยนทางกายภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนเกิดโควิด-19 ปัจจุบัน การริเริ่มการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลได้เข้ามาแทนที่แพลตฟอร์มออฟไลน์ผ่านการใช้โซเชียลมีเดียโดยสถาบันของเกาหลีใต้ในการเผยแพร่ฮันรยู

ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผู้คนเฟื่องฟู สายสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างอาเซียนและเกาหลีใต้นั้นแน่นแฟ้น ศักยภาพของเสาหลักผู้คนนั้นสูงในอาเซียนท่ามกลางความเชื่อมโยงของเทคโนโลยีและวัฒนธรรม

ด้วยจำนวนประชากรทั้งหมด 655.9 ล้านคนในปี 2019 ไม่เพียงแต่ภูมิภาคนี้จะอยู่ในอันดับที่สามในฐานะอนุภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุด แต่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรเยาวชนจำนวนมหาศาลอีกด้วย เกือบ 60% ของประชากรอาเซียนมีอายุต่ำกว่า 35 ปี

ในด้านเทคโนโลยี อาเซียนเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสารสนเทศ และตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือเยาวชน แนวโน้มด้านดิจิทัลของอาเซียนมีแนวโน้มสดใส อาเซียนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใหม่ 125,000 รายต่อวัน ศูนย์อาเซียน-เกาหลีรายงานว่ามากถึง 80% ของประชากรทั้งหมดสามารถเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตส่วนบุคคล และการเจาะสื่อสังคมออนไลน์นั้นลึกลงไปถึง 70% ของประชากรอาเซียน Facebook, Twitter และ Instagram เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอันดับต้น ๆ ที่เยาวชนอาเซียนมีส่วนร่วมทุกวัน ก็เรียกว่าเป็นการร่วมมือใหผู้คนนั้นมีส่วนร่วมมากขึ้น

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ

ประวัติ 4 อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณ    

  อาณาจักรโยนกเชียงแสน

          ประวัติ 4 อาณาจักร อาณาจักรเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย และมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-19มีศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงรายในปัจจุบันก่อร่างสร้างอาณาจักร.  Ufabet เข้าสู่ระบบ   โดยพระเจ้าสิงหนวัติที่อพยพผู้คนลงมาจากมณฑลยูน

นานทางตอนใต้ของประเทศจีนและมีพญานาคมาช่วยสร้างเมืองบริเวณลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงจึงเรียกชื่อว่าเวียงโยนกนาคพันธุ์มีกษัตริย์ปกครองต่อเนื่องยาวนานกว่าสี่สิบห้าพระองค์

          โยนกเชียงแสนถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขอมในเวลาต่อมาก่อนที่จะกอบกู้เอกราชกลับมาได้สร้างเมืองใหม่ที่เวียงไชยปราการแต่สุดท้ายเหมืองยุบตัวกลายเป็นหนองน้ำด้วยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าเกิดจากการที่ชาวบ้านจับปลาไหลเผือกได้และนำไปถวายกษัตริย์จึงโปรดให้ทำเป็นอาหารแบ่งปันกันทั่วทั้งเมืองจึงได้เกิดอาเพศขึ้นจนถึงขั้นบ้านเมืองล่มสลาย

อาณาจักรหริภุญชัย

          มีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดลำพูนเป็นอาณาจักรสำคัญในภาคเหนือที่มีอายุกว่า 600 ปีมีกษัตริย์ปกครองรวม 29 พระองค์รุ่งเรืองอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับโยนกเชียงแสนก่อตั้งขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 13 โดยฤาษีวาสุเทพแต่ผู้ที่ทำให้อาณาจักรเป็นที่รู้จักในวงกว้างก็คือพระนางจามเทวี

ซึ่งเป็นพระธิดาของกษัตริย์ของจากเมืองละโว้สนามได้ก่อสร้างบ้านเมืองทำนุบำรุงศาสนาและศิลปวัฒนธรรมทางที่หริภุญชัยและเขลางค์นครลำปางด้วยสิ่งที่ยังคงหลงเหลือความยิ่งใหญ่มาจวบจนถึงปัจจุบันคือพระธาตุหริภุญชัยโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง 

    อาณาจักรล้านนา

     พญามังรายกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งในอาณาจักรภาคเหนือจะรวบรวมอาณาจักรใหญ่น้อยในภาคเหนือเข้าไว้ด้วยกันซึ่งรวมถึงโยนกเชียงแสนหริภุญชัยเขลางค์นครลำปางก่อตั้งอาณาจักรล้านนาดาราพุทธศักราช 1839 มีศูนย์กลางอยู่ที่นพรัตน์ศรีนครพิงค์เชียงใหม่

โดยพระยามังรายพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งอาณาจักรสุโขทัยและพ่อขุนงำเมืองแห่งเมืองพะเยาเป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานปฏิญาณว่าทั้ง 3 เมืองจะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

          อาณาจักรล้านนารุ่งเรืองในพื้นที่ภาคเหนืออย่างยาวนานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19-25 มีศิลปะวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์มีภาษาเป็นของตัวเอง เจริญรุ่งเรืองอย่างยาวนานก่อนจะตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าและกรุงศรีอยุธยาในเวลาต่อมา

ซึ่งล้านนายังคงสถานะเป็นเมืองประเทศสราชมาโดยตลอดจนกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์และจัดระบบการปกครองเชียงใหม่ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของอาณาจักรล้านนา 

   อาณาจักรโคตรบูรณ์

        อาณาจักรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณภาคอีสานตอนเหนือของไทยต่อเนื่องไปยังสปปลาวมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดนครพนมและมรุกขนครพระธาตุของสปปลาวในปัจจุบันเป็นอาณาจักรที่ดำรงอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-15 สิ่งก่อสร้างสำคัญที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของอาณาจักร

คือพระธาตุพนมเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีรูปแบบศิลปะวัฒนธรรมเฉพาะตัวภายในบรรจุพระอุรังคธาตุคือพระบรมสารีริกธาตุส่วนของหน้าอกของพระพุทธเจ้าและมีตำนานเก่าแก่ที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันกับพุทธศาสนาที่เล่าสืบต่อกันมา 

ประวัติการปลูกพืชเป็นแบบแถวและเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์

 

      เราไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าต้นกำเนิดของมนุษย์นั้นมีจุดกําเนิดอย่างไรในช่วงยุคแรกๆนั้นผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างไร เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์   ซึ่งส่วนใหญ่ที่มีการพูดคุยกันอยู่ในปัจจุบันนี้ก็เป็นลักษณะของข้อสันนิษฐานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่สิ่งที่หนึ่งที่เราสามารถรู้ได้เลย

ก็คือในสมัยโบราณนั้นมนุษย์ในยุคก่อนก่อนนั้นมักจะมีการตั้งถิ่นฐานอยู่ด้วยกันและกันเลี้ยงชีพของพวกเขาเหล่านั้นก็คือการเพาะปลูกผักหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้สำหรับในการเป็นอาหารนั้นเอง  

       อย่างที่เรารู้กันดีว่าในสมัยก่อนนั้นผู้คนไม่ได้มีการนำอาหารออกมาเพื่อทำการค้าขายแต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเลี้ยงเอาไว้กินกันเองดังนั้นจึงต้องหาวิธีการที่จะสามารถเลี้ยงสัตว์หรือว่าปลูกผักได้ให้ได้ผลประโยชน์มากที่สุดซึ่งเชื่อกันว่าในระยะแรกนั้นต่างก็จะใช้วิธีการนำเมล็ดพืชพันธุ์ไปหว่านลงดิน

เพื่อที่จะได้ทำการปลูกพืชแต่แน่นอนว่ากรณีที่เราเอามาได้ไปหว่านตามดินต่างๆอย่างเดียวนั้นบางทีมันก็เสี่ยงที่เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นอาจจะไม่เจริญงอกงามซึ่งทำให้สูญเสียเมล็ดพันธุ์ไปฟรีๆได้

       อย่างไรก็ตามมีการเปิดเผยออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการหว่านเมล็ดพันธุ์ของคนจีนว่าในสมัยโบราณนั้นชนชาติจีนเป็นชนชาติแรกที่รู้จักกันฝังกลบเมล็ดพันธุ์และการปลูกพืชให้เป็นแถวเป็นแนวซึ่งว่ากันว่าขั้นตอนต่างๆเหล่านี้นั้นชาวจีนรู้จักมานานมากกว่า 2600 ปีมาแล้วที่สำคัญไม่ใช่เพียงแค่การนำมาใช้ประโยชน์ลงดินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

        แต่คนจีนในสมัยโบราณยังมีการวัดระยะห่างของเมล็ดพันธุ์แต่ละหลุมเพื่อให้เกิดความเหมาะสมซึ่งถ้าหากว่ามีการเว้นช่วงให้ดีจะทำให้เมล็ดพันธุ์หรือพืชผลที่มีการปลูกเอาไว้นั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรงและจะได้ผลิตผลที่ดีกว่าเดิม   นอกจากนี้เทคนิคการปลูกพืชพันธุ์ต่างๆเหล่านี้ก็ถูกมีการเผยแพร่ออกไปในชาติตะวันตกอีกด้วย

          อย่างไรก็ตามจากการค้นพบพบว่าชาติตะวันตกนั้นเพิ่งทำการปลูกเมล็ดพันธุ์แบบเว้นระยะห่างเมื่อประมาณพันปีมาแล้วนั่นหมายถึงว่าชาติจีนเป็นชาติแรกของการคิดค้นการปลูกพืชพรรณแบบเว้นระยะห่างและที่สำคัญจีนเป็นชนชาติที่คิดค้นเครื่องหยอดเมล็ดพันขึ้นมาใช้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวหรือราว 200 ปีก่อน

คริสตกาลโดยใช้เครื่องมือขุดดินตามแนวที่เกษตรกรไทยผ่านมาพร้อมกับหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไปในตัวและปิดหน้าดินได้อย่างรวดเร็วประหยัดเวลาลดการสูญเสียและมีประสิทธิภาพในการงอกมากกว่าเดิม 

         ปัจจุบันการหยอดเมล็ดในหลายประเทศจะใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนแล้ว เพราะรวดเร็วและไม่เหนื่อยอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

นายตำรวจ ถูกหวย 30 ล้านหลังจากขอหลวงพ่อเพชร ด้วยการบนให้เงินซ่อมแซมโบสถ์ 1 ล้านบาท

   นายตำรวจ ถูกหวย 30 ล้าน  เมื่อวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 เป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศเฝ้ารอคอยเป็นอย่างมากเพราะหลังจาก 16:00 น ไปแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเฝ้ารอคอยว่าจะถูกรางวัลจากการซื้อหวยใต้ดินหรือถูกรางวัลจากการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือไม่  ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นช่วงหลัง 16:00 น เป็นต้นไป

แล้วที่จังหวัดพิจิตรมีการรายงานข่าวเข้ามาว่า  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งดวงดีเป็นผู้โชคดีที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และถูกไปทั้งหมด 5 ใบด้วยกันทำให้นายตำรวจรายดังกล่าวนั้นได้รับเงินรางวัลสูงถึง 30 ล้านบาทเลยทีเดียว

     สำหรับนายตำรวจที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาทประจำงวดวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 นั้นชื่อว่าร้อยตำรวจเอกวินัยซึ่งในขณะนี้เหลือเพียงอีกแค่ประมาณ 4 เดือนเท่านั้น

นายตำรวจคนนี้ก็จะทำการเกษียณอายุแล้วโดยนายตำรวจท่านนี้ระบุว่าตัวเขาเองนั้นมีหนี้สินเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาได้มีการไปออกรถตู้มา 1 คันและไม่มีเงินผ่อนจ่ายค่างวดมาแล้วถึง 3 งวดด้วยกันซึ่งก็ยังอยู่ระหว่างการหวาดกลัวว่าทางด้านไฟแนนซ์จะมาเอารถไป

     อย่างไรก็ตามในระหว่างที่กำลังสิ้นหวังอยู่นั้นปรากฏว่าร้อยตำรวจเอกวินัยได้มีการขอพรกับหลวงพ่อเพชรซึ่งเป็นพระประธานอยู่ที่วัดอารามหลวงแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตรโดยมีการบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อเพชรเอาไว้ว่าถ้าหากลอตเตอรี่ที่ออกในวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 นี้

เขาถูกรางวัลใหญ่เขาจะมีการมาแก้บนด้วยการถวายเงิน 1 ล้านบาทซึ่งจะให้ทางวัดนั้นใช้ในการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์เพราะในขณะนี้วัดอารามหลวงดังกล่าวกำลังทำการซ่อมแซมโบสถ์ที่ได้รับความชำรุดเสียหายอยู่

     ให้หลังจากที่นายตำรวจวินัยใดมีการบนบานกับพระพุทธรูปของหลวงพ่อเพชรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้ออกมาซื้อลอตเตอรี่ซึ่งเป็นคุณยายท่านหนึ่งขายลอตเตอรี่อยู่ภายในบริเวณวัดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการซื้อเพื่อช่วยเหลือคุณยายไว้จำนวน 5 ใบด้วยกันโดยถูกคุณยายคิดค่าลอตเตอรี่ 5 ใบอยู่ที่ 500 บาท  

     อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผลการสลากกินแบ่งออกประกาศออกมานั้นนายตำรวจคนดังกล่าวก็ถึงกับดีใจลั่นโรงพักเลยทีเดียวเพราะเขานั้นมีเงินใช้หนี้และมีเงินไปจ่ายค่ารถตู้ของเขาแล้วนอกจากนี้ยังมีเงินที่จะเอาไว้ใช้หลังจากที่เขาเกษียณอายุอีกด้วยซึ่งในขณะนี้หนี้สินของเขามีเป็นจำนวนมากโดยเงินที่ได้มานั้นก็จะมีการนำไปใช้หนี้และเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกเพราะในตอนนี้เขามีลูก 2 คน

ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่นอกจากนี้ก็ยังเก็บเอาไว้ใช้ในบั้นปลายของชีวิตของตัวเขาและภรรยานั้นเอง   อย่างไรก็ตามสำหรับเงิน 1 ล้านบาทที่มีการบนกับหลวงพ่อเพชรเอาไว้ก็ไม่มีการลืมอย่างแน่นอนโดยจะนำเงินไปถวายให้กับทางวัดเพื่อใช้ในการบูรณะซ่อมแซมอุโบสถนั่นเอง 

 

ผู้ให้การสนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

คนกรุงเทพเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

ที่มาของคนกรุงเทพ โดยคนอยุธยาในยุคนั้นจะเรียกคนพื้นเองดั่งเดิมเหล่านี้ว่าแขกขอมลาวพม่ามอญคือจะมีชื่อยาวไปไหนพวกเขาจะเรียกกันรวมๆว่าเป็นชาวสยามแต่คำว่าแขกขอมลาวพม่ามอญอะไรพวกนี้มันจะไม่เหมือนกับที่เราเข้าใจกันในปัจจุบันนี้

ซึ่งเราจะมาเริ่มจากคำว่า แขก กันก่อน แขก ในสมัยนั้นเขาไม่ได้ใช้เอาไว้เรียกเพียงแค่คนอาหรับหรือว่าคนอินเดียเท่านั้นยังรวมไปถึงชาวมาเลชาวมลายูอีกด้วยโดยเขาจะใช้คำจำกัดความว่าจะเป็นกลุ่มชาติที่มาจากชาติที่นับถือศาสนาพราหมณ์ฮินดูบวกกับอิสลาม

สำหรับคำว่า ขอม มันก็จะเป็นคำที่เอาไว้ใช้เรียกกันรวมๆ

ที่มาของคนกรุงเทพ ที่หมายถึงชาติพันธุ์อะไรก็ได้ที่ได้นับถือพราหมณ์ฮินดูแต่ว่าบวกกับศาสนาพุทธนิกายมหายานโดยคำว่า ขอม แต่ก่อนมักจะใช้เรียกคนที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาต่อมาเลยมีการใช้เรียกพวกเขมรลาว

เนื่องจากนี้ลาวก็จะแบ่งได้ย่อยๆอีกสองพวกก็คือล้านนาโยนกที่ได้มีเมืองเชียงใหม่เป็นจุดศูนย์กลางพวกหนึ่งกับพวกทางตะวันออกเฉียงเหนือจากสองฝากฝั่งแม่น้ำโขงนั่นก็คือชาวลาวในปัจจุบันแล้วก็ชาวอีสานนั่นเอง มอญ หมายถึงพวกลามันจากเมืองหงสาวดี

ในขณะที่พม่าก็จะใช้เรียกคนตระกลูธิเบตหรือว่าจีนธิเบต

ที่มีชื่อเก่าว่าผยู โดยพวก จีน ง่ายๆเลยก็คือคนที่มาจากเมืองจีนนั่นแหละส่วนใหญ่แล้วจะใช้เรียกคนที่มาจากเมืองจีนทางตอนใต้เช่นเดียวกับชาวชวาที่ได้มาจากเกาะชวาในอินโดนีเซียและสุดท้ายแล้วมันก็น่าจะเป็นชื่อที่ไม่น่าคุ้นหูที่สุดคือพวกชาวจามได้เป็นคนพวกตระกลูมาเลจามที่อาศัยอยู่ในแทบเวียดนามเขมร

นอกจากนี้ตั้งแต่เดิมได้นับถือศาสนาพุทธก่อนที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามคนพวกนี้ถือว่าเป็นบุคคลที่ชำนานในการดำเนินเรือเรียบชายฝั่งทางทะเลก่อนชาติพันธุ์อื่นเลยเป็นยังไงกันบ้างคุณอาจจะคิดว่ามันไม่ตรงกับที่เข้าในกันในปัจจุบันนี้กันเลยใช่ไหม

สุดท้ายก็คือพวกคนนานาประเทศอันนี้เรียกง่ายๆเลยก็คือคนที่มาจากดินแดนห่างไกลแล้วก็มาปักหลักที่ประเทศไทยโดยสามารถตีความได้ตั้งแต่ชาวญี่ปุ่นจนถึงชาวยุโรปโดยคนพวกนี้จะต่างจากข้อที่แล้วก็คือจะไม่มีอะไรคล้ายๆใครเลยอย่างเช่นวัฒนธรรมที่คล้ายๆกันเหมือนกับไทยลาวที่พอจะคุยกันรู้เรื่องบ้างหรือว่ากับเขมรที่เราพอจะมีประเพณีอะไรที่คล้ายๆกันอยู่

ดังนั้นคนพงกนี้จะเป็นคนที่สื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลยจากที่เราได้เล่ามาก็พอจะสรุปได้ก็คือจริงๆแล้วคนกรุงเทพอาจจะไม่มีที่มาจากกรุงเทพโดยแท้ทั้งหมดแต่ก็เป็นการผสมผสานปนกันจากหลายๆที่ที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานกันตั้งแต่กรุงธนบุรี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ